บังกะโลผีดุ ริมหาดชลบุรี

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ 11 ปี ก่อนคับ เกิดจากที่ผม แฟน และเพื่อนอีก 1 คู่ ได้เดินทางกลับ หลังจากที่ไปเที่ยวภาคเหนือ ก่อนกำหนด 2 วัน แต่ละคนก็ดูเหมือนยังไม่อยากกลับบ้าน พวกเราเลยตัดสินใจไปนอนค้างคืนที่ จังหวัดชลบุรีกันต่อ ผมขับจากเชียงใหม่มาถึงชลบุรี ก็กินเวลาไปร่วมเกือบ 12 ชั่วโมงได้ กว่าจะถึงที่พักเล่นเอาเพลียเหมือนกันครับ กว่าพวกเราจะได้เข้าที่พักก็ประมาณบ่าย 4 โมงเย็นแล้ว

ลักษณะรีสอร์ทที่เราพักอยู่ติดถนนหน้าหาดเลยครับ เป็นบังกะโลชั้นครึ่ง 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เปิดประตูเข้ามาเป็นห้องโถงรับแขก ขวามือมีเค้าเตอร์กั้นเล็กน้อย แยกเป็นส่วนครัว ตู้เย็น เตรียมอาหาร ตรงกลางระหว่างโถงกับครัวเป็นบันไดทางขึ้น 7-8 ขั้น พอเดินขึ้นไปจะเจอห้องน้ำ แยกซ้าย – ขวา เป็นห้องนอนครับ ในห้องนอนจะมีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ ตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อิน และเป็นแอร์ทั้งหลัง ผมด้วยความที่ขับรถมานาน จึงอาบน้ำและขอนอนพักผ่อนก่อน กะว่าสัก 3-4 ชั่วโมง ค่อยฟื้นขึ้นมากินข้าวและนั่งเฮฮาต่อ ส่วนทั้ง 3 ที่หลับมาในรถกันเต็มที่แล้ว ก็ขอออกไปเล่นน้ำทะเลและอาสาไปซื้อ กุ้ง หอย ปู ปลา สำหรับมื้อเย็น ผมก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเพลียๆ พอทิ้งตัวลงบนที่นอนได้ ก็แทบจะหลับทันที ผมหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ครับ แต่รู้สึกตัวอีกทีคือได้ยินเสียงลูกบิดประตูห้องนอนถูกเปิดออกและปิดอย่างเบาๆ แล้วเตียงที่ผมนอนก็ยวบลง ด้วยความที่ผมถอดเสื้อนอนตะแคง เลยรู้สึกมีอะไรเย็นๆ มาสัมผัสที่หลัง ผมคิดในใจว่าแฟนผมคงเล่นน้ำแล้วเพลีย เลยอาบน้ำแล้วลงมานอนเอาหลังชนกับผม ผมก็เลยหลับต่อ

พอสักพักเดียว ยังไม่ทันได้หลับ ผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากด้านนอก พร้อมกับเสียงแฟนเรียกว่าจะ 2 ทุ่มแล้ว ตื่นมากินข้าวได้แล้ว ผมก็งัวเงียๆ แต่ในใจก็นึก เฮ้ย !!! ถ้าแฟนผมอยู่ข้างนอก แล้วใครมันมานอนเอาหลังชนผมว่ะ ผมรีบสะดุ้งตัว มองไปข้างๆ ไม่มีใคร มองไปรอบๆ ห้อง มืดสนิท ลงจากเตียงแทบตก เพราะมองไม่เห็น พอคว้าลูกบิดประตูได้เท่านั้นแหละ ผมรีบวิ่งพรวดออกมาเลยครับ พอผมเดินลงมาข้างล่าง ก็เห็นทั้ง 3 คน นั่งเฮฮากันอยู่ที่ม้าหินตรงเฉลียงด้านนอก ผมเลยถามแฟนผมว่า ตะกี้ ได้เข้ามาในห้องหรือเปล่า แฟนผมบอกว่า เพิ่งเล่นน้ำทะเลเสร็จ แล้วก็ออกไปหาซื้อกับข้าวกับแกล้ม มาถึงแล้วก็ขึ้นไปเรียกผม นี่แหละ เอาล่ะสิ !!! ผมไปล้างหน้าล้างตา คิดในใจ สงสัยเราคิดมากไปมั้ง เลยลงมานั่งเฮฮากัน ยาวไปเรื่อยจนราวๆ ตี 1 และเนื่องจากห้องน้ำมันมีห้องเดียว พวกเราจึงต้องทยอยกันอาบน้ำ โดยที่ผมขออาบคนสุดท้าย เพราะก่อนนอนตอนเย็นอาบไปแล้ว หลังจากอาบน้ำเสร็จ พวกเราก็แยกย้ายห้องใครห้องมัน ผมมานั่งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แฟนฟัง แฟนผมก็บอกว่าผมคิดมาก สวดมนต์กราบหมอน แล้วพักผ่อนซะ ผมก็ทำตามนั้นครับ แล้วก็หลับไป มารู้สึกตัวอีกทีคือแฟนมาสะกิด พอผมตื่นขึ้นมาแฟนนี่กอดผมแน่นเลย เธอบอกว่าได้ยินเสียงดังมาจากด้านล่างห้องโถง เป็นเสียงคนเดินลงส้นเท้าหนักๆ ไม่กล้าออกไปดู ผมกดมือถือดูนาฬิกาตอนนั้นก็ตี 4 แล้ว เลยตัดสินใจค่อยๆ แง้มประตูห้องออกไปดู ผมเห็นคล้ายๆ ร่างดำๆ ของผู้ชายคนนึง เดินวนไปวนมาอยู่ด้านล่าง

ผมรีบปิดประตูล๊อคอย่างไวและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หันไปมองที่แฟนกำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง ผมรู้ว่าแฟนกลัว (แต่ผมกลัวกว่าเยอะ) เลยบอกแฟนไปว่า ไม่มีอะไรนิ นอนต่อเถอะ หลังจากนั้นเราสองคนนอนกอดกันแน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ แล้วก็หลับไป 9 โมงกว่า ผมตื่นขึ้นมา แฟนนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกในห้อง สภาพอาบน้ำเรียบร้อย ผมงงๆ พอแฟนเห็นผมตื่น ก็บอกกับผมว่า เพื่อนอาบน้ำกันเรียบร้อยและรออยู่ข้างนอกเฉลียง ผมยิ่ง งงหนักเข้าไปอีก ว่าทำไมถึงตื่นกันเช้าจัง แล้วแฟนผมก็เร่งๆ ให้รีบเข้าไปอาบน้ำ พอผมออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นทุกคนออกไปอยู่ด้านนอกเฉลียงหมดแล้ว ทุกคนบอกให้ผมรีบออกมาที่ฟร้อนท์ เพื่อมาทานอาหารเช้าและเช็คเอ้าท์ออก หลังจากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ขับรถกลับกรุงเทพกัน แต่ระหว่างทางเพื่อนอีกคู่ ก็เล่าให้ผมฟังถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ตอนที่นั่งกินกันอยู่นอกเฉลียง เพื่อนผู้ชายบอกว่าเห็นเงาผู้ชายคนนึง เดินขึ้นลงบันไดอยู่หลายหน แต่ด้วยความที่มันไม่กลัว ก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร จนหลังจากที่พวกเราแยกย้ายกันเข้านอน มันสะดุ้งตื่นขึ้นมา ด้วยเสียงเดียวกับที่แฟนผมได้ยิน มันเลยแง้มประตูออกมาดูเช่นกัน แต่…. ภาพที่มันเห็น ทำให้มันช็อคเลย มันบอกว่าเห็นผู้ชายที่มันเห็นตอนหัวค่ำกำลังเดินเหมือนหาอะไรสักอย่างอยู่ในบังกะโล มันแอบดูอยู่สักพัก ก็เห็นว่าร่างนั้นคว้าอะไรสักอย่าง มาแทงที่พุงตัวเองอยู่ 3-4 ที แล้วก็ลงไปชักดิ้นชักงอ

เท่านั้นแหละ มันรีบปิดประตู กระโดดขึ้นเตียง คลุมโปงยันเช้า ไม่นอนอีกเลย จนฟ้าเริ่มสว่าง มันจึงรีบปลุกแฟนมัน แล้วอาบน้ำ ไปนั่งรอผมข้างนอกนั่นแหละพอจบบทสนทนาเท่านั้นแหละครับ ผมรีบหาวัดเลี้ยวเข้าเลยครับ พวกเราทำสังฆทานกันคนละชุด เพราะไม่รู้ว่าเค้าคือใคร ทำไมมาทำอะไรแบบนี้ แล้วผมก็ไม่คิดว่าเพื่อนอีกคู่นึงจะเห็นด้วย เลยไม่ได้ถามเรื่องราวจากทางโรงแรมอะไรเลย