ถ้าเป็นห่วงก็อย่าพึ่งกลับ!!

เรื่อง ถ้าเป็นห่วงก็อย่าพึ่งกลับ

เล่าโดย : คุณ พรีม

ปัจจุบันคุณพรีมอายุ 27 ปี อาศัยอยู่ที่อเมริกา แต่เรื่องนี้ย้อนกลับไปสมัยที่พรีมกำลังเรียน
อยู่ชั้น ม.ปลาย รร แห่งนี้เป็น รร หญิงล้วนที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน ตั้งอยู่ จ.หนึ่งในภาคกลาง
มีชื่อเสียงยาวนานพอสมควร วันแรกที่เข้าเรียนนั้นเป็นเช้าวันวันจันทร์ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนพอดี
ก่อนจะมาที่นี่คุณพ่อได้บอกพรีมไว้ว่าจะให้พรีมอยู่ที่นี่เลย จะมารับกลับแค่ตอนปิดเทอมเท่านั้น
ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์พรีมจะไม่ได้กลับบ้านเหมือนคนอื่นๆ เด็กที่อยู่ประจำแบบพรีมก็มีเยอะเหมือนกัน
ข้อดีของที่นี่คือจะให้เด็ก ม.ปลายออกไปข้างนอกได้ แต่จะต้องทำเป็นหนังสือรับรอง และกลับเข้ามาไม่เกิน 3 ทุ่ม
ทุกอย่างดูปกติดีจนเวลาผ่านไป 2 ปี เป็นช่วงที่พรีมต้องขึ้น ม.6 และใกล้ช่วงสอบเทอมสุดท้ายที่จะต้องเอ็นทรานซ์
ช่วงก่อนนอน เด็ก ม.6 จะต้องมานั่งติวหนังสือที่ใต้หอกัน แต่เนื่องจากช่วงนั้นมีกิจกรรมเยอะมาก
พรีมก็พึ่งจะเสร็จจากกิจกรรมมา เหนื่อยล้าพอสมควร ค่ำวันนั้นพรีมและเพื่อนอีกคนเลยไม่อยากออกไปติวหนังสือ
จึงแอบอยู่ในหอนอน ลักษณะภายในหอพักจะเป็นหอรวม 50 เตียง มีพัดลมเพดานต่อกันเรียงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ตามลักษณะห้อง เวลาขณะนั้นไฟในหอจะปิดหมด เพราะ นร จะลงไปติวหลังสือข้างล่างกัน
จะมีแค่ไฟจากทางเดินส่องผ่านบานเกล็ดเข้ามาเท่านั้น ในหอจะมีตู้ประจำเตียงของแต่ละคน
ทั้งคู่ก็ไปแอบอาจารย์เวรที่คอยเดินตรวจตราอยู่ตรงมุมระหว่างตู้ติดผนังที่ตั้งขนาบกับทางเดิน
เวลาอาจารย์ส่องไฟฉายมาก็จะไม่สามารถมองเห็นได้ พอทั้งสองคนมานั่งหลบพิงอยู่กับตู้
พรีมก็เอาที่อัดเสียงบรรยายของอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษออกมานั่งฟังกับเพื่อนโดยการใส่หูฟังคนละข้าง
แต่ว่าอยู่ๆเพื่อนของพรีมก็สะดุ้งขึ้น อาการเหมือนคนตกใจกลัว พรีมกระซิบถามว่าเป็นอะไร
เพื่อนบอกว่า “มีใครมาเป่าหูชั้นก็ไม่รู้ จู่ๆก็มีลมมาเป่าใส่หูชัดเจนมาก” พรีมก็ต้อบไปว่า “แกคิดไปเองแล้วละ”
แล้วเรื่องนี้ก็ผ่านไป เพราะเป็นจังหวะที่เพื่อนทยอยกลับเข้ามาพอดี พรีมก็เลยลุกไปที่เตียงนอน
เพื่อนๆก็ถามพรีมว่า ไม่เห็นพรีมลงไปติวหนังสือเลย ไม่สบายรึเปล่า พรีมเลยแอบบอกว่า “พรีมโดดติว”

พอวันต่อมาเพื่อนอีก 3 คนก็ไม่ลงไปติวหนังสือ คือโดดติวตามพรีมด้วย
ทีนี้ทุกคนก็ไปแอบที่ซอกตู้มุมในสุดของหอพัก เพราะว่าอยู่กันตั้ง 5 คน แค่ตามตู้ข้างๆไม่พอ
โซนในสุดที่ไปแอบกันนั้นจะเป็นตู้ขนาดใหญ่เอาไว้เก็บผ้าปูและเบาะที่นอน ตั้งไว้ในสุดของหอเลย
ทุกคนก็ไปแอบอาจารย์เวรเหมือนเดิม หลังจากอาจารย์เดินผ่านไป
ทุกคนก็ออกมารจากซอกตู้แล้วมานั่งล้อมวงคุยกัน พรีมนั่งหันหน้าไปด้านในของหอ
แต่เพื่อนที่หันหน้าไปทางประตู อยู่ๆก็เห็น นร คนหนึ่งเดินเข้ามา เพื่อนก็เลยบอกว่า
“เห้ย เค้าเลิกติวหนังสือกันแล้ว ไปนอนกันเถอะ” แต่ในช่วงที่กำลังจะลุกขึ้นไฟในห้องก็ยังมืดอยู่ไม่ยอมเปิด
โดยปกติแล้วถ้าใครเข้ามาคนแรกจะต้องเปิดสวิทช์ไฟที่หน้าประตูอยู่แล้ว ทุกคนเลยหันมามองหน้ากัน
พรีมก็หันมาบอกเพื่อนว่า “หรือว่ายัยนั่นแอบโดดขึ้นมาเหมือนพวกเรารึเปล่า” ทุกคนก็เลยไม่สนใจ
ว่า นร คนนั้นเป็นใคร แล้วในช่วงที่กำลังจะนั่งลงก็มี นร อีกคนเดินเข้ามาอีกแต่ก็ยังไม่เปิดไฟ
ทุกคนก็ได้แต่อาศัยแสงจากข้างนอกที่ส่องเข้ามาเพ่งมองกัน ลักษณะเป็น นร หญิงกำลังเดินเข้ามา
เธอคนนั้นอยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวเสื้อแขนยาว ส่วน นร ที่เดินเข้ามาคนแรกนั้นล้มตัวนอนอยู่บนเตียง
นร ที่เดินเข้ามาคนที่ 2 เดินไปที่เตียงเหมือนพยายามดึงหรือปลุก นร ที่มาคนแรก
แล้วอยู่ๆ นร ทั้งคู่ก็พากันกระโดดเล่นบนเตียง ลักษณะอาการทั้งหัวเราะทั้งสนุก
ทุกคนก็แปลกใจว่าไม่กลัวครูเวรมาดุหรอ เพราะทั้งคู่กระโดดเล่นกัน ทั้งเสียงเตียงเหล็กและเสียงหัวเราะ
มันดังก้องมาก พรีมก็กลัวว่าเดี่ยวเรื่องจะแดงมาถึงพวกตัวเองด้วย ทุกคนเลยตัดสินใจเดินไปเตือนทั้ง 2 คนนั้น
(ยังจำได้ใช่ไหมว่าโซนที่พรีมกับเพื่อนนั่งอยู่คือสุดหอนอน แต่โซนที่ นร ที่กำลังกระโดดเล่นกันอยู่ช่วงหน้าๆ)
แต่ขณะที่ทุกคนกำลังเดินเข้าไปใกล้นั้นเสียงหัวเราะและเสียงกระโดก้ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ
จนเพื่อนในกลุ่มคนนึงพูดขึ้นมาว่า “เสียงดังขนาดนีร้โดนแน่ๆเลยพวกแก”
ทุกคนจึงรีบเดินเพื่อเข้าไปห้าม แต่ขณะที่ทุกคนเดินไปถึงช่วงกลางๆของหอ
เพื่อนที่อยู่ด้านหลังคนนึงก็พูดขึ้นมาอีกว่า “พวกแกมองที่ผนังหอสิ!!!” เสียงที่เพื่อนพูดนั้นสั่นมาก
ทุกคนก็หันไปมองตามกัน ภาพที่เห็นคือ เงาของทั้ง 2 คนที่ถูกไฟสะท้อนผ่านทางบานเกล็ดเข้ามาข้างใน
ลักษณะเป็นแค่ลำตัวแต่ส่วนศรีษะของทั้งคู่นั้นหายไป เท่านั้นทุกคนก็กรี๊ดขึ้นมาดังลั่น
เพราะเห็นกันหมดทั้ง 5 คน จนพวกอาจารย์ต้องรีบวิ่งขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัย
หลายคนถึงกับปัสสาวะราด พูดจาไม่รู้เรื่อง ก็เลยถูกอาจารย์เรียกขึ้นมาคุยในตอนเช้าของอีกวันนึงแทน
และทุกคนก็โดนทำโทษด้วยการล้างห้องอาบน้ำรวม และงดออกจาก รร ทุกกรณีในช่วงเสาร์-อาทิตย์
และเรื่องที่ทุกคนเจอยิ่งพยายามอธิบายก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเลย….

จนเวลาล่วงเลยผ่านไป เหลืออีก 1 สัปดาห์จะปิดเทอม ม.ปลายแล้ว
นร ในหอของเด็ก ม.6 เริ่มบางตากว่าที่เคย จนมาถึงวันสุดท้ายที่ทุกคนจะนอนอยู่ที่หอ
กลุ่มของพรีมก็เตรียวตัวเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า จัดของกันจนถึง 5 ทุ่ม ซึ่งเลยเวลานอนมามากแล้ว
แต่อาจารย์เวรก็ไม่ว่าอะไรเพราะเห็นว่าเป็นวันสุดท้าย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอนเวลาประมาณ ตี 1 กว่าๆ
ตั้งแต่มาเรียนที่นี่พรีมไม่เคยตื่นขึ้นมากลางดึกแบบนี้เลย แต่คืนนั้นเป็นอะไรไม่รู้ตื่นขึ้นมา
ตอนที่ตื่นชำเลืองไปเห็น นร 2 คนนั่งกอดคอกันอยู่บนขอบหน้าต่าง หันหน้าออกไปนอกตึก แล้วก็กระโดดลงไป
พรีมตกใจมาก รีบลุกจากเตียงไปปลุกเพื่อนข้างๆ เพราะตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพื่อนในหอที่กระโดดลงไป
เพื่อนก็ค่อยๆงัวเงียตื่นมา พรีมเลยรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่างก่อนคนอื่น พอไปถึงรีบหมุนตัวล็อก
และชะโงกหน้าลงไปดูข้างล่าง แต่ไม่พบอะไรเลย เพื่อนที่ยังงัวเงียอยู่ก็เดินตามมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่พูดยังไม่จบดีก็มีเสียงเล็กๆใสๆเย็นๆ และเอื่ยมากของเด็กผู้หญิงดังแทรกขึ้นมาจากนอกหน้าต่างว่า
“เป็นห่วงเราหรอ เป็นห่วงเราใช่มั้ย ถ้าเป็นห่วงก็อย่าพึ่งกลับบ้านกันสิ”
พรีมกับเพื่อนมองหน้ากันก่อนจะวิ่งไปนอนคลุมโปงสั่นกันจนถึงเช้า แล้วก็มานั่งคิดทีหลังว่า
หออยู่ชั้น 3 ไม่น่าจะเป็นเสียงแบบนี้ ถ้าเกิดคนตะโกนขึ้นมาเสียงก็น่าจะใหญ่และก็ก้องมากกว่านี้
และตอนที่ไปถึงหน้าต่าง มุ้งลวดก็ยังปิดอยู่ ถูกล็อกจากด้านใน นร ทั้ง 2 คนนั้นจะทะลุมุ้งลวดลงไปได้อย่างไร
ทุกวันนี้พรีมก็ยังหาคำตอบจากเรื่องเหล่านี้ไม่ได้แม้ว่าจะพยายามถามอาจารย์คนใดก็ไม่มีคำตอบ
เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้…