ผมเตะหน้าผีหงายหลังแล้ววิ่งหนี ผมจะต้องหนีมันถึงตอนเช้าให้ได้…เจอดีผีบันไดเลื่อน

ผมค่อยๆคลานออกมาจากช่องแอร์ ในขณะที่หลอดไฟในห้างสรรพสินค้าถูกปิดจนหมด ยามรักษาความปลอดภัยกลุ่มสุดท้ายผละไปเฝ้าประตูทางเข้าออกต่างๆ เสียงล็อคประตูทำให้ผมคลายใจว่าในห้างฯที่ปิดสนิทนี้เหลือผมเพียงคนเดียว ผมจะหยิบฉวยอะไรก็ได้โดยไม่มีใครเห็น ขอเพียงหลบรัศมีกล้องวงจรปิดให้พ้นเป็นพอ

ผมใช้อาชีพช่างซ่อมแอร์บังหน้าแต่เบื้องหลังผมเป็นขโมยที่ศึกษาแผนผังเส้นทางของห้างฯและร้านค้าที่เคยไปซ่อมแอร์อย่างช่ำชอง ผมเดินเลือกของตามใจท่ามกลางความมืดผมรู้สึกเหมือนเป็นราชาแห่งโจร ผมฉลาดพอจะหยิบของมีค่าชิ้นเล็กๆแค่ร้านละชิ้น แทนที่จะโกยเป็นกระสอบเพราะเจ้าของร้านต่างๆจะไม่ผิดสังเกตว่ามีขโมยเข้ามากลางคืน คงคิดว่าเป็นฝีมือลูกจ้างหรือลูกค้ามือไว แต่ทางห้างจะไม่รู้ตัวว่าโดนขโมยและไม่มีการเรียกตำรวจมายุ่มย่ามหลังผมก่อเหตุ
ผมเดินอย่างเงียบเชียบท่ามกลางความมืดสลัวๆพอมองเห็นมุ่งไปยังช่องแอร์ซึ่งผมจะปีนออก แต่แล้วผมก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังมองอยู่! ผมหันขวับไปทางขวา สิ่งที่เห็นคือบันไดเลื่อนซึ่งมีอยู่ 2 แถวขึ้นลงโดยมีบันไดธรรมดาคั่นตรงกลาง ผมเพ่งสายตาเผื่อจะเจอยามแต่ก็ไม่เห็นใคร มีแต่ความมืดมัวที่ชวนกระอักกระอ่วน เคยได้ยินว่าเมื่อหลายปีก่อนมีสองผัวเมียเป็นพนักงานขายในห้างนี้ เมียไปมีชู้ ผัวจับได้จึงตบตีต่อหน้าคนทั้งห้าง จิกหัวกดลงขยี้กับราวบันไดเลื่อนจนเลือดท่วม ก่อนบันไดจะถึงพื้นก็ถีบสั่งสอน แต่แรงไปหน่อยทำให้เมียล้มศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง ตายตาค้างตรงนั้นด้วยความเคียดแค้น ผมหวั่นใจเมื่อมองขึ้นไปยังปลายบันไดเลื่อนด้านบน อะไรบางอย่างตรึงให้ผมจับจ้องความมืด ผมได้แต่กล่อมตัวเองว่า “ไอ้โง่ผีมีจริงที่ไหนวะ มึงขโมยมากี่ห้างแล้วเคยเจอผีสักตัวไหม” ผมเริ่มรู้สึกขนลุกทั่วร่างอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ แต่พอผมจะก้าวขาเดินหนีผมกลับก้าวไม่ออก! แม้จะมืดสักปานใดแต่ผมก็เริ่มเห็น ศีรษะหญิงสาวผมเผ้ายาวเฟื้อยค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากปลายบันไดเลื่อน มาถึงหน้าผากขาว ตามด้วยลูกตา จมูก ปาก คาง เป็นใบหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความแค้น ร่างกายนั้นลุกยืนขึ้นแต่แขนขาบิดเบี้ยวราวกับโดนทรมานอย่างผิดมนุษย์ ผมสั่นเทิ้มทั้งตัวจนคุมสติไม่อยู่ ผีอ้าปากพูดกับผม

“ยินดีต้อนรับสู่ห้างสรรพสินค้า… เหอๆๆๆ” “อ๊ากกกก!” ผีผู้หญิงคลานลงมาจากบันไดเลื่อนอย่างรวดเร็วราวกับติดเทอร์โบ ผมโยนของที่ขโมยมาปาใส่ผีแต่ทะลุผ่านไป มันหัวเราะเยอะผม ฮิฮิฮิฮิ ผมเผ่นไปยังประตูห้างฯที่อยู่ใกล้ที่สุดทุบประตูดัง ปังๆๆๆๆๆ พลางร้อง “รปภ. ช่วยผมด้วย ผี ผีผู้หญิงไล่ตามผมมา” แต่น่าแปลกที่ รปภ.ที่อยู่ห่างจากผมเพียงประตูกระจกกั้นกลับนั่งเล่นเกมในสมาร์ทโฟนสบายอารมณ์โดยไม่ได้ยินเสียงผมแม้แต่น้อย ผมวิ่งหนีไปทั่วห้างหาทางออกอื่น แต่ก็เปิดไม่ออกแถมไม่มีรปภ.คนไหนได้ยินเสียงผมเลย ขณะที่ด้านหลังผีผู้หญิงยังคงคลานตามมา แต่มันคลานเร็วมากราวกับติดล้อเอาไว้จนผมหยุดวิ่งไม่ได้ ผมกลับมาหยุดอยู่ตรงบันไดเลื่อนที่เดิมได้ยังไงก็ไม่รู้ เห็นไกลๆว่าผีคลานตามมา ผมตัดสินใจวิ่งขึ้นบนบันไดเลื่อน(ที่ตอนนี้หยุดทำงาน)เพราะผีมันต้องคลานขึ้นข้างบนน่าจะเหนื่อยกว่าไล่ตามผมในแนวราบ ผมซอยเท้าวิ่งไปอยู่ด้านบนสำเร็จ แต่แล้วกลับมีมือคู่หนึ่งจับข้อเท้าผมไว้ ผมก้มลงไปมองช้าๆอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผีผู้หญิงเงยหน้าขึ้นมองผม ในลูกตามันมีแต่สีขาวโพลนไร้ซึ่งตาดำ ยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มที่อัปลักษณ์ที่สุดที่ผมเคยเห็น มันพูดกับผม “ยินดีต้อนรับนะเพื่อนใหม่” “ไม่!” ผมเตะหน้าผีหงายหลังแล้ววิ่งหนี ผมจะต้องหนีมันถึงตอนเช้าให้ได้ จนกว่าจะมีคนเปิดประตูมาช่วยผม…3 เดือนต่อมา ทางห้างสรรพสินค้าได้นิมนต์พระมาทำบุญใหญ่เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและวิญญาณที่สิงอยู่ในห้าง พนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานวันนี้วันแรกถามรุ่นพี่ “จริงไหมพี่ที่เขาเล่าว่ามีผีวิ่งอยู่ในห้างกลางดึก?” “จริงสิวะ เมื่อคืนยังมีคนเห็นอยู่เลย” “มีคนเคยมาตายในห้างเราเหรอพี่?” “มี ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่ถึงสอง ผีตัวแรกเป็นพนักงานผู้หญิงห้างเราโดนผัวถีบตกบันไดเลื่อนหัวฟาดพื้นตาย

ส่วนอีกตัวเป็นผีช่างแอร์ เป็นโจรที่ปลอมตัวเป็นช่างแอร์ แอบอยู่ในช่องแอร์เตรียมจะออกมาขโมยของตอนกลางคืน แต่โรคหัวใจดันกำเริบตอนที่ซ่อนตัวเลยตายอยู่ในนั้น ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้วออกมาป้วนเปี้ยนทุกคืน แต่ทำบุญให้วันนี้มันก็คงได้รู้ตัวสักทีล่ะ”