แรงกว่าสัมภเวสี

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ตอนนี้คุณโต้งก็อายุ 50 แล้ว เรื่องเกิดขึ้นสมัยที่คุณโต้งอายุ 10 ขวบ บ้านของคุณโต้งก็จะอยู่ในหมู่บ้านใหญ่ โดยมีบ้านหลังนึงเป็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ เป็นบ้านของตาชันกับยายเล็ก มีลูกสาว 3 คน ชื่อว่าพี่แดง พี่กาน พี่น้อยตามลำดับ ตอนนั้นพี่น้อยก็อายุประมาณ 25 ปี มีอยู่คืนนึงพี่น้อยลงมาเข้าห้องน้ำกลางดึก แล้วเกินล้มลงหัวฟาดกับพื้น ตาชันกับยายเล็กก็รู้ว่าพี่น้อยลงมาเข้าห้องน้ำ แต่สงสัยว่าทำไมหายไปนาน เลยลงมาดู ก็เห็นพี่น้อยนอนแน่นิ่งอยู่หน้าห้องน้ำ ตาชันก็ประคองลูกขึ้นมาบนบ้าน แล้วก็ให้หมอแถวๆนั้นมาดูซึ่งเป็นหมอเถื่อน คนบ้านใกล้เรือนเคียงพอทราบข่าวก็มาเยี่ยมพี่น้อย พอเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

พอวันรุ่งขึ้นก็มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับพี่น้อยก็คือ พี่น้อยจะพูดหลายเสียง เป็นเสียงคนแก่ ชายหญิง เสียงเด็ก ชายหญิง และเสียงคนกลางคน อยู่ต่อๆมา พี่น้อยไม่กินข้าว เรียกพ่อเรียกแม่ว่า ไอชันอีเล็ก เรียกพี่สาว อีแดง อีกาน ถ้าคนในบ้านเผลอเมื่อไรพี่น้อยก็จะวิ่งลงมาจากบ้าน อยู่ต่อมาเรื่อยๆ พี่น้อยก็จะแก้ผ้า ไม่ยอมนุ่งผ้า และจะชอบออกมาข้างนอก จนต้องล่ามโซ่เอาไว้ในห้อง บ้านของตาชันกับยายเล็ก เป็นบ้านคนมีตัง เป็นบ้านเรือนไทยแฝดคู่ 2 หลัง ในช่วง 2 อาทิตย์แรกก็จะมีคนไปเยี่ยมตลอด พอมีคนมา พี่น้อยก็จะด่าพ่อด่าแม่คนนู้นคนนี้และก็หลบตัวกลับไปเข้าอยู่ในห้อง และเรือนนั้นก็ยกให้พี่น้อยอยู่คนเดียวเลย จนอยู่มาวันนึง พี่น้อยก็พูดกับยายเล็กว่า อีเล็ก กูอยากกินแกงสับปะรด วันนี้มึงทำให้กูเลย 1 หม้อเต็มๆแล้วมึงบอกไอชันด้วยให้ไปหุงข้าวให้กูเลยนะ วันนี้กูจะกินให้หมด มีเท่าไรกูจะกินให้หมด อารมณ์คนเป็นพ่อเป็นแม่ พอได้ยินว่าลูกอยากกินข้าวก็รีบไปหาซื้อของ ซื้อสับปะรด ซื้อหมูมาทำให้กิน พอทำเสร็จก็ตักใส่ถ้วย ยกเข้าไปในห้อง พี่น้อยก็กินได้คำนึงก็วางช้อนลง แล้วก็ยกถ้วยแกงสาดใส่หน้ายายเล็ก และพูดว่า มึงทำรสชาติแบบนี้กูแดกไม่ได้หรอก แล้วกูตั้ง 3-4 มึงเอามาแค่นี้ มันไม่พอกินหรอก แล้วเดี๋ยวพวกกูก็จะมาอีก 5-6 คนเนี่ย มันจะพอกินมั๊ยมึงทำให้กูแค่นี้

จนผ่านไปเดือน 2 เดือน คนในครอบครัวพี่น้อยเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียด และทุกๆเย็นประมาณ 5-6 โมงและกลางดึก เที่ยงคืนตี 1 ตี 2 พี่น้อยก็จะกรีดร้องทุกคืน จนเป็นเรื่องปกติของคนในหมู่บ้านไปแล้ว เสียงร้องเป็นเสียงกรีดร้องยาวๆน่ากลัว บางทีคุณโต้งวิ่งเล่นอยู่พอได้ยินเสียงก็วิ่งเข้าบ้านเลย ตาชันและยายเล็กก็ติดต่อหมอผี มาทุกหมอ ใครที่ว่าเก่งๆ เจ้าละ 5 พัน 6 พัน มาเป็นสิบๆเจ้า ก็กระเจิงกลับไปหมด จนตาชันกับยายเล็กเริ่มขายนา และบางวันก็เห็นคนเดินขึ้นบ้านกับเป็นแถวและพูดจาด้วยเสียงที่ออกมาจากพี่น้อยหลายๆเสียงสลับกัน คุยกันเรื่องนู้นบ้างเรื่องนี้บ้าง จนเป็นเรื่องปกติของคนในบ้านจนไม่กลัวแล้ว

และมีอยู่ช่วงนึง พี่น้อยเหมือนอาการจะดีขึ้น เรียกตาชันกับยายเล็กว่าพ่อแม่ ไม่เรียกไอชัน อีเล็กแล้ว แต่ก็ยังคงแก้ผ้าและถูกล่ามโซ่อยู่ วันนั้นพี่น้อยก็บอกกับแม่ว่า แม่ ลูกไม่เคยเห็นเดือนเห็นตะวันเลย ลูกอยากจะออกไปนอกชาน แม่ก็ปลดโซ่ลูกออกมา พอคนข้างๆบ้านรู้ก็ออกมาดูกัน รวมถึงคุณโต้งด้วย พอออกจากชานบ้านพี่น้อยก็พูดขึ้นมาว่า แม่ หนูรู้สูตรยามาแล้วนะ หนูจะทำยาขาย มีนู่น มีนี่ สารพัด คนที่อยู่ตรงนั้นก็ช่วยๆกันจำไว้ แล้วก็มีการผสมยา พี่น้อยก็นั่งแก้ผ้าตำยาเอง แล้วเอายาใส่ขวด ชาวบ้านก็ไปซื้อกินกัน รวมถึงแม่ของคุณโต้งด้วย ไม่รู้ว่าเป็นอุปทานหมู่หรือยังไง อาการปวดเมื่อยของแม่ของคุณโต้งก็ดีขึ้น

แล้วพี่น้อยก็พูดกับแม่อีกว่า แม่ ถ้าหนูจะเป็นคนทรง แม่จะว่ายังไง คนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ยินก็ดีใจ เป็นร่างทรงก็ยังดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ พี่น้อยก็บอกอีกว่า แม่ต้องทำศาลไม้สักให้หนู ให้หนูขึ้นไปนั่งได้ แล้วก็ให้ไอพร ซึ่งเป็นพ่อของคุณโต้งมาเป็นคนทำศาลให้เท่านั้นเพราะพ่อของคุณโต้งเป็นช่างไม้อันดับ 1 ในระแวกนั้น ตาชันก็ให้เงินกับพ่อของคุณโต้งไป 10000 ไปสร้างศาลไม้สัก ซึ่ง 10000 บาทในสมัยนั้นมันเยอะมาก พอสร้างเสร็จก็มาทำพิธีรับขวัญ คนเป็นร้อยก็มารุมดู ตอนนั้น พี่น้อยก็ยังคงแก้ผ้าอยู่ แล้วก็ให้พี่สาวถือโซ่ไว้ แล้วก็ขึ้นไปบนศาล เขาให้นั่งก็นั่ง ให้ไหว้ก็ไหว้ ให้พูดตามก็พูดตามแต่ก็มีพูดไปด้วย ด่าไปด้วย พอเสร็จพิธีก็ลงมาที่บ้าน ตาชันกับยายเล็กก็ดีใจหน้าชื่นตาบาน ก็คิดว่า ในเมื่อลูกจะเป็นแบบนี้แล้ว ก็ว่าจะไปนิมนต์พระมาอาบน้ำมนต์ให้ลูก เพื่อนที่จะล้างความอัปรีย์ต่างๆออกไป ก็เลยไปนิมนต์หลวงตาพิศมา

หลวงตาพิศอายุ 70 ปี แกตั้งตนเป็นคนมีเวทมนต์ มีวิชาอาคม แล้วหลวงตาพิศก็มาถึง ก็บอกให้ไปตักน้ำมา 3 ถัง และเอาธูปเอาเทียนมาให้ด้วย แล้วก็ให้คนไปเรียกอีน้อยมา พอพี่น้อยมาถึง หลวงตาพิศก็พูดว่า อะ อีน้อยนั่ง พี่น้อยก็นั่ง แล้วพี่น้อยก็พูดขึ้นมาว่า มึงจะทำอะไรกู ไอพิศ หลวงตาพิศก็บอกว่า นั่งเถอะ เดี๋ยวจะรดน้ำมนต์ให้ ให้อยู่ดีมีสุข สั่งให้นั่งก็นั่ง สั่งให้พนมมือก็พนมมือ แล้วหลวงตาก็จุดเทียน ไปหยดตามถังทำน้ำมนต์ หยดไปหยดมา ก็เอาเทียนจุ่มลงไปแล้วก็วนๆๆทั้ง 3 ถัง หลังจากทำน้ำมนต์เสร็จพี่น้อยก็ลุกขึ้นยืนถามว่า เสร็จรึยัง ไอพิศ หลวงตาพิศก็บอกว่า เสร็จแล้ว มึงนั่งเดี๋ยวนี้ กูจะรดน้ำมนต์ให้ พี่น้อยก็บอกว่า เสร็จแล้ว งั้นกูรดมึงก่อนเลยไอพิศ แล้วก็ยกถังน้ำมนต์รดหลวงตาพิศ 3 ถังรวด เทรดหัวหลวงตาพิศทั้งที่ยังนั่งอยู่ แล้วก็บอกว่า กูไม่ปงไม่เป็นมันแล้วคนทรง มึงจะมาทำกูด้วยวิธีนี้ไม่ได้ พอพลวงตาพิศโดนน้ำรดไป 3 ถัง ก็รีบลุกคว้าย่ามได้ก็เดินแหวกคนกลับวัดไปเลย

หลังจากนั้นพี่น้อยก็สะบัดโซ่หลุดจากมือพี่สาว แล้วก็ขึ้นไปบนศาลที่สร้างไว้ อาละวาด รื้อศาลพังด้วยมือเปล่า แล้วก็กลับมาที่บ้าน พูดว่า ไอชันอีเล็ก กูจะอาบน้ำ กูจะชำระความเฮงซวยในร่างกูให้หมด มึงไปตักน้ำมากูจะอาบ ตาชัน ยายเล็กรวมถึง พี่แดง พี่กาน ก็ไปตักน้ำมาให้อาบ แต่ละครั้งก็จะตักได้ครั้งละ 2 ถัง พอตักน้ำมา พี่น้อยก็ยกถังรดหัวตัวเอง มากี่ถังก็รดหัวตัวเอง แปปๆหมด แปปๆหมด จน ทั้ง 4 คนตักน้ำไม่ทันพี่น้อยอาบ ตักกันคนละเป็นสิบๆเที่ยว พี่น้อยก็ยืนอาบอยู่นาน 10-20 นาทีรดอยู่อย่างนั้นจนตาชันก็พูดขึ้นมาว่า มึงจะพอหรือยังอีน้อย พี่น้อยก็ตอบว่า เออ กูอาบแค่นี้แหละ แล้วก็เดินกลับเข้าห้องไป

พอตกกลางคืน เสียงที่กรีดร้องตอนกลางคืนก็ไม่มี ตาชันกับยายเล็กก็สงสัยว่าทำไมลูกกูไม่ร้อง หรือว่าตอนอาบน้ำตอนเย็นรดหัวกลัวลูกจะเป็นไข้ ตอน 5 ทุ่มยายเล็กก็เป็นคนเข้าไปดู บ้านสมัยก่อนจะไม่มีไฟ จะต้องใช้ตะเกียงกระป๋องเล็กๆถือเข้าไป พอเดินเข้าไป ก็ยกตะเกียงขึ้นเพื่อดูพี่น้อย ก็เห็นนอนคุดคู้แก้ผ้าอยู่ ยายเล็กก็จะเดินเข้าไปจับตัวของพี่น้อย แต่ก็มีน้ำหยดจากข้างบนลงมาชุ่มใหญ่ๆ มาใส่หัวของยายเล็ก แกก็เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นเป็น คนแก่ ชายหญิง เด็ก ชายหญิง คนวัยกลางคนนั่งอยู่บนขื่อ นั่งเรียงกันเลย แล้วทุกคนหัวเปียกทุกคน และน้ำที่หยดลงมาโดยยายเล็กเป็นน้ำจากผู้หญิงวัยกลางคน ที่กำลังสาวผมอยู่ แต่ด้วยความเป็นห่วงลูก ก็เข้าไปดูลูก จับตัวลูก ก็เป็นปกติ เรียกว่า อีน้อยๆ พี่น้อยก็ขยับตัว ยายเล็กก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร ก็จะเดินออกมาจากห้อง ตอนกำลังจะออก ยายเล็ก็มองขึ้นไปมองข้างบนอีกครั้งนึง ก็เห็นเป็นคนแก่ 2 คนฟันดำ ชี้หน้ามาที่ยายเล็กและพูดว่า กูจะอยู่กับลูกมึงไปอย่างนี้ จนกว่าลูกมึงจะตาย แล้วยายเล็กก็เดินออกมากลับไปนอนต่อ แล้วเรื่องก็ดำเนินไปอยู่แบบนี้เรื่อยๆร่วมสิบๆปี สรุปแล้วพี่น้อยก็ไม่หาย มีเสียงกรีดร้องทุกคืน จนพี่น้อยเป็นโรคและเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในสภาพที่นอนแก้ผ้าอยู่ในห้อง คุณโต้งก็บอกอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่น้อยน่าจะเกิดจากวันที่พี่น้อยล้ม แล้วน่าจะเป็นลมเพลมพัดที่เขาปล่อยของมาแล้วจังหวะที่ล้ม ลมเพลมพัดก็เข้าพี่น้อย