ผู้ช่วยชีวิตที่มองไม่เห็น

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ผมเป็นคนชอบนั่งรถไฟเที่ยว ในวันหยุด คือแทบจะทุกวันหยุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากผมทำงานบริการในห้างวันหยุดก็เลยเป็นวัน จ-ศ ไม่ได้หยุดเสาร์-อาทิตย์ การนั่งรถไฟเที่ยวถือว่าชิลมากๆครับ เพราะคนไม่เยอะ ที่ท่องเที่ยวก็คนไม่ค่อยเยอะเหมือนกัน ที่ๆส่วนใหญ่จะไปคือ ชลบุรีครับ นั่งรถไฟจากหัวลำโพงช่วงนั้นมีรถไฟฟรีไปชลบุรี เฉพาะวันธรรมดา

เช้าวันหยุดของผมเช่นเคย ผมไม่รู้จะไปไหน อยู่บ้านก็เบื่อ ก็ออกไปนั่งรถไฟเล่น ผมขึ้นรถไฟจากหัวลำโพง ไปตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยา ขาไป ผมนั่งริมหน้าต่างคนเดียว ชมวิวไปเรื่อยๆ และขบวนรถไฟวิ่งเข้าสถานีนึง ผมจำไม่ได้ว่าชื่อสถานีอะไร คืออยู่ช่วงก่อนถึงสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา มันจะมีสถานีที่พูดได้ไม่เต็มปากว่าร้างหรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่ผ่านสถานีนี้ไม่เคยมีคนเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร หรือแม้แต่นายสถานี ไม่มีเลย แต่มาวันนี้ผมเจอครับ เวลาประมาณ 10 โมงเช้า มีลุงคนนึงอายุประมาณ 60-70 ปี นั่งห้อยขาตรงขอบชานชาลา ข้างๆมีกระเช้าเก่าๆอยู่ ระหว่างขบวนรถจะเข้าสถานี รถไฟก็จะชะลอความเร็ว แต่ไม่เคยจอดจะวิ่งผ่านไป ตอนนั้นผมก็มองลุงแกเพราะไม่เคยเห็นคนมาอยู่สถานีนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่เป็นครั้งแรก ลุงแกก็มองผม ดวงตาของลุงดูเศร้าหมอง ผมกับลุงสบตากัน พอขบวนรถเคลื่อนผ่านออกไปเรื่อยๆ ลุงแกยังมองผมอยู่พร้อมกับฉีกยิ้มที่มุมปาก ผมก็สะดุ้งสิครับ ตอนแกยิ้ม แกดูน่ากลัวมาก

หลังจากนั้น 2 ชม.รถไฟก็ถึงตลาดน้ำ 4 ภาค ผมก็เดินเล่น กินข้าวไปเรื่อยเปื่อย ช่วงบ่ายๆผมกลับมานั่งรอรถไฟ ขากลับที่สถานี ระหว่างรอมีผู้ชายคนนึง นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาทักผมว่า “ไอ้หนุ่ม ดูลูกเองด้วย อย่าไปนอนเล่นบนรางรถไฟ มันร้อนน่ะนั่น” แล้วชายคนนั้นก็นั่งหลับตาไป ผมก็งงสิครับไหนใครลูกผมแล้วเด็กที่ว่านั่นอยู่ไหน บนรางรถไฟไม่มีใครสักคน มีแค่ คุณกับผม 2 คน ในที่ตรงนี้ ผมก็เลยคิดว่าชายคนนี้สงสัยจะบ้าไปแล้ว สักพักรถไฟก็มา ผมขึ้นรถไฟไป รถไฟก็พาผมออกไปเรื่อยๆจนใกล้จะถึงสถานี บางพระ แต่รถไฟอยู่ๆก็ชะลอแล้วหยุดไป คนบนรถไฟมีอยู่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ก็พากันยื่นหัวออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่บอกขอเวลาตรวจเช็คสักครู่ ตอนนั้นเป็นเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ก็ซ่อมรถไฟไปเรื่อยๆ ได้ยินเสียงเทสเครื่องยนต์ดังมาเป็นระยะๆ จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 2 ชม. รถไฟถึงซ่อมเสร็จ เคลื่อนขบวนออกไป เข้าสถานีบางพระ มีแม่ค้าเดินขึ้นมาขายของกัน และมีป้าแม่ค้าคนนึง แกทักผมว่า “ขนมไหมจ้า เด็กๆชอบน๊า ดูน้องเค้าสิหลับปุ๋ยเลย ตื่นมาคงจะหิว ขนมสักถุงไหมจ้า”

ผมส่ายหน้า แล้วแม่ค้าก็เดินผ่านไป “เดี๋ยวๆๆๆ ผมนั่งคนเดียวนะ เด็กอะไรที่ไหนอีกล่ะ” ผมเริ่มรู้สึกหวั่นๆใจละ เพราะมีคนทักขึ้นมา 2 คนละ รถไฟเคลื่อนขบวนไปเรื่อยๆ ช่วงเวลานี้เริ่มมืดละ จนมาถึงสถานี ชุมทางฉะเชิงเทรา คนก็ขึ้นมากันเยอะพอสมควร แต่ละที่นั่งในตู้ที่ผมนั่งเต็มเกือบหมด ยกเว้น ที่นั่งข้างๆผม ไม่มีใครมานั่งด้วย แต่มีคนยืนอยู่ข้างๆแทน ผมก็งง ทำไมเค้าไม่นั่ง แต่ก็ช่างเหอะ อยากยืนก็ยืนไป รถไฟเคลื่อนมาเรื่อยมาถึงสถานีที่ผมเจอลุงที่ว่าเมื่อเช้า รถไฟก็ชะลอความเร็วลงแล้วค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านไป ลุง!!! ยังนั่งอยู่ที่เดิม แสงไฟสลัวๆพอมองเห็นใบหน้าลุง ผมสบตากับลุง ลุงฉีกยิ้มกว้างมากคราวนี้ ยิ้มแบบเห็นฟันดำๆทั้งแผงเลย พอรถเคลื่อนผ่านลุงไป ลุงแกกวักมือเหมือนเรียกผมไปหา ผมตัวสั่น เหงื่อเริ่มแตก จนคนที่นั่งตรงหน้าผมถามว่าเป็นอะไรรึป่าว ผมเลยถามคนที่นั่งข้างหน้าว่า พะ พะ พี่ หะ หะ เห็นเหมือนที่ผมเห็นไหม “เห็นอะไรรึ” เค้าถามผม “ลุงแก่ๆคนนึงที่นั่งห้อยขาที่สถานีตะกี้อ่ะ” “ไม่มีนะ พี่ก็มองฝั่งนี้มาตลอด” “เอาล่ะสิ เวรละกุ” ผมนั่งสงบสติสักพัก ผมเลยคิดว่าคืนนี้พักที่บ้านญาติดีกว่า ตัดสินใจลงรถที่สถานีหัวหมาก ตอนนั้นเวลาประมาณเกือบๆ 3 ทุ่ม พอผมลุกเดินออกไป พี่คนนั้นเค้าพูดว่า “ไอ้หนุ่มรอลูกเองด้วย” หืม!!!!!! อะไรอีกวะเนี่ย

ผมลงรถไฟตรงดิ่งไปห้องน้ำก่อน ล้างหน้าล้างตา ยืนส่องกระจก ผมเพ่งมองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกตามัวๆ มึนๆหัว หูอื้อ ผมก็เลยส่ายหัวไปมา แต่ก็ไม่หาย ผมจะไปบ้านญาติอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานี ต้องเดินเลาะรางรถไฟแล้วข้ามรางรถไฟไป ระหว่างเดินเลาะๆรางรถไฟ ผมบอกเลยเวลานั้นอาการหูอื้อผมยังไม่หาย ผมไม่ได้ยินอะไรเลย แม้แต่เสียงรถที่ถนนใหญ่ใกล้ๆ ผมกำลังจะก้าวข้ามรางรถไฟ มีวัตถุบางอย่างมาโดนหลังของผม ผมหันไปมอง ลุง!!!!!!! ที่ผมเจอที่สถานีร้างนั่นนี่! ยืนอยู่ในเงาตู้รถไฟเก่าๆที่สถานี ยืนมองมาที่ผมแล้วฉีกยิ้ม ผมตกใจกะลังจะวิ่งข้ามรางรถไฟไปอีกฝั่ง พ่อออออ!!!!! ระวังรถไฟ!!!!! (เสียงเด็กที่ไหนไม่รู้ดังขึ้นในหัว) ผมเบรกแล้วดึงขากลับมาที่เดิม ผมหันไปทางซ้าย มีแสงไฟจากหัวขบวนพร้อมแตรที่ดังสนั่น แล้วรถไฟก็เคลื่อนตัวผ่านผมไป เข้าสถานี“ที่นี่สถานีหัวหมากๆ ผู้โดยสารท่านใดต้องการลง โปรดตรวจสอบทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน ขอบคุณครับ” เสียงจากนายสถานีดังขึ้น ผมใจหายแว๊ป “เกือบไปละ” หันกลับไปดูลุงที่ว่าไม่อยู่ละ ผมเลยเดินข้ามรางรถไฟไปบ้านญาติต่อ ปริศนาที่ค้างคาใจจนถึงทุกวันนี้ของผมก็ยังไม่คลี่คลายคือ ลุงที่ว่านั่นเป็นใคร ต้องการอะไรจากผมและเสียงเด็กที่ว่านั่นอีกใครกัน ผมก็ไม่เคยเลี้ยงกุมารอะไรมาก่อน

Cr.สาวก แมนซิตี้(จากกลุ่มเรื่องสยองของคนเห็นผี)