ผู้หญิงบนสะพาน

ในช่วงรับน้องปี 1 ซึ่งขณะนั้นหนูอยู่ชั้นปีที่ 2 ปีนี้เป็นปีที่แปลกมากเพราะน้องๆปี 1 จะมาบ่นให้พี่ๆสันทนาการปี 2 ฟังว่า ช่วงที่ขณะยืนรับน้องอยู่นั้นมักจะเห็นคนเดินไป-มา บนสะพานที่อยู่ข้างหลังพี่ว๊ากตลอด ซึ่งในขณะนั้นก็ดึกมากและตรงบนสะพานนั้นก็มืดมากด้วย น้องหลายคนบอกว่าเห็นเป็นผู้หญิงใส่ชุดนักศึกษาเดินไป เดินมา อยู่ตลอด บางทีก็ยืนอยู่เฉยๆ น้องปี 1 บางคนก็บอกว่าไม่เห็น เป็นไปได้ยังไงที่ตรงสะพานมืดออกแบบนั้นแล้วจะยังมีใครไปยืน

เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น เมื่อมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในแถวล้มลงไปนอนกรี๊ดที่พื้นและดิ้นไปมา พวกหนูที่เฝ้าอยู่บริเวณนั้นได้วิ่งพากันไปอุ้มน้องคนนั้นออกมาจากแถวรับน้อง หนูซึ่งมีหน้าที่เป็นฝ่ายพยาบาลได้บอกให้เพื่อนบางคนถอยออกไปเพราะน้องเริ่มมีอาการเกร็งมือและเท้า เพื่อนที่เป็นฝ่ายพยาบาลอีก 2-3 คน ได้เข้าไปช่วยนวดมือและเท้าให้น้อง บางคนช่วยพัดให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น น้องยังคงมีอาการเกร็ง ดิ้น และกรี๊ดอยู่เป็นระยะๆ ซักพักอาการก็ค่อยๆผ่อนคลายขึ้น พออาการของน้องดีขึ้น น้องบอกว่ารู้สึกงงกับตัวเองมากที่อยู่มานอนบนพื้นและมีคนมารุมล้อม และเล่าให้พวกหนูฟังว่า ก่อนที่จะมีอาการเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งตรงสะพานค่อยๆเดินเข้ามาหา จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นมาหยุดอยู่ตรงหลังพี่ว๊าก หลังจากนั้นก็หมดสติไป เรื่องนี้ได้ถูกเล่าออกไปให้เพื่อนของน้องฟัง เพื่อนๆหลายคนของน้องยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ขณะที่รับน้องอยู่ไม่มีใครไปยืนหลังพี่ว๊ากเลย แม้แต่คนเดียว เรื่องนี้ทำให้รุ่นพี่หลายคนวิตกกังวล รวมทั้งหนูด้วย

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น ตัวหนูเองเริ่มมีอาการผิดปกติ บางทีใจมันสั่นเองโดยที่ไม่มีสาเหตุและเริ่มมีอาการเดียวกับน้องปี 1 ที่เห็นผู้หญิงที่สะพาน ในคืนวันที่คณะมีการทำกิจกรรมดึกและมีกิจกรรมรับน้องรวมอยู่ด้วย หนูได้เห็นผู้หญิงคนนั้นที่สะพานเหมือนกับน้องปี 1 หลังจากนั้นก็หมดสติไป พอฟื้นขึ้นมาอีกที เพื่อนๆของหนูก็บอกว่าอยู่ๆหนูเกร็งมือ เกร็งเท้า และกรี๊ดร้อง หนูดิ้นแรงมาก หนูบอกเพื่อนว่าหนูเจอผี มีบางคนเท่านั้นที่เชื่อ คืนนั้นหนูต้องขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน พอไปถึงที่รถ ที่หน้าตะกร้ารถปรากฎว่าด้ายสายสิญจน์เก่าเส้นหนึ่งอยู่ในนั้น หนูไม่รู้สายสิญจน์นี้มาจากไหนแต่หนูก็ไม่ได้สนใจ

ผ่านไปอีกหลายวัน หนูเริ่มมีอาการแบบเดิมอีกซ้ำๆ และเห็นผีผู้หญิงคนนั้นบ่อยขึ้นก่อนที่จะมีอาการหนูเลยตัดสินใจชวนกลุ่มเพื่อนที่สนิทไปวัด พวกเราไปวัดกลางเมืองแต่ไปกันตอนกลางคืนเพราะพวกเราถือโอกาสไปเดินเที่ยวถนนคนเดินกันด้วย พวกเราเข้าไปในวัดและเดินอ้อมไปด้านหลังวิหาร ตรงไปที่เจดีย์ที่เขามีให้จุดธูปและเทียน หนูถือสายสิญจน์ขึ้นมา และบอกในใจว่า “สิ่งใดที่ติดตามข้าพเจ้าอยู่ขอท่านจงปล่อยข้าพเจ้าไปเถอะ” หลังจากนั้นหนูเอาสายสิญจน์ไปเผากับเทียนเล่มหนึ่งที่จุดไว้ตรงเชิงเทียนและปล่อยให้มันไหม้ไป พอพวกเราเดินออกมาทางด้านหน้าวัดไปเพียง 100 เมตร เพื่อนของหนูขอแวะเข้า 7/11 เพื่อไปซื้อน้ำ หนูคิดยังไงไม่รู้ หนูหันกลับไปมองที่วัด ภาพที่หนูเห็นคือ มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนปลายหลังคาวิหารวัดแล้วมองมายังหนู หนูตกใจแล้วไม่หันกลับเข้าไปในวัดอีกเลย