ตามมาจากจุดจุดเกิดเหตุ

เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในถนนสายนึง แถวย่านหนองจอก เมื่อสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา คุณโอ๊ตและแฟนต้องไปทำธุระแถวย่านหนองจอก ใกล้กับมหาลัยแห่งนึง ในขณะที่กำลังเดินทางไปยังที่หมาย ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง คุณโอ๊ตก็นึกขึ้นได้ว่า มีพี่คนนึงที่เคยรู้จัก นานมาแล้ว และไม่ได้ไปหาเค้านานแล้ว

พอดีวันนี้มีธุระและต้องผ่านไปแถวนั้นพอดี เลยตั้งใจว่าจะแวะไปคุยกันพี่เค้าสักหน่อย พี่เค้าทำร้านอาหาร ใกล้ๆมหาลัย พอคุณโอ๊ตและแฟนทำธุระเสร็จ ก็เลยแวะเข้าไปหา และได้นั่งคุยกัน ตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน และอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน เวลาประมาณห้าโมงเกือบหกโมง ฝนเริ่มตกลงมาแบบปอยๆ แล้วในระหว่างที่นั่งคุยกัน มีอยู่เรื่องนึงที่พี่เค้าเล่าให้คุณโอ๊ตฟังว่า “โอ๊ต เดี๋ยวขากลับเนี่ย โอ๊ตเห็นโค้งข้างหน้ามั้ย” คุณโอ๊ตตอบว่า “อ๋อ ทำไมหรอพี่” แล้วพี่ก็บอกว่า “เด๋วโอ๊ตขับรถผ่านแถวนั้นนะ โอ๊ตต้องระวังนะ เพราะว่าต้องนั้นหนะมันมืดมาก มันไม่มีไฟ แล้วย่านเนี่ย เป็นที่รู้กันว่า มีแรงงานต่างด้าวเยอะ ลูกคนงานชอบวิ่งไปวิ่งมา ล่าสุดเลย เด็กลูกคนงานวิ่งข้ามถนน แล้วตัวแม่วิ่งตามจะมาอุ้มลูก แล้วมีรถบรรทุกปูนวิ่งมาชนแม่เด็กเสียชีวิตทันที” พอคุยเรื่องนี้จบก็เปลี่ยนไปคุยกันเรื่องอื่นต่อ จนคุณโอ๊ตลืมเรื่องที่พี่บอก ส่วนแฟนคุณโอ๊ตเป็นคนกลัวเรื่องพวกนี้ เลยไม่อยากฟังตอนที่คุยกัน

แต่คิดว่าน่าจะพอได้ยินอยู่บ้าง พอถึงเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม คุณโอ๊ตจึงขอตัวกลับ เพราะต้องเดินทางกลับอีกไกล หลังจากนั้นคุณโอ๊ตก็ได้ขับรถออกมา พอมาถึงช่วงที่กำลังจะผ่านโค้งที่พี่บอกให้ระวัง เรื่องที่เล่ากันก่อนหน้านี้ก็แว๊บเข้ามาในหัว คุณโอ๊ตก็เลยพูดกับแฟนว่า “เออนี่คุณ ตรงนี้ไง” แล้วแฟนก็หันมาค้อนใส่คุณโอ๊ต เหมือนไม่อยากให้พูดถึงเรื่องนี้ คุณโอ๊ตเลยเงียบ แต่ในหัวก็ยังคิดถึงเรื่องที่พี่เค้าบอก แล้วคุณโอ๊ตก็มองไปเห็นสเปรย์ที่เค้าฉีดเป็นรูปคน ซึ่งมันยังใหม่ๆอยู่เลย และมีเหมือนรอยคราบเลือดแห้งๆเกาะถนนอยู่ พอรถผ่านไปแล้ว คุณโอ๊คก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ต่อ แล้วคุณโอ๊ตก็หันหน้าไปหาแฟนที่นั่งอยู่ข้างๆ แฟนก็หันมามองคุณโอ๊ตพอดี แล้วแฟนก็หันหน้ากลับไปมองตรงเหมือนเดิม คุณโอ๊ตก็คิดในใจว่าสงสัยแฟนคงจะกลัว ตอนนั้นฝนเริ่มตกลงมาอีกครั้ง แล้วมีละอองฝนเกาะที่กระจกหลังรถจนเป็นฝ้า ระหว่างที่ขับรถต่อไป คุณโอ๊ตรู้สึกผิดปกติตรงที่ว่า เหมือนมีเงาคนอยู่ที่กระจกหลังรถ คุณโอ๊ตเห็นแบบนั้นก็รู้ทันทีเลยว่า เค้าน่าจะตามมา แฟนของคุณโอ๊ตก็ไม่หันหน้ามาทางคุณโอ๊ตอีกเลย คุณโอ๊ตก็ขับรถตามทางมาเรื่อยๆ และพยายามมองกระจกหลัง

เงาที่อยู่ตรงกระจกหลังมันเริ่มชัดขึ้นทุกทีๆ เป็นผู้หญิง ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว นั่งก้มหน้า คุณโอ๊ตเหงื่อท่วมตัว ทั้งๆที่ในรถเปิดแอร์เย็นมาก ไม่เคยคิดว่าจะเจอชัดแบบนี้ พอเห็นแบบนั้น คุณโอ๊ตเริ่มไม่ไหว จนไม่มีสติในการขับรถ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังขับรถไปที่ไหน และระหว่างที่ขับรถอยู่ คุณโอ๊ตก็คอยมองกระจกหลังเป็นระยะๆ ซึ่งเงาของผู้หญิงคนนั้นก็จะชัดบาง เบลอบ้าง และคุณโอ๊ตก็รู้ว่า แฟนกลัวมาก จนไปเจอปั้มน้ำมันแห่งนึง สว่างมาก คุณโอ๊ตเลยรีบเลี้ยวรถเข้าไปเจอหน้า supermarket ดับเครื่องแล้วเปิดประตูรถ แล้วหันมาบอกแฟนว่า “คุณ เดี๋ยวหาอะไรทานก่อนดีกว่า” จากนั้นคุณโอ๊ตก็เดินไปเปิดประตูฝั่งที่แฟนนั่งอยู่ แต่ยังไม่ทันถึงประตู แฟนคุณโอ๊ตก็รีบเปิดประตูรถออกมา แล้วรีบเดินเข้า supermarket ไปก่อนเลย แล้วเป็นจังหวะที่เด็กปั้มเดินมาบอกกับคุณโอ๊ตว่า “พี่จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวพี่ช่วยขยับรถหน่อย” คุณโอ๊ตเลยจำเป็นต้องกลับเข้าไปในรถอีก แล้วขับเข้าไปจอดข้างๆ

จอดเสร็จคุณโอ๊ตรีบลงจากรถแล้วล็อกทันที แล้วเดินเข้า supermarket ไปเห็นแฟนยืนเกาะเค้าเตอร์แล้วสั่น คุณโอ๊ตไม่รู้จะทำยังไงดี ซักพักมี Taxi เลี้ยวเข้ามาเติมลมในปั้มพอดี คุณโอ๊ตเลยคิดในใจว่า OK ไม่รู้แล้วหละ ทิ้งรถไว้นี่เลย แล้วเรียกแฟนขึ้น Taxi กลับบ้าน พอกลับมาถึงบ้าน แฟนคุณโอ๊ตไม่พูดอะไรอีกเลย เป็นแบบนี้อยู่สองวัน แล้วเวลาคุณโอ๊ตเดินไปไหนมาไหน แฟนจะเดินติดชายเสื้อคุณโอ๊ตตลอด เหมือนจะช็อคมาก คุณโอ๊ตถามอะไรก็ไม่บอกไม่พูด จนสุดท้ายต้องพาแฟนไปทำบุญที่วัด พอทำบุญเสร็จ คุณโอ็ตก็ถามแฟนว่า “คุณเป็นอะไร คุณบอกผมสิว่าคุณเห็นอะไรบ้าง” แล้วแฟนก็บอกว่า ตอนที่หันหน้าไปหาคุณโอ๊ตในรถ ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นเค้ายื่นหน้ามาอยู่ข้างๆคุณโอ๊ต ก็เลยรีบหันกลับทันที จะเป็นลม เพราะมีความรู้สึกว่าหายใจไม่ออก แน่นอก หลังจากทำบุญไปแล้ว แฟนของคุณโอ็ตก็เริ่มดีขึ้น ก็เลยมาคิดกันว่าจะเอายังไงกับรถดี คิดว่ายังไงก็ต้องไปเอาตอนกลางวันแน่ๆ ก็เลยเดินทางไปเอากันตอนกลางวัน พอไปถึงปั้มก็เอารถออกมาปกติ แต่เด็กปั้มมองหน้าแปลกๆ แล้วพูดกลับคุณโอ็ตว่า “พี่ทำไมจอดรถค้างคืนไว้สองสามวันเนี่ย พี่ไม่กลัวรถพี่หายหรอ แถวนี้รถหายบ่อยนะพี่” คุณโอ๊ตเลยตอบว่า “พอดีพี่ฉุกเฉินนิดหน่อย ขอโทษด้วยละกัน” แล้วควักตังให้เด็กปั้มไป คิดซะว่าเป็นค่าจอด เด็กปั้มก็ทำหน้าแปลกๆ แล้วพูดว่า “แล้วพี่มาเอารถกับใคร พี่มารถเดียวหรอ” คุณโอ๊ตก็ตอบว่ามาคนเดียว

จากนั้นก็ขับรถออกมา แล้วระหว่างที่คุณโอ๊ตออกมาเอารถ แฟนโทรถามตลอดเวลาว่าอยู่ไหนแล้ว พอตอนที่ถึงปั้มคุณโอ๊ตก็บอกแฟนว่าถึงปั้มแล้ว กำลังจะเอารถกลับ แต่แฟนคุณโอ๊ตบอกว่า “พี่ไม่ต้องเอารถกลับมาบ้านนะ พี่ขับเข้าเต้นขายไปเลย” แต่น่าแปลกตรงที่ว่า คุณโอ๊ตเอารถไปขายย่านรามอินทรา คุณโอ็ตเข้ามาสี่เต็นท์ ถูกปฏิเสธทุกเต็นท์ คุณโอ็ตเลยตัดสินใจขับรถไปขายที่ฝั่งธน อีกสามเต็นท์ ก็ไม่มีที่ไหนรับ คุณโอ๊ตเลยลองโทรปรึกษาเพื่อนว่าจะเอายังไงดี อยากขายจริงๆ เพื่อนเลยแนะนำทางออกสุดท้าย คือจำนำไปเลย พอจำนำรถได้ คุณโอ๊ตก็กลับบ้าน และตั้งใจว่าจะปล่อยให้รถถูกยึดไปเลย ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก จนผ่านมาประมาณสองถึงสามเดือน คุณโอ๊ตได้สอบถามกับเพื่อนว่ารถที่ไปจำนำเป็นยังไงบ้าง เพื่อนก็ไปถามกับเจ้าของที่รับจำนำแล้วได้ความว่า เค้าเอาไปบริจาควัดแล้ว เค้าบอกว่าต้องเอาไปบริจาค ไม่ไหวแล้ว ยามลาออกไปประมาณสี่ถึงห้าคนแล้ว อยู่ไม่ได้เลย และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด