อย่าเข้าห้องน้ำ…ห้องน้ำหลอนที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี

เรื่องราวและประสบการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ผมกับเพื่อนๆได้พบเจอมาด้วยกันที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านนนทบุรีเมื่อ 4 เดือนก่อนนี่เอง วันนั้นเป็นวันอังคาร ที่ลานเอนกประสงค์ของวิทยาลัยแห่งนี้เปิดให้สามารถเล่นกีฬาได้จนถึง 2 ทุ่ม ถ้าอยู่เกินกว่านั้น รปภ.เขาจะมาไล่เองเป็นปกติทุกวันและโดยปกติแล้วพวกผมก็มักจะมาเตะฟุตบอลที่ลานแห่งนี้อยู่เป็นประจำ โดยที่ส่วนใหญ่ก็มักจะเล่นกับอีกสาขาหนึ่ง แบ่งทีมคนละสาขาวิชาแล้วมาแข่งกัน แต่ว่าวันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะว่ามีคนของแต่ละสาขามากันเยอะมาก ต่างจัดทีมกันมารวมๆแล้วกว่า 10 ทีมได้ จับเวลาไว้แข่งกันครั้งละ 15 นาที แล้วก็วนกันไปเรื่อยๆ พวกเราเริ่มเล่นกันตั้งแต่ 4 โมงเย็น เวลาก็ล่วงเลยเข้าไปซักประมาณ 1 ทุ่ม ทีมอื่นๆก็เริ่มทยอยกลับบ้านกันบ้างแล้วเพราะว่าเริ่มมืด เหลือก็แต่ทีมผมกับอีกแค่ 2-3 ทีมเท่านั้นวนกันเข้าไปเตะ

และในระหว่างที่ต่อคิวอยู่นั้นผมกับเพื่อนๆก็ได้คุยกันว่า “วันนี้สนุกดี มีทีมหน้าใหม่มาให้ลองเตะด้วยเยอะแยะ” และในขณะที่กำลังนั่งรออยู่นั้นพี่ยามก็เดินมาบอกกับกลุ่มคนที่นั่งรออยู่รวมถึงพวกผมด้วยว่า “พวกเอ็ง นี่มัน 2 ทุ่มกว่าแล้วนะโว้ย กลับกันได้แล้ว เดี๋ยวพี่จะปิดประตู” พวกผมได้ฟังแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่บนตึก “โห ตอนนี้ 2 ทุ่ม 15 แล้วนี่” มันเลยเวลาที่ทางวิทยาลัยกำหนดเอาไว้แล้วจริงๆ แต่ว่าโชคดีที่พวกผมสนิทกับพี่ยามคนนี้ก็เลยพยายามพูดต่อรองกับแกว่า “โหพี่ วันนี้ได้เล่นแค่ไม่กี่รอบเอง ขออีก 2 รอบนะพี่นะ อีก 2 รอบ เดี๋ยวกลับบ้านเลย” พี่ยามโดนต่อรองแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า “งั้นก็รีบๆเล่นกันซะ แล้วรีบกลับบ้านกันล่ะ พี่ขี้เกียจออกมาปิดประตูตอนดึกๆ” ทุกคนตอบรับแล้วก่อนที่พี่ยามจะเดินจากไปแกยังได้ทิ้งท้ายไว้อีกเรื่องก็คือ “ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเกิดจะเข้าห้องน้ำอะไรละก็ ให้กลับไปเข้าที่บ้าน กลับบ้านไปเลยห้ามเข้าหลังตึกเด็ดขาด ในตอนนั้นพวกผมแค่อยากเล่นฟุตบอลก็เลยตอบรับคำไปเรื่อย “ครับๆ” โดยที่ในใจไม่ได้สนใจอะไรเลย

แล้วเวลาก็ล่วงผ่านไป จาก 2 ทุ่มเศษจนเกือบจะ 3 ทุ่มอยู่แล้วพวกผมก็ลงเตะไปแล้ว 1 รอบเหลือรอลงอีก 1 รอบก็ว่าจะรีบกลับบ้านกันเลย อยู่นานเกินไปก็เกรงใจพี่ยาม และในระหว่างที่นั่งรอกันอยู่นั้นมีเพื่อนตัวแสบคนนึงในทีมได้ชวนเพื่อนๆและก็ผมไปเข้าห้องน้ำที่อยู่หลังตึกเนื่องจากว่าปวดท้องฉี่ ตัวผมเองก็เลยบอกไปว่า “เห้ย ไม่ได้ยินที่พี่ยามแกบอกหรอ แกบอกว่าอย่าไปเข้าห้องน้ำหลังตึกไง เดี๋ยวพี่แกว่าเอา” แต่ว่าเพื่อนๆของผมมันก็ไม่ได้สนใจฟังกันเลย เดินกอดคอมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำหลังตึก ไปกันทั้งหมด 4 คน ทิ้งผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งนั่งรอที่ข้างสนามเวลาผ่านไป 10 นาทีก็แล้ว 20 นาทีก็แล้ว จนทีมที่รอเตะกับพวกผมบอกว่า “จะกลับบ้านแล้วนะ ไม่รอละ” เวลาตอนนั้นก็ 3 ทุ่มกว่าแล้ว และแล้วทีมฝั่งตรงข้ามที่รอเตะก็กลับบ้านกันไปหมด ทิ้งผมกับเพื่อนนั่งกันอยู่เพียง 2 คนครู่เดียวเท่านั้นพี่ยามก็เดินเข้ามาแล้วถามว่า “อ้าว เอ็ง 2 คนทำไมยังไม่กลับบ้าน เห็นคนอื่นเขากลับกันไปหมดแล้วนะ” ผมก็เลยบอกกับพี่ยามว่ารอเพื่อนอยู่ เพื่อนเดินไปเข้าห้องน้ำที่หลังตึก นั่งรอมา 20 นาทีแล้ว พอพี่ยามได้ฟังแค่นั้นก็อุทานออกมาว่า “แย่แล้ว!! จะเป็นยังไงกันบ้างก็ไม่รู้” พี่ยามพูดได้แค่นั้นแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่ป้อมยามแล้วก็กลับมาพร้อมด้วยยามอีก 1 คนกับไฟฉายอันใหญ่มาก พี่เขาก็บอกกับพวกผมว่า “ไปตามเพื่อนเอ็งกลับมากัน” ทุกคนรวมทั้งผมก็รีบวิ่งมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำหลังตึก ภาวนาในใจว่า อย่าให้เพื่อนๆเป็นอะไรเลย ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เห็นพี่ยามแสดงอาการแบบนี้ผมก็พอจะเดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอามากๆแน่นอน

พอทุกคนวิ่งไปถึงหน้าห้องน้ำก็ต้องตกใจไปตามๆกัน ภาพที่ผมและทุกคนได้เห็นก็คือ เพื่อนตัวดีทั้ง 4 คนกำลังนั่งพนมมืออยู่บนหลังคาของห้องน้ำ สีหน้าของแต่ละคนนั้นซีดเผือด ดวงตานั้นเบิกกว้างเหมือนกับว่ากำลังกลัวอะไรซักอย่าง พอพวกนั้นเห็นผมเข้าก็ทำปากเหมือนกับจะตะโกนให้ช่วย แต่ว่าไม่มีเสียงอะไรเล็ดรอดออกมาจากลำคอ พวกพี่ยามเห็นเหตุการณ์เป็นแบบนั้นก็บอกให้พวกผมถือไฟฉายเอาไว้ แล้วพี่เขากับเพื่อนอีกคนก็รีบวิ่งไปเอาบันไดเพื่อจะเอามาพาด แล้วก็รีบปีนขึ้นไปเอาตัวพวกเพื่อนๆลงมา เพื่อนผมทั้ง 4 คนนั้นแต่ละคนตัวสั่นมาก พอเอาทุกคนลงมาหมดแล้วก็รีบพาตัวพวกนั้นไปที่ป้อมยาม หาน้ำให้กิน นั่งเรียกสติพวกมันกลับมา แล้วค่อยๆถามว่าเกิดอะไรขึ้นเวลาผ่านไปซักครู่นึงพวกเพื่อนๆก็เริ่มได้สติ แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่า ตอนที่ทุกคนเดินไปถึงห้องน้ำ เพื่อนคนหนึ่งเล่าว่าตัวเขาเองกับเพื่อนอีกคนเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนก็ยืนสูบบุหรี่รออยู่หน้าห้อง ระหว่างที่เขากำลังฉี่อยู่นั้นเขาได้ยินเสียงคนกดชักโครกดังโครกคราก เขากับเพื่อนอีกคนก็หันหน้ามองกันแล้วหันขวับไปมองในห้องน้ำที่มีเสียงออกมา ในใจตอนนั้นทั้งคู่ก็คิดว่าเวลาแบบนี้จะมีใครมาเข้าห้องน้ำนอกจากพวกเขาอีก พอเพื่อนทั้งคู่หันหน้าไปมองถึงที่มาของต้นเสียงก็ถึงกับยืนตกใจกันเลยทีเดียว เพราะภาพที่พวกเขาเห็นก็คือ ห้องน้ำที่ว่างเปล่า น้ำในชักโครกที่นิ่งสนิท ระกว่างที่ทั้งคู่กำลังยืนงง อยู่นั้น เสียงกดชักโครกก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ว่ามันดังมาจากห้องเดิม จุดเดิมแค่นั้นเอง เพื่อนทั้งคู่ไม่อยู่แล้ว รีบเดินออกจากห้องน้ำอย่างไว

ขณะที่กำลังวิ่งออกไปกำลังจะพ้นประตูห้องน้ำอยู่แล้ว ก็มีสิ่งนึงที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุด สิ่งที่คนทั้งคู่ได้เห็นก็คือ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่ใส่เสื้อผ้า กำลังยืนอยู่บนชักโครกของห้องน้ำห้องแรกที่อยู่ติดกับทางออก เนื้อตัวของเด็กผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยเลือด พอมองเข้าไปนัยตาของเด็กคนนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ถึงกับช็อค นั่นก็คือ เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่มีลูกนัยตา พอเห็นแค่นั้นทั้งคู่ก็รีบวิ่งออกไปจากห้องน้ำทันที พอออกจากห้องน้ำมาได้ก็รีบกวาดสายตามองหาเพื่อนที่รออยู่ทั้งสองคนทันที แต่หายังไงก็ไม่พบ จนเพื่อนอีกคนสะกิดให้มองไปที่บนหลังคาของห้องน้ำ ก็เจอเพื่อนทั้ง 2 คนนั่งอยู่บนหลังคา พร้อมทั้งกวักมือเรียกให้ทั้งคู่ปีนตามขึ้นไปด้วย เพื่อนที่เพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำก็รีบตะโกนบอกว่า “เห้ย ในห้องน้ำมีผีพวกเอ็งรีบลงมา หนีก่อน หนีก่อน!!” แต่ว่าเพื่อนทั้ง 2 คนไม่มีทีท่าว่าจะอยากลงมาจากหลังคาเลย ทั้งคู่ชี้นิ้วให้เพื่อนที่อยู่ด้านล่างมองไปที่ทางเดินหน้าตึก พอทั้งคู่หันไปมองก็เห็นเด็กคนเดิมกำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้ง 4 คน ปากของเด็กคนนั้นอ้ากว้าง แล้วก็กำลังหัวเราะเสียงดังลั่น เพื่อนทั้ง 2 คนที่ยืนอยู่ด้านล่างหน้าห้องน้ำพอเห็นแค่นั้นก็รีบพร้อมใจกันปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาทันที

แล้วเพื่อนอีก 2 คนที่ขึ้นไปอยู่บนหลังคาก่อนก็เล่าต่อว่า เหตุผลที่พวกเขาทั้งสองขึ้นไปอยู่บนหลังคาก็เพราะว่าตอนที่ทั้งคู่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่นั้น ได้ยินเสียงหัวเราะออกมาจากหน้าตึก เสียงนั้นดังมาไกลๆ หลังจากเสียงหัวเราะสิ่งที่ทั้งคู่ได้เห็นก็คือเด็กคนนั้นวิ่งตรงเข้ามาที่พวกเขาแล้วก็ทำเหมือนเดิมเลยครับ ทั้งอ้าปากกว้าง ทั้งหัวเราะดังมาก ทั้งคู่ตกใจก็เลยปีนขึ้นไปบนหลังคาห้องน้ำแล้วก็เจอเพื่อนทั้งสองวิ่งออกมาจากห้องน้ำ ระหว่างที่พวกเขาทั้ง 4 คนกำลังนั่งพนมมือกันอยู่นั้น เหตุผลที่ทั้ง 4 ไม่กล้าลงมาจากหลังคาก็คือ เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังวิ่งรอบห้องน้ำ ทั้งหัวเราะแล้วก็มองหน้าคนทั้ง 4 คนเหมือนกับว่าจะไม่ให้ลงไปไหนเลย เพื่อนทั้ง 4 ก็บอกอีกว่าเวลาช่วงนั้นมันแค่ไม่กี่นาทีแต่ว่าเหมือนนานเป็นชั่วโมง ในใจของแต่ละคนก็ได้แต่คิดว่าอยากให้เพื่อนที่เหลือเอะใจ แล้วรีบตามมาดู พอผมและเพื่อนๆรวมทั้งพี่ยามเดินไปถึงหน้าห้องน้ำ เด็กคนนั้นก็หายไป หลังจากเพื่อนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจบแล้วพยายามถามพี่ยามยังไงแกก็ไม่ยอมพูด ไม่ยอมตอบ จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคือใคร…เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้