เป็นแฟนกับผี

มักมีคนถามเสมอว่าการมีแฟนเป็นผี เป็นอย่างไร ผมมักถามกลับไปว่าแล้วคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ เพราะผมเข้าใจคำถามของเขาดี เนื้อคำถามไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือท่าทีและน้ำเสียงที่ดูถูก รวมไปถึงเยาะเย้ยเสียดสี แน่ล่ะ มันหมายความว่าผมเป็นพวกสติปัญญาไม่เต็มเต็ง ก็คนทั่วไปใครจะมีแฟนเป็นผีบ้าง ก็บอกแล้วไงว่าผมเป็นพวกความสามารถพิเศษ!

เมื่อก่อนผมไม่เคยเชื่อไม่เคยสนใจเรื่องเกี่ยวกับผีๆ หนังผี ละครผี หนังสือผี ผมก็ไม่ดูไม่สนใจ ออกจะเยาะเย้ยถากถางเสียด้วยซ้ำ โง่ งมงาย ไร้สาระ ผีมีที่ไหน อะไรประมาณนี้! มันก็เหมือนเรื่องอื่นแหละ หากไม่เจอกับตัว ไม่เชื่อ ผมพบกับเธอครั้งแรกก็ตอนที่ซื้อฟูกนอนเก่าขนาด 6 ฟุตมาใช้ ตอนนั้นละแวกที่ผมพักมีร้านเปิดใหม่จำหน่ายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ผมแวะไปหลายหน มักได้ของติดมือกลับมาทุกครั้ง ตอนแรกก็แปลกใจ ฟูกนอนขนาดใหญ่ 6 ฟุต เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นของคนญี่ปุ่นและที่สำคัญจะนำเข้าของอย่างนี้มาทำไมกัน มันดูเกะกะกินเนื้อที่และในเมื่อเมืองไทยเราก็หาซื้อได้ไม่ยาก หลังแวะเวียนไปบ่อย พูดจาจนคุ้นเคยกับเจ้าของร้านผมก็ได้คำตอบ แกยอมรับว่าเป็นของมือสองที่แกไปหาซื้อมาเองด้วย ถึงอย่างไรผมก็ตกลงซื้อที่นอน 6 ฟุตนี้ เพราะด้วยราคาที่เพียงสี่ร้อยบาท บวกกับสภาพก็ดูใหม่สะอาด แถมยังส่งถึงบ้าน ผมตากแดดไปสองแดดก่อนจะนำเข้าบ้านใช้เป็นที่นอนหลังใหม่

คืนแรกนอนหลับสบาย เพียงแต่รู้สึกยวบๆ ชอบกลตลอดทั้งคืน ตื่นเช้าผมมองอย่างสำรวจตรวจสอบก็ไม่พบว่าที่นอนจะยวบยาบเสียรูปทรงจากการผ่านคนนอนมามากๆ และนานๆ คืนที่สองและสามที่นอนยวบลงมากกว่าคืนแรก ผมเปิดไฟสว่างทั้งห้อง ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ คืนต่อๆ มาทุกครั้งที่กำลังเคลิ้มหลับ มักรู้สึกราวกับมีคนค่อยๆ นั่งลงบนที่นอน แล้วล้มตัวลงนอนตาม เพราะมันยวบลงอย่างรู้สึกได้ สักพักเตียงก็หายยวบ ผมหลับต่อ เป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน คืนหนึ่งผมล้มลงนอนเหมือนทุกวัน กำลังจะเคลิ้มหลับก็เหมือนทุกวันนั่นแหละ ผมคิดในใจวันนี้ขอพิสูจน์หน่อยซิ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกทางพุ่งไปกดสวิตช์ไฟในห้องทุกดวง ก็เหมือนคืนแรกผมนั่งมองรอบห้องและสุดท้ายก็ใช้สายตาจับจ้องไปที่ฟูก เฝ้ามองว่ามันจะยวบอีกเมื่อไหร่ จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็น ผมม่อยไปตอนไหน ก็ไม่รู้ จนกระทั่งคืนนั้นแหละ ผมดื่มกับเพื่อนเก่าสองคนที่ไม่ได้เจอกันนานจนเมาหนัก เพื่อนคนที่ไม่เมาอาสาขับรถมาส่งแถมยังช่วยพยุงผมขึ้นห้อง วางผมลงบนที่นอนแล้วลงไปพยุงอีกคนที่ขอนอนที่ห้องผมด้วยขึ้นมา

เพื่อนเล่าในเวลาต่อมาว่าเขาเห็นผมนอนกับผู้หญิงอีกคน ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนาน เขาคิดว่าเป็นเมียผม ตอนที่เขาเล่าให้ฟัง ผมเฉยๆ ไม่ได้ปฏิเสธ จนเพื่อนคนที่ขอนอนค้างด้วยบอกว่าเขาก็เห็นผู้หญิงนอนข้างผม แถมมองเขาตาขวาง เขายังนึกในใจว่าทำไมเมียผมดุนักไม่พูด จาทักทายต้อนรับ ยังเย็นชาใส่อีก รุ่งเช้าสร่างเมาเขาก็ขอตัวกลับ แล้วเขาก็ห่างๆ ไป เขาบอกว่าเข้าใจว่าเมียผมไม่ชอบหน้านัก ก็เลยไม่อยากมารบกวน จากนั้นเป็นต้นมามักมีคนเห็นผมเดินกับผู้หญิงคนหนึ่ง บางคนมองจากด้านล่างมายังหน้าต่างห้องพัก มักจะปรากฏเงาผมกับอีกคนในห้องเสมอ ว่าไปแล้วชีวิตผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย ยังคงทำงานตามปกติ งานการก็ไม่ได้ผิดพลาด สติปัญญาก็ยังครบถ้วนสมบูรณ์ เพียงแต่คนอื่นๆ เท่านั้นแหละที่มักเห็นผมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในที่ต่างๆ แม้แต่ในที่ทำงาน ผมตัดสินใจต้องพบเธอให้ได้ ดึกคืนนั้นระหว่างที่นอนข้างตัวยวบลงอีกผมก็พูดออกไปว่า “ผมอยากพบคุณ อยากพบจริงๆ นะ” แล้วที่นอนก็หายยวบ ก่อนจะปรากฏร่างเธอให้เห็น ผมตกตะลึง เธอนั่งพับเพียบ มองมายังผม แววตาเธอหวานแต่เศร้า เธอไม่พูดสักคำ เอาแต่ยิ้ม

จากนั้นเป็นต้นมาผมก็มักจะมีเธอไปด้วยทุกๆ ที่ บางทีผมก็พูดกับเธอ แม้คนรอบข้างจะตกใจแล้วลุกหนี หรือเลี่ยงไปทางอื่น แม้เจ้านายจะให้ผมหยุดงานและแนะนำจิตแพทย์เพื่อนของหัวหน้าให้ไปพบ แต่ผมไม่ก็สนใจ ผมไม่ได้เป็นอะไร ปกติดีมีความสุข นานวันเข้าผมแทบไม่ได้พูดกับใครเลย จนหัวหน้าพูดว่า “คุณทำงานดีนะ แต่เรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนในที่ทำงานและลูกค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน ผมแนะนำให้คุณเขียนจดหมายลาออก คุณจะได้รับสิทธิ์ทุกอย่างในการออกจากงานตามที่กฎหมายกำหนด ดีใจที่ได้ร่วมงาน กับคุณ” ผมก็ดีใจที่ได้ออกมาเสียที พวกเขาไม่เข้าใจผมเลย แล้วจะทำงานไปเพื่ออะไร ทุกวันนี้ผมไม่ได้อยู่ห้องเช่านั้นอีกแล้ว พ่อแม่รับผมมาอยู่ด้วยที่บ้าน เดือนสองเดือนก็ไปหาหมอตามกำหนด ซึ่งก็แล้วแต่เขา สะดวกยังไงก็ตามใจ ผมมีความสุขในแบบของผม วันๆ ช่วยพ่อช่วยแม่ขายของในร้านชำมันก็ง่ายดี มีแฟนเป็นผีก็ดีแบบนี้แหละ

ขอบคุณ ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซต์ Rakdara.net