อย่าลืมนะพี่ ก่อนที่พี่จะได้ เห็นหน้าลูกของพี่เอ พี่ต้องมาหาหนูก่อนนะ…หาคําตอบไม่ได้

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงที่ท่านผู้ฟังนั้นส่งเข้ามา แต่ว่าได้มีการขอละชื่อเอาไว้ ผมจึงจะไม่ขอบอกชื่อ เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และอยู่ที่วิจารณญาณของท่านผู้ฟังกัน อย่างที่เคยบอกเอาไว้ทุกครั้งก็อยากให้ฟังไปในทิศทางของความบันเทิงนะครับ เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดก็มีอยู่ว่า พี่ชายของผมทำงานรับราชการอยู่ที่จังหวัดตาก ด้วยความเป็นชาย แล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน เมื่อมีเวลาว่างก็มักจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ในกลุ่มของเพื่อนพี่นั้นมีสนิทกันอยู่ประมาณ 4-5 คน หนึ่งในนั้นขอสมมุติชื่อว่าพี่เอแล้วกัน พี่เอเป็นคนที่แต่งงานแล้วแต่ว่ายังไม่มีลูก ก็เลยจะชอบไปสังสรรค์กับพี่ชายของผมอยู่เสมอ

มีอยู่วันหนึ่งเป็นวันศุกร์แล้วก็เป็นวันเกิดของพี่เอด้วย พี่เอก็เลยเรียกบรรดาเพื่อนๆที่สนิทกันไปนั่งดื่มนั่งสังสรรค์กันที่อำเภอแม่สอด ทุกคนไปถึงก็ไปที่ร้านร้านหนึ่งซึ่งไม่ใช่ร้านประจำแต่ก็เคยไปหนังกันอยู่บ่อยๆ ร้านนั้นเป็นร้านเล็กๆ บรรยากาศค่อนข้างดี วันนั้นไม่ค่อยจะมีแขกกลุ่มอื่นเลย มีแค่กลุ่มพี่ของผมอยู่กลุ่มเดียว ก็ฉลองกันไปจนเวลาย่างเข้า 4-5 ทุ่ม ทุกคนก็เริ่มที่จะเมากัน มีสาวเสริฟคนหนึ่งเดินมานั่งข้างๆพี่เอ น้องคนนั้นเหมือนกับว่าจะมาทำงานใหม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แล้วน้องคนนี้ก็พูดคุยกับพี่เอแต่ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน ภายหลังมารู้ว่า น้องคนนั้นเดินเข้ามาถามพี่เอว่า “พี่ วันนี้วันเกิดของพี่ใช่ไหม” พี่เอบอกว่า “ใช่ ก็เลยมาฉลองกับเพื่อนๆ” น้องคนดังกล่าวก็ถามอีกว่า” พี่มาที่นี่บ่อยไหม” พี่เอตอบว่า “ก็บ่อยอยู่” “พี่แต่งงานแล้วหรือยัง” “แต่งงานแล้ว แต่ว่ายังไม่มีลูก” แล้วน้องคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้าเกิดงั้นเรามาเล่นอะไรสนุกๆกันไหม เห็นว่าพี่ไม่ได้ใส่สร้อยพระ แต่ว่าก่อนที่พี่จะเห็นหน้าลูกของพี่เองนั้นพี่ต้องมาหาหนูที่นี่ก่อนนะ อย่าลืมนะพี่ ก่อนที่พี่จะได้เห็นหน้าลูกของพี่เอ พี่ต้องมาหาหนูก่อนนะ” น้องคนนั้นพูดย้ำ จากนั้นก็เดินออกไปหน้าร้าน เด็ดใบไม้มา 1 ใบ แล้วก็เดินไปด้านหลังของพี่เอวางใบไม้ใบนั้นตรงบริเวณต้นคอ แล้วก็เป่าลมลงไปบนใบไม้ พี่เอนั้นมาเล่าให้ฟังในภายหลังว่า วินาทีนั้นรู้สึกเย็นวาบขนลุกไปทั้งตัว อาการที่เมาอยู่นั้นก็หายเป็นปลิดทิ้ง นั่นคือเหตุการณ์ในคืนวันที่ฉลองวันเกิด

เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกหลายเดือน จนทุกคนในกลุ่มลืมเรื่องพวกนี้หมดแล้ว หลายเดือนต่อมาพี่เอก็ได้รับข่าวดีว่าภรรยาที่อยู่จังหวัดกำแพงเพชรนั้นตั้งท้อง ก็เลยฉลองกันใหญ่โต เวลาผ่านไปจนกระทั่งภรรยาพี่เอนั้นใกล้จะคลอดเต็มที พี่เอนั้นก็ปกติดี ไม่มีอาการผิดแปลกไปแต่อย่างใด จนกระทั่งภรรยาพี่เอเจ็บท้องใกล้จะคลอด ก็เลยต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลจังหวัดกำแพงเพชร พอพี่เอทราบข่าวว่าภรรยาตัวเองใกล้จะคลอดก็ดีใจมาก รีบขับรถลงมาจากจังหวัดตาก โทรศัพท์มาดูอาการของภรรยา ระหว่างทางกลับมานั้นพี่เอก็บ่นตลอดทางว่ามีอาการเจ็บคอ คันคอ พี่ชายของผมที่ร่วมเดินทางมาด้วยก็บอกว่า “เป็นหวัดละมั้ง เดี๋ยวก็หาย” ประมาณ 5 ทุ่มทุกคนก็เดินทางมาถึง รพ.แล้วก็รีบมุ่งหน้าไปหาภรรยาของพี่เอทันที

พอเห็นหน้าภรรยา พี่เอนั้นจู่ๆก็ไอขึ้นมาอย่างหนัก แล้วก็บอกว่าคันคอมาก จนกระทั่งไม่สามารถคุยได้ แกก็เลยรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทิ้งพี่ชายของผมเอาไว้กับภรรยาของแกแล้วก็แม่ของแก พี่เอนั้นหายไปนานมาก พี่ชายของผมก็เลยเดินตามไปดูอาการในห้องน้ำ พอเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปก็มองเห็นพี่เอนั้นยืนอยู่หน้ากระจกอ่างล้างหน้า มีเลือดกระเด็นเต็มไปหมด แล้วพี่เอก็ยังเอามือล้วงเข้าไปในลำคอ เหมือนกับพยายามจะจับอะไรบางอย่าง หยดเลือดมันพุ่งออกมา พี่ชายของผมก็เลยรีบวิ่งเข้าไปหา แล้วก็เรียกพยาบาล พยาบาลนั้นรีบวิ่งมาช่วยเหลือแล้วพี่เอก็เลยพูดกับพี่ชายของผมและพยาบาลว่า “ไม่รู้มีตัวอะไรหางยาวๆอยู่ในคอ” พี่เอพยายามเหมือนจะล้วงออกมาอยู่ หมอกับพยาบาลก็เลยรีบพาตัวไปเอ็กซเรย์แล้วก็ไม่พบเจออะไรที่ผิดปกติ พบเพียงแต่ร่องรอยของบาดแผลที่พี่เอพยายามล้วงเท่านั้น หมอก็เลยฉีดยาให้อาการนั้นสงบลง หลังจากนั้นสักพักอาการของพี่เอก็สงบและก็นิ่งลง

ภรรยาของเขาตกใจมาก ถามกับพี่ชายของผมว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ผมก็บอกกับภรรยาที่เอว่า “ไม่มีอะไรหรอก แค่เจ็บคอเฉยๆ” เวลาผ่าน ไปครู่หนึ่งพยาบาลก็เดินมาบอกกับพี่ของผมว่าคนไข้นั้นเรียกหา พี่ของผมก็เลยเดินเข้าไป แล้วพี่เอก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังถึงตอนเหตุการณ์ในวันเกิดที่ฉลองกันแล้วมีน้องคนหนึ่งมาเล่นด้วยแบบนี้ นั่นก็คือสาวเสริฟคนนั้น พี่เอคิดขึ้นมาได้ก็เลยถามกับพี่ผมว่ามันจะเกี่ยวกันไหมกับเรื่องนี้พี่ชายของผมบอกว่า “อ้าว แล้วทำไมพึ่งมาเล่าให้ฟัง” พี่ชายของผมก็เลยโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทอีก 4 คน เพื่อจะปรึกษากันว่าจะทำยังไงและแก้ไขเรื่องนี้แบบไหนดี แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าพี่ชายของผมจะพาพี่เอกลับไปที่จังหวัดตากเพื่อไปเจอสาวคนนั้น โดยที่เพื่อนๆที่เหลือจะไปรอที่นั่นเลย พี่ชายและพี่เอจึงมุ่งหน้าเดินทางไปที่อำเภอแม่สอด ระหว่างทางไปนั้นพี่ชายของผมก็ถอดพระออกไปคล้องคอพี่เอเอาไว้ เพื่อให้พี่เขาสงบลงพอรถนั้นไปถึงอำเภอแม่สอดทุกคนก็รวมตัวกัน แต่ว่าหาร้านนั้นไม่เจอ ลองถามชาวบ้านแถวนั้นดูเขาก็บอกมาว่าร้านนั้นเลิกกิจการไปแล้ว ส่วนสาวเสริฟคนนั้นเป็นสาวเขมร และเธอก็ได้เดินทางกลับบ้านของตัวเองไปนานแล้วเหมือนกัน เพื่อนของพี่ผมทุกคนตกใจมากไม่รู้ว่าจะทำยังไงกันต่อดี มีเพื่อนพี่คนหนึ่งเลยเสนอขึ้นมาว่า “ถ้าเกิดอย่างนั้นลองพาที่เอไปหาพระดูก่อนดีกว่าไหม เผื่อว่าพระท่านจะช่วยได้”
ก็เริ่มจากพระในอำเภอแม่ระมาด พอถึงวัดพบกับพระ พระท่านก็บอกว่า “สายเกินไปแล้วโยม มันเอาไปถึงกระดูกดำแล้ว” หลังจากนั้นก็แวะหาพระตามวัดดังๆตลอดทางจนกระทั่งถึงจังหวัดกำแพงเพชร พระท่านนั้นบอกเหมือนกันแทบจะทุกรูปว่า “แก้ยากมาก แก้ไม่ได้ ทำได้แค่พรมน้ำมนต์ให้” จนโทรศัพท์ไปปรึกษากับแม่ที่เฝ้าภรรยาอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง แม่ก็เลยบอกว่า “ให้รีบไปวัดข้างๆบ้านที่จังหวัดกำแพงเพชร รีบไปพบพระท่านก่อนที่ฟ้าจะมืด” ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ได้มุ่งหน้าเดินทางทันที

ในระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปนั้น พี่เอก็มีอาการแปลกๆบ้าง ส่วนใหญ่จะบอกว่ามีตัวอะไรสักอย่างอยู่ในลำคอ จนกระทั่งถึงวัดประมาณ4 โมงเย็น ได้พบกับพระรูปนั้น แล้วก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พระท่านฟัง พระท่านก็เลยให้นั่งในโบสถ์พร้อมกับทำพิธีอยู่นานประมาณชั่วโมงครึ่งจากนั้นก็บอกให้พี่เออยู่บ้านแม่ก่อน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดนัก พร้อมกันนั้นก็ยังเอาสายสิญจน์ไปพันไว้รอบบ้านประมาณ 7 รอบ โดยลักษณะเป็นบ้านไทย มีใต้ถุนสูง มีนอกชาน มีบันไดขึ้นหน้าบ้าน ท่านสั่งว่าให้พี่เอนอนในบ้านล็อคกุญแจเลย ส่วนเพื่อนๆนั้นนอนอยู่หน้าห้องเฝ้าเอาไว้ถ้าเกิดได้ยินเสียงอะไรก็ช่างห้ามเปิดดูเด็ดขาด ถ้าเกิดพ้นคืนนี้ไปได้ รอดแน่ พี่ผมก็ทำตามทุกอย่าง นอนรวมกันหน้าห้อง ตกลงกันว่าห้ามหลับพวกเพื่อนๆจะคอยผลัดเวรกันเฝ้าทั้งคืน

พอพระอาทิตย์ตกดิน ความมืดเริ่มครอบคลุม เพื่อนของพี่คนหนึ่งก็ได้ยินเสียงมีคนกำลังเดินรอบบ้าน แต่ว่าพี่ผมนั้นไม่ได้ยิน พอตกเข้ากลางดึก อาจจะเป็นเพราะความเพลียจากการเดินทางพี่ชายของผมและเพื่อนทุกคนนั้นหลับสนิท ตื่นอีกทีก็เช้า เพื่อนพี่คนหนึ่งตื่นก่อนเห็นประตูห้องนอนเปิดก็เลยตกใจ รีบปลุกเพื่อนทุกคนที่เหลือให้ตื่นขึ้น พอทุกคนตื่นหมดแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปดูภายในห้องแต่ว่าไม่เจอพี่เอเจอแต่รอยเลือด หยดเป็นทางออกจากห้อง ลงบันไดไป พี่ชายผมและเพื่อนทุกคนก็เดินตามรอยเลือดไป ออกห่างจากตัวบ้านประมาณ 500 เมตรก็พบกับร่างของพี่เอนอนเสียชีวิตอยู่ ทุกคนที่เห็นภาพนั้นตกใจมากและก็แปลกใจมากด้วยว่าพี่เอนั้นถูกขังอยู่ในห้องออกมาจากห้องได้อย่างไรทั้งที่ประตูห้องก็ถูกล็อคกุญแจอยู่ ลักษณะของพี่เอนั้นเหมือนกับว่าออกมาจากห้องได้แล้วก็หยิบมีดเหน็บที่ใส่ปลอกแขวนอยู่หน้าห้อง พยายามเชือดคอของตัวเอง พร้อมกับเดินลงบันไดไป ไปเสียชีวิตห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร

หลังจากนั้นจึงต้องโทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาทำคดี ระหว่างนั้นพี่ชายของผมกับเพื่อนก็เลยโทรศัพท์กลับไปบอกคุณแม่ของพี่เอ และคืนที่พี่เอเสียชีวิตนั้นก็เป็นคืนเดียวกับที่ภรรยาของพี่เอนั้นคลอดทารกน้อยออกมาพอดี เหตุการณ์ในครั้งนั้นหาคําตอบไม่ได้ว่าสาวเสริฟชาวเขมรคนนั้นต้องการอะไรจากพี่เอ และทำอะไรกับพี่เอเอาไว้ แต่ว่าเพื่อนทั้งหมดในกลุ่มนั้นก็เลยถือโอกาส เลิกการดื่มเหล้ากันแบบถาวร เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้