“เอ็งรีบออกไปจากที่ของกู”…เจอดีที่ศาลา

เหตุการณ์และเรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นกับบอสโดยตรง เรื่องราวทั้งหมดนั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทุกอย่างมันยังคงติดตา บอสจนถึงทุกวันนี้ วันนั้นเป็นวันสงกรานต์ บอสและเพื่อนอีก 3 คนได้นั่งรถโชเล่ย์ (เซิชกูเกิ้ลทำไมเจอแต่ซาเล้ง???) ไปเที่ยวสงกรานต์อีกจังหวัดหนึ่ง รถโชเล่ย์ที่ว่านั้นมีลักษณะเป็นรถมอเตอร์ไซค์และก็มีพ่วงข้างซึ่งสามารถนั่งได้ วันนั้นหลังจากที่บอสและเพื่อนได้เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานก็ได้เวลากลับเพราะเริ่มจะมืดแล้ว เวลาในขณะนั้นประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ บอสและเพื่อนกำลังเตรียมตัวจะ กลับบ้านกันก็เผอิญว่าจู่ๆฟ้าฝนก็ตกลงมาหนักมาก ขณะนั้นเพื่อนและบอสก็ยังอยู่บนถนนกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านของตนก็ยังคงขับขี่รถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้มาเจอศาลาอยู่ศาลาหนึ่ง ซึ่งศาลานั้นมีสภาพเก่ามาก แต่ว่าทุกคนก็ลงความเห็นว่าตอนนี้ฝนยังคงตกหนักอยู่ และก็มืดมากแล้ว หยุดหลบฝนที่ศาลานี้สักพักหนึ่งก่อนจะดีกว่า

หลังจากจอดรถและทุกคนเดินขึ้นไปนั่งหลบฝนอยู่บนศาลาแห่งนี้ ด้วยความเหนื่อยล้าจาการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อนๆของบอสก็เผลอหลับไป มีเพียงบอสคนเดียวที่ยังคงตื่นอยู่ บรรยากาศตอนนั้นมันวังเวงแปลกๆ บอสก็เริ่มล้มตัวลงนอนในศาลากับเพื่อน มองไปทางด้านหลังของศาลาก็เป็นป่าและก็มืดมาก ฝนนั้นก็ยังคงตกแรงเหมือนเดิม บอสไม่ได้คิดอะไร นั่งๆนอนๆเพื่อรอให้ฝนซาลงหน่อย ในจังหวะนั้นก็เผลอหลับไปอีกคน ซึ่งเวลานั้นผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ เริ่มจะมารู้สึกตัวอีกครั้งนึงก็รู้สึกหนักที่หน้าอก เหมือนกับว่ามีวัตถุบางอย่างกำลังทับหน้าอกของตัวเองอยู่ บอสนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นดู สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าก็คือ แมวดำตัวหนึ่ง แมวดำตัวนั้นนั่งอยู่บนหน้าอกของบอส แล้วก็เริ่มคำรามร้องใส่บอสแล้วแมวดำตัวนั้นก็กระโดดข้ามไปที่เพื่อนของบอส แต่ว่าเพื่อนนั้นยังคงนอนหลับอยู่ ยังไม่รู้สึกตัวอะไร

แล้วในทันใดนั้นเองบอสก็มองเห็นหัวคน ลักษณะหัวนั้นเป็นผู้หญิงผมยาว ศีรษะผู้หญิงคนนี้กำลังถูกวางไว้ที่หน้าท้องของบอสเองใบหน้าที่ค่อนข้างจะเละ ดวงตาของหัวนั้นกำลังจ้องมองไปที่บอสค่อนข้างจะดุดัน สื่อได้ถึงความโกรธที่มีอย่างมาก บอสเห็นเพียงแค่นั้นก็เงยหน้าหนี แล้วก็ยังได้เห็นผู้ชายอีกหนึ่งคน สภาพนั้นดวงตาเหลือกออกมาจากเบ้า ชายคนนั้นพูดกับบอสว่า “เอ็งรีบออกไปจากที่ของกู” เสียงของชายคนนั้นดังชัดเจนมาก วินาทีนั้นบอสกำลังช็อก ไม่สามารถขยับตัวได้ ตอนนี้ศรัษะของผู้หญิงที่เคยอยู่บนหน้าอกของบอสนั้นถูกเคลื่อนย้ายออกไปวางไว้ข้างๆเพื่อน โดยสิ่งที่เคลื่อนย้ายก็คือลำตัวของผู้หญิงคนนั้น เพียงแต่ว่ามีแค่ตัว คอนั้นตัดด้วนๆ แล้วลำตัวที่ไร้ศีรษะนั้นก็นั่งทับลงบนตัวของบอส บอสนั้นทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เพียงเอามือพยายามสะกิดตัวของเพื่อนที่นอนอยู่ใกล้ที่สุด ปากนั้นก็พร่ำบ่นแต่เพียงว่า “ตื่น ตื่น!” พยายามที่จะปลุกเพื่อนให้ตื่นให้ได้

ไม่ทราบว่าเวลานั้นผ่านไปนานเท่าไหร่ บอสใช้มือสะกิดจนเพื่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เพื่อนที่รู้สึกตัวนั้นก็นอนอยู่ติดกับบอส พอเพื่อนลืมตาขึ้นมาก็เห็นภาพเดียวกัน แบบเดียวกับบอสทุกอย่าง เพื่อนของบอสนั้นถึงกับสติแตก ได้แต่ร้องตะโกนว่า “เฮ้ย! ผีหลอก! ผีหลอก!” เสียงที่เพื่อนตะโกนนี่เองทำให้เพื่อนที่เหลือที่นอนอยู่บนศาลาเดียวกันนั้นตกใจตื่นขึ้นมาพร้อมมกันทั้งหมด เพื่อนทุกคนก็ได้ประสบพบเจอภาพอันชวนขนหัวลุกแบบนี้เหมือนกันทุกคน บางคนตั้งสติได้ก่อน กระโดดทีเดียวออกไปนอกศาลา เตรียมตัวขึ้นรถ บอสนั้นยังคงขยับตัวไม่ได้ ได้แต่หลับตาลงสวดมนต์ภาวนาในใจ สวดผิดๆถูกๆ จนมาสามารถขยับตัวได้อีกทีก็ได้ยินเสียงเพื่อนตะโกนว่า “ออกมาเร็วๆ” แค่นั้นเองบอสกระโจนที่เดียวขึ้นไปบนรถแล้วก็รีบออกรถไปพร้อมกับเพื่อนๆ

ทุกคนนั้นนั่งอยู่บนรถ เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ที่อกสั่นขวัญแขวนมา เพื่อนบางคนรวมทั้งตัวของบอสนั้นได้หันหลังกลับไปดูศาลาหลังนั้นอีกทีก็ไม่มีอะไรอยู่ที่ศาลานั้นอีกแล้ว รถโชเล่ย์ที่มีพ่วงข้างกำลังวิ่งฝ่าความมืดค่อยๆห่างออกมาจากศาลานั้นได้ไม่นาน ไฟที่อยู่หน้ารถนั้นก็สาดไปเจอกับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งคนเดิมนั้นเอง เธอกำลังยืนถือหัวของตัวเองอยู่ เพื่อนที่เป็นคนขับนั้นก็รีบหักหลบแล้วก็รีบขี่หนีอย่างทันที คนที่นั่งอยู่ที่พ่วงข้างนั้นหันกลับไปมองก็เห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังวิ่งตามรถโชเล่ย์ที่ทุกคนกำลังโดยสารอยู่ จนทุกคนนั้นต้องเบือนหน้าหนีไม่อยากมองรถวิ่งต่อไปได้ระยะหนึ่ง หันกลับไปดูก็ไม่มีใครวิ่งตามมาอีกแล้ว ทุกคนรู้สึกได้ถึงคำว่าปลอดภัย ระหว่างทางกลับงั้นก็เจอวัดอยู่วัดหนึ่ง ทุกคนจึงตัดสินใจว่าเข้าไปหลบกันในวัดก่อนจะดีที่สุด เนื่องจากตอนนี้ยังคงมืดอยู่

พอรถเลี้ยวเข้าไปในวัดก็ได้พบกับลุงคนหนึ่ง ลุงคนที่ว่านี้ก็เป็นสัปเหร่อประจำวัดนี้ เพื่อนคนหนึ่งของบอสก็ได้บอกกับลงว่า “ลุงๆ ขอพวกผมอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนจนถึงเช้านะลุง เดี๋ยวค่อยไป” ลุงสัปเหร่อได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “พวกเอ็งเจอใช่ไหม ผีผู้หญิงหัวขาด” บอสนั้นก็ตกใจกับคำพูดของลุง เลยถามลุงว่า “ศาลานั้นมีอะไร มันเกิดอะไรขึ้นที่นั่นเหรอลุง” ลุงสัปเหร่อได้ฟังก็ค่อยๆเฉลยทุกอย่างให้ฟังว่า แต่ก่อนหน้านี้ศาลาหลังนั้นเคยเป็นบ้านมาก่อน แล้วก็เคยมีคู่สามีภรรยาอาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่นั้นรักกันมาก แต่ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจู่ๆทั้งคู่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรงฝ่ายชายนั้นเอามีดอีโต้สับเข้าไปที่หัวของภรรยาจนเสียชีวิตคาที่ แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินสะดุดหัวนั้นไปกระแทกกับหินตายคาที่เช่นเดียวกัน แล้วลุงก็ยังพูดอีกว่า “ตามปกติแล้วกลางคืนใครเขาจะไปนั่งที่ศาลาหนังนั้น เขารู้กันทั่ว พวกเอ็งก็รีบไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาซะ ขอโทษขอขมากันแล้วทุกอย่างน่าจะดีขึ้น” เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้…

หลอนสุดๆเลย จะนอนหลับไหมเนี่ยยยยย

ขอบคุณ : คุณบอส