เปรตท้ายรถ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8 ปี ที่แล้วครับ ตอนนั้นผมกับเพื่อนราวๆ 20 กว่าคน นัดกันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวทะเลที่จังหวัดเพชรบุรี พวกเราตกลงกันว่าจะไปกันแบบ 1 คัน 2 คน แต่มีเพื่อนผมคนนึงชื่อต้น เค้ามาทีหลัง เนื่องจากติดงานเลยไม่มีคนซ้อนท้ายไปด้วย เพราะทุกคันก็ครบคู่กันหมด หลังจากที่ทุกคนมากันครบแล้ว พวกเราก็เริ่มออกเดินทางกัน เราขี่กันไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบ เราเดินทางไปถึงราชบุรีเวลาประมาณซัก ตี1 กว่าๆ ได้ ผมคิดว่าการไปในครั้งนี้ถ้าจะให้ครบ ควรจะไปให้ถึงตอนพระอาทิตย์ขึ้นด้วย เลยชะลอรถจอดข้างทางและบอกกับเพื่อนๆ ว่าเราน่าจะไปให้เร็วกว่านี้นะ จะได้ทันพระอาทิตย์ขึ้นด้วย พวกเราก็เลยตกลงว่าจะไปให้ไวหน่อย แต่จะขี่ตามกันเหมือนเดิม

แต่พอเลยเขตราชบุรีมาพักนึงก็เจอปั้ม ผมเลยให้ทุกคนแวะเข้าไปเติมน้ำมันกันก่อน กะว่าจะได้วิ่งกันยาวๆ ไม่ต้องพะวงว่าน้ำมันจะหมด หรือข้างหน้าจะมีปั้มอีกไหม แต่ต้น (คนที่มาช้าสุดแล้วไม่มีคนซ้อน) ขี่รถเข้ามาเติมเป็นคันสุดท้ายพอดี ผมเลยหันไปบอกต้นว่าให้ตามมาไวๆ หน่อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ต้นขี่รถมาเอง พอเติมน้ำมันเสร็จ พวกเราก็ขี่กันออกมาจากปั้ม ขี่มาได้พักนึงก็เจอโค้งอยู่โค้งนึง ชื่อโค้งอะไรผมก็ไม่รู้ แต่มันเป็นโค้งก่อนถึงทางเข้าชะอำ ผมก้อหันไปมองหาต้น ก็เห็นว่าขี่ตามมาอยู่ไกลๆ เพราะเห็นไฟอยู่ริบๆ ก็เลยคิดว่าเดียวเพื่อนคงตามมาทัน พอพวกเรามาถึงหาดกันหมดแล้วก็เริ่มเช็คคน ปรากฎว่าขาดแค่ต้นคนเดียวที่ยังมาไม่ถึง ผมเห็นว่ามันนานผิดสังเกต ก็เลยขี่รถย้อนกลับไปดู ผมขี่ย้อนมาไกลพอสมควรก็ยังไม่เจอต้น ผมเลยคิดว่าถ้ากลับไปถึงหาดแล้วยังไม่เจอ จะให้ทุกคนขี่ย้อนกลับมาช่วยกันหาดูอีกที แต่ตอนที่ผมกำลังจะหันหัวรถกลับ ผมก็เห็นรอยขูดลงข้างทางอยู่รอยนึง มันเป็นรอยคล้ายๆ กับรถมอเตอร์ไซค์ไถลลงไป เพราะหญ้าข้างทางตรงลอยไถลมันยุบลงไปด้วย ผมเลยขี่รถเข้าไปจอดใกล้ๆ แล้วส่องไฟหน้ารถลงไปที่ข้างทาง

ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมตกใจแทบช็อค !! ผมเห็นรถของต้นพังยับ ยับชนิดที่ว่า เห็นรถแล้วคิดเลยว่าคนขี่ไม่รอดแน่ๆ ผมรีบวิ่งลงไปดูด้วยความหวังว่าเพื่อนยังมีลมหายใจอยู่บ้าง ผมตะโกนเรียกชื่อต้น สักพักได้ยินเสียงคนร้องแว่วๆ มาว่า ” กลัวแล้ว กลัวแล้ว อย่า อย่า ” ผมหันมองไปตามเสียงก็เจอคนนอนอยู่ที่พุ่มไม้ห่างจากซากรถไม่มาก ผมรีบเดินเข้าไปดูก็เห็นเป็นต้นจริงๆ แต่อยู่ในสภาพที่บาดเจ็บและมีอาการเพ้อ ผมรีบโทรบอกเพื่อนๆ และโทรหารถฉุกเฉินให้มารับต้นส่งโรงพยาบาลทันที หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น ต้นจะไม่พูดกับใคร พอเจออะไรเสียงดังก็จะร้องว่า กลัวแล้ว ๆ อยู่ตลอดเวลา จนต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตอยู่ประมาณ 2 ปี หลังจากที่ต้นเข้าบำบัดจนหายดี วันนั้นเราก็นัดกันไปนั่งดื่มกาแฟเหมือนเคย แต่อยู่ๆ ต้นก็พูดขึ้นมาว่าจำเหตุการณ์ที่ชะอำได้มั้ย ผมเลยบอกไปว่าจำได้ ต้นบอกว่าที่ต้นรถล้มมันไม่ได้เกิดจากถนนลื่นหรือหลับใน แล้วต้นก็เล่าสาเหตุในคืนนั้นให้ผมฟัง ต้นบอกว่าหลังจากที่เค้าขี่รถออกจากปั๊ม เค้าก้อเร่งเครื่องตามเพื่อจะให้เพื่อนๆ แต่พอมาถึงตรงโค้ง ต้นก็เห็นผู้หญิงคนนึงเดินอยู่ข้างทาง เลยชะลอรถแล้วถามผู้หญิงคนนั้นว่าจะไปไหน ดึกมากแล้วไม่กลัวรึไงมาเดินคนเดียว ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่ากำลังจะกลับบ้าน บ้านเธออยู่ไปทางชะอำนี่แหละ ต้นเลยบอกว่าผมกำลังจะไปทางนั้นพอดี ต้นเลยชวนผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถไปด้วยกัน

หลังจากที่รับผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถมา ต้นก็ขี่รถมาเรื่อยๆ แต่สักพักนึงก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเอาเท้าลากกับพื้น ” ครืดดดด ครืดดดด ครืดดดด ” ต้นคิดว่าน้องผู้หญิงคนนั้นเอาเท้าลงจากที่พัก ต้นเลยบอกน้องให้ขาขึ้นเพราะเดี๋ยวรถมันจะล้ม และเหมือนผู้หญิงคนนั้นจะเอาขาขึ้นตามที่ต้นบอก เพราะเสียง ครืดดด นั้นหายไป แต่พอขี่ไปได้สักพักนึง เสียงมันกลับมาอีกแล้ว ” ครืด ครืด ครืด ” ต้นก็บอกแบบเดิมว่าให้เอาขาขึ้น เดี๋ยวรถมันจะล้ม แล้วน้องเค้าก็ทำซ้ำๆ แบบนี้อยู่อีกสามสี่ครั้ง จนต้นเริ่มทนไม่ไหว หันไปกะจะต่อว่าน้องเขาสักหน่อย ว่าจะเอาขาลากพื้นทำไมนัก แต่พอหันหลังไปเท่านั้นแหละ ภาพที่ต้นเห็นทำให้ต้นถึงกับช็อคสติหลุด เพราะมันไม่ใช่ผู้หญิงคนที่ต้นรับขึ้นรถมา แต่มันเป็นเปรตตัวสูงเท่าเสาไฟฟ้า ร้องกรี๊ดๆๆ นั่งซ้อนท้ายรถของต้นอยู่ แล้วเสียงที่มันดัง ครืดดด ครืดดด มันเป็นเสียงแขนกับขาที่ถูกลากไปกับพื้นถนน ต้นบอกว่าตัวเค้าสติแตกทันที หักรถลงข้างทางแล้วก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย จนผมตามมาเจอแล้วเอาต้นไปส่งโรงพยาบาลนี่แหละ

เครดิตเรื่องเล่าของคุณหนึ่ง เล่าในรายการ TheShock