เจอดีที่แพกาญจนบุรีกับห้องหมายเลข10

ที่ทำงานแฟนจัดเที่ยวประจำปีและปีนี้เลือกไปนอนแพที่กาญจนบุรีในเขื่อนศรีนครินทร์ คือเราต้องจอดรถไว้ที่ฝั่ง แล้วทางรีสอร์ทจะเอาเรือแพลำใหญ่มารับเราไปที่พัก ที่พักเราอยู่กลางน้ำติดกับเกาะๆที่อยู่ในเขื่อนค่ะ โดยส่วนบริเวณของรีสอร์ทก็น่าพักค่ะ แต่ที่พักจะแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนบ้านไม้สักใหม่ (คือสร้างขึ้นมาใหม่ สวยค่ะ) และโซนบ้านไม้สักเก่า (อันนี้เก่าจริงไรจริงค่ะ) วันที่เราไปพักมีผู้เข้าพักหลายกรุ๊ปทำให้ที่พักทุกห้องถูกจองเต็มหมด คณะเราได้พักโซนบ้านไม้สักเก่าทั้งหมด มีแค่พวกเจ้านายที่ได้ทางโซนบ้านไม้สักใหม่ 2 หลัง

ไปถึงก็เกิดเรื่องเลยค่ะ คณะเรามีเด็กๆไปหลาย อายุ ตั้งแต่ 2-6 ขวบ (จริงๆเที่ยวแพไม่เหมาะที่จะเอาเด็กเล็กๆไปค่ะอันตราย) คือทางเดินมันจะเป็นแผ่นเหล็กต่อกับเป็นระยะๆ ลูกหัวหน้าเดินตกลงไปในร่องของเหล็กที่ต่อๆกัน ดีที่วิ่งไปจับทัน เลยได้แผลมาแต่ถ้าตกไปยังนึกกันไม่ออกว่าจะงมกันยังเพราะมันเป็นแพเราคงโดดลงตรงที่เด็กตกไม่ได้ ต้องไปลงทางอื่นและดำน้ำมาเพื่อนจะงม พนักงานเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้ามีเด็กตกไปเลยกว่าจะช่วยได้คือเด็กไม่ได้สติเลยต้องนำส่งโรงพยาบาล เราถามต่อเด็กตายหรือเปล่าพนักงานบอกไม่รู้คือเขาไม่พักกลับฝั่งไปโรงพยาบาลไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก (เค้าว่าแบบนั้น) มาถึงตอนที่แจกกุญแจที่พักกัน เราได้ บ้านไม่สักหลังเล็กที่ 10 คือมันอยู่หลังสุดท้ายเลยเดินไกลมากค่ะ คือพอเราเดินไปถึงหน้าบ้านพักเราไม่ชอบเลยมันหลังสุดท้างของทางเดินเราไม่ชอบ พอเปิดประตูเข้าไป เราสำรวจทุกอย่างคือเราเป็นภูมแพ้จะเข้มกับเรื่องความสะอาดมากที่สุด ลักษณะภายในบ้าน เป็นบ้านหลังเล็กๆ เตียงนอนมี 2 ฝั่ง 1 เตียงนอนได้ 2 คน ระหว่าง 2 เตียงจะมีทางเดิน ประตูทางเข้ากับประตูระเบียงตรงกัน ห้องมันสภาพเก่าแถมซอกหัวเตียงมีขี้จิ้งจกฝุ่นแบบทำความสะอาจไม่ระเอียดทำผ่านๆไปที ตามข้างขวา เพดาน หยากไย่นี้จับเห็นว่าปัดแล้วแต่มันยังไม่สะอาด ดูเหมือนห้องไม่ค่อยได้ใช้งาน แบบมีคนพักก็มาทำความสะอาจสักที แบบนั้น ห้องน้ำก็โอ้!!!ไม่ไหว เรารับไม่ได้เลยแต่ทำไงได้ จะขอเปลี่ยนบ้านก็เต็มทุกหลัง แถมมีรูเต็มไปหมด กลัวยุงมาก เอาทำไงได้ เดินไปสำรวจห้องคนอื่นสะอาดมากสะอาดกว่าห้องเราเห็นได้ชัด

ตอนแรกว่าจะขนของมานอนห้องพี่ๆ เพราะไม่ชอบห้องที่ไม่สะอาด ก็เลยยังไม่จัดของ พี่ๆมาเรียกไปล่องแพ ก็เปลี่ยนเสื่อผ้าไปกันเลย ส่วนหัวหน้าที่ลูกเดินตกจนเป็นแผลที่ขาก็เลยไม่ไปด้วย ล่องแพไปกลับมาที่พักก็ 5 โมงเย็นได้ เราก็มาอาบน้ำ แต่แฟนเรายังเล่นน้ำอยู่กับพี่ๆ ตอนเราอยู่คนเดียวก็ไม่มีอะไรนะ แค่บรรยากาศมันเงียบมากๆเราเลยเปิดประตู ทั้งประตูหน้า ประตูระเบียง อาบน้ำเสร็จเราก็ออกไปนั่งระเบียงเพราะ มีพี่ๆนอนบ้านหลังก่อนหน้าเรา มองเห็นกันตะโกนคุยกันได้อยู่ พอแฟนเราเข้ามาอาบน้ำ มีพี่ผู้ชายที่สนิทกับมาขอนอนด้วย ขนของมาเลย เราก็ให้พี่เค้านอนอีกเตียงเราก็ขนของลงจากเตียงให้พี่เค้านอน *ดีใจมากมีเพื่อนนอนแล้วจะได้ไม่กลัวด้วย คุยกันไปมาแฟนเรามองไปเห็นเหมือนหิ้งพระแต่มันไม่มีพระนะเหมือนเอาพระออกไปเหลือแต่หิ้งมันอยู่เหนือประตูทางออกระเบียงท่าน้ำค่ะ เราก็มอง มันเหมือนหิ้งพระจริงๆ พี่เค้าก็เงียบๆไป เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร (จริงถ้ามีหิ้งพระแบบนี้ในห้องพักตาม รีสอร์ท มันก็แปลกๆนะ) แต่งตัวจัดของเสร็จก็ถึงเวลากินข้าวเย็นพอดี เราก็นั่งกินนั่งเล่นกิจกรรมจนถึง 5 ทุ่มครึ่ง ส่วนพี่ที่ว่าจะนอนด้วย สรุปแอบไปนอนห้องกับพี่ๆท่านอื่นไปแล้วบอกว่าง่วงไม่อยากกวน เรา 2 คนเลยต้องนอนห้องนั้นกัน 2 คนเพราะจะขนของไปนอนกับคนอื่นก็ไม่ทันแล้วหละ เรากินเบียร์ไฮเนเก้น ไป 4 กระป๋องถือว่าเบามาสำหรับเรา ส่วนแฟนก็กินไปนิสหน่อยคืออยากให้ถึงห้องแล้วหลับเลย สบายๆ พอถึงห้องเราก็ล้างหน้าเข้านอนกันเลย ก่อนนอนเราก็สวดมนต์บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ.ที่แห่งนั้นว่าขอพักแรม 1 คืนถ้าพูดหรือกระทำการสิ่งใดเป็นการลบหลู่โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอขมาด้วย บลาๆๆ พูดเยอะมากค่ะ

พอเสร็จก็นอนรู้สึกง่วงแล้วหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นมาเพราะปวดฉี่จำเวลาไม่ได้ เราก็เดินไปฉี่ค่ะ แล้วกลับมาจะนอนต่อแต่มันไม่ง่วงแล้วดิ ทำไงก็เลยนอนหลับตาแบบเดียวคงง่วงเอง **อีกอย่างเราปิดไฟหมดทุกดวงเปิดไฟห้องน้ำไว้แต่ไม่ได้เปิดประตูเพราะในห้องน้ำรูเยอะกลัวยุงจะเข้ามา มันเลยมืดมาก ทุกครั้งที่เรามาเที่ยวนอนต่างที่เราจะเปิดไฟไว้ในห้องน้ำแล้วเปิดประตูทิ้งไว้ให้แสงออกมาจะได้ไม่มืดเพราะไม่ชอบความมืด ที่เราจอคือเรายังไม่หลับค่ะ แค่หลับตา เรารู้สึกมีคนเดินตั้งแต่ปลายเตียงเรามาถึงหัวเตียงฝั่งทางเดินข้างที่เรานอน (เรานอนด้านนอกค่ะแฟนนอนในเราไม่ชอบนอนในมันอึดอัดค่ะ) แล้วมาหยุดตรงหัวเราเท่านั้นเราก็ขยับตัวไม่ได้ รู้สึกถึงเรื่องผีอำเลยค่ะ กลัวนิสๆเพราะเจอบ่อย แต่ก็สวดนะโม 3 จบ เพราะนึกอะไรไม่ออก ก็ไม่ไปค่ะ เราก็เรียกหลวงปู่ทวด หลวงพ่อโสธร ค่ะเพราะนับถือ **(เป็นการมาพักแรมที่ลืมเอาพระหลวงปู่ทวดมาด้วยทุกครั้งจะติดตัวทุกครั้งคือไม่มีอะไรเลยค่ะ พระพุทธคุณอยู่ที่ใจล้วนๆเลยค่ะครั้งนี้) มันนานพอควรค่ะแล้วเค้าก็ไป เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร เลยเปลี่ยนมานอนตะแคงหันหลังให้แฟนหันหน้าออก ครั้งนี้มาเยอะค่ะ เหมือนมีคนนอนข้างหลังเราแบบเอาท้องมาชนทั้งๆที่เรากับแฟนนอนห่างกัน ท้องมันกลมมากเหมือนคนท้องก็ว่าได้ เราก็ขยับตัวไม่ได้อีกครั้ง ต่อมาก็เหมือนมีผ้ามาพันที่คอเราแล้วดึงมาจากข้างหลังทำให้หายใจไม่สะดวก ดึง 3-4 ทีแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นผ้ามากดที่หน้าเรากดให้เราหายใจไม่ออก แล้วก็ลงไปเดินอีก เดินไปมาแล้วก็มาหยุดที่หน้าเราร้องกรี๊ด ใส่หน้าเราแบบลากเสียงยาวดังมากเราถึงรู้ว่าเป็นผู้หญิง (เหมือนในหนังผีเลยตรงนี้) หลังจากนั้นเราก็เหมือนลืมตาได้แต่ในห้องมันสว่างมากสว่างจนมองเห็นช่วงล้างตั้งแต่แขนไปถึงขาของตัวเองแต่ขยับตัวไม่ได้

พอเรามองต่อไปที่เตียงที่ตรงข้างที่พี่อีกคนจะมานอนด้วย เราเห็นเป็นผู้หญิงผูกคอตายห้อยต่องแต่งๆ เราไม่เคยเจอผีตายโหงแบบนี้อำกลัวสุดๆ ตะโกนหลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวดช่วยลูกด้วยไม่ไหวแล้ว ตะโกนอยู่นานก็ลืมตาได้ ลืมตาแบบจริงๆแต่สิ่งที่เราเห็นในความมึดก็คือคนผูกคอห้อยอยู่ที่เตียงตรงข้าง เห็นในความมืด เราร้องเรียกแฟนเราแบบดังมาแล้วรีบเปิดไปที่หัวเตียงแฟนเราตื่นมาด้วยหน้า งง แต่ก็ตื่นมาถามเป็นอะไร คืออยู่กันมา 7 ปีไม่เคยเห็นเราเป็นขนาดนี้ ดูนาฬิกา ตี 3.35 นาที เรา 2 คนเลยเปิดไฟนั่งเป็นเพื่อนกันจนเช้าไม่นอนนั่งเล่นเกมในมือถือ พอเช้าก็เล่าให้แฟนฟัง ไม่กล้าเล่าตอนนั้นแฟนเราเป็นคนกลัวผีมากค่ะ เค้าบอกว่าคงน่ากลัวจริงๆเธอถึงนอนต่อไม่ได้เลยไม่เคยเห็นเป็นขนาดนี้ เค้าก็ปลอบใจว่า มันอาจจะเป็นฝันที่เหมือนจริงก็ได้นะ ตอนไปกินข้าวพี่บ้างข้างๆถาม เมื่อคืนเจออะไรได้ยินเสียงตะโกนดังมากแล้วก็เปิดไป เราก็บอกไม่มีไรค่ะ กลัวเค้าไม่เชื่อ เราอาย เราเดินไปถามคนที่นั้นว่าลุงบ้านที่นู๋นอนมีอะไรหรือเปล่านู๋นอนไม่ได้เลยนะ แกก็หัวเราะจะไม่ยอมตอบ บอกไม่มีนะ แล้วก็รีบไป เราก็เดินมองไปรอบๆ มองขึ้นไปบนเขาที่ติดที่พักเจอกับศาลพระภูมของรีสอร์ท เมื่อคืนเรานอนหันเท้าให้ศาลทั้งคืนก็ทำไงได้ทางรีสอร์ทจัดแบบนี้เราก็ไม่รู้ตอนกลางวันก็มองแต่กลับไม่เห็น เราก็ไม่รู้มันคืออะไร ฝันหรือเรื่องจริง ส่วนตัวเราเชื่อว่าจริงเรารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้หลับ ทุกสิ่งที่เราเจออยากจะบอกว่ามาทำให้รู้สึกว่าเค้าอยากจะบอกว่าเค้าเจออะไรมาแล้วถึงผูกคอตาย ตอนเราโดนมันให้ความรู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงคนนั้นกำลังจะโดนล่วงละเมิดทางเพศแต่ขัดขืน มันรู้สึกแบบนั้น เราอยากรู้จริงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือเธออยากให้เราช่วยอะไร มีใครเคยไปแล้วเจอแบบเดียวกันบ้าง

เราจะได้หายคล่องใจมันติดอยู่ในความรู้สึกค่ะและที่สำคัญแบบสุดๆๆ กุญแจห้องติดมากับเรามาเจอตอนถึง กทม.ค่ะ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวก่อนออกจะคืนทุกครั้งไม่เคยลืม ถึงลืมทางรีสอร์ทก็จะทวงว่ายังไม่คืนนะค่ะ ขอกุญแจคืนด้วยค่ะ เพราะเราก็ยื่นกันอยู่นาน ถ่ายรูปกันอีก กว่าจะขึ้นแพเพื่อเข้าฝั่ง งง เหมือนกันทำไมถึงไม่ทวง แถมไม่โทรถามอีก หมายความว่าอะไร กัน เราขนลุกเลยว่าจะโทรไปและขอที่อยู่ส่งกุญแจไปคืน เราพึ่งไปมาเมื่อวันเสาร์ ที่ 27 ก.ย.57 นี้เองค่ะ สรุป เราโทรไปที่รีสอร์ทมาบอกว่านู๋ไปพักที่แพมาเมื่อวันเสาร์แต่ลืมคืนกุญแจค่ะ เค้าถามห้องไหนค่ะ อ้าวไม่ได้เช็คห้องหรอว่าลูกค้าคืนกุญแจครบทุกห้องหรือเปล่า (หรืออาจจะไม่ใช้คนดูแลเรื่องกุญแจก็ได้มั้ง) บ้านหลังสุดท้ายหลังที่ 10 ค่ะ อืมไม่เป็นไรค่ะเด๋วพี่ทำกุญแจใหม่ก็ได้ ไม่ต้องคืนก็ได้ค่ะ (ดีจังไม่เสียค่าปรับไม่ดุด้วย แต่ไม่ไปอีกแล้วค่ะ กลัว) เราเลยบอกเกรงใจค่ะเด๋วนู๋ส่งคืนดีกว่า ทางเค้าก็ยืนยังว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องคืน กุญแจใหม่มากไม่สมกับห้องเลย หรือทุกคนที่พักบ้านหลังนี้เอาติดไปทุกครั้งเลยทำให้ต้องทำใหม่ตลอด ถึงดูใหม่ (คิดไปเองนะค่ะ) เราว่าจะเอากุญแจไปไว้ที่วัดค่ะ เพราะตั้งแต่เรากลับมาพ่อเราอาสาเอากุญแจไปไว้วัดให้แต่ตกกลางคืนพ่อก็ต้องเข้า รพ.เพราะเกิดเป็นไข้สูงเพราะกระแสเลือดติดเชื้อ (มันอาจจะเป็นความบังเอิญแต่เราก็รู้สึกไม่ดีค่ะ)
ปล.รูปภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเรื่อง