เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก..!! เหตุเกิดใน ม.รามคำแหง

เรื่องเล่าที่นำเสนอบางเรื่องเป็นตำนานที่เล่าต่อกันมา ซึ่งเอาจริงๆแอดมินก็ไม่สามารถการันตีได้ว่ามันจะจริงไปซะทุกเรื่อง..อย่างเช่นโพสต์ในตอนนี้ที่แอดมินจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกัน โดยเป็นตำนานซึ่งจะจริงเท็จแค่ไหน ก็คงต้องให้คนที่เคยเรียนอยู่ที่นั่น ช่วยมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมน่าจะดีที่สุดครับ โดยเป็นเรื่องราวชวนหลอนที่เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเอาจริงๆที่นี่ก็มีตำนานที่ถูกเล่าขานต่อกันมาอย่างมากมายเหมือนกัน โดยเราได้คัด 8 เรื่องเฮี้ยน ที่ว่ากันว่าเคยเกิดขึ้นจริงในมหาวิทยาลัยแห่งนี้…

**..เรื่องที่ 1 เจอดีที่ตึกวิทย์
สมัยผม (ตัวผู้เล่า) เรียนอยู่ชั้นปี 1 (ราวๆปี 2544) ตอนนั้นมีอยู่เรื่องนึงดังมาก ฟังมาจากรุ่นพี่อีกทีนึง เขาว่าเคยมี นศ.คณะวิทยาศาสตร์คนนึงทะเลาะกับแฟน เลยประชดแฟนโดยการกระโดดตึก จากชั้น 4 ของตึกวิทยาศาสตร์เก่าลงมาเสียชีวิต..!! ซึ่งกระซิบนิดนึงว่าถ้าบางคนไม่เคยผ่านตึกนั้นตอนโพล้เพล้คงไม่รู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน? แล้วยิ่งมามีข่าวนี้เข้ามาด้วย ช่วงนั้นเด็กที่อ่านหนังสือแถวตึกนั้นต่างหายกันไปหมดเลย เพราะได้ข่าวว่ามียามเห็น วิญญาณ นศ.สาวผู้นั้นมายืนอยู่บนดาดฟ้าตึก แล้วโดดลงมาประจำซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้คนเห็น..!!
บ้างก็เห็นเธอมายืนยิ้มริมทาง ทั้งที่เสื้อผ้าต่างเปื้อนไปด้วยเลือด..!!
ไม่ทราบว่าปัจจุบันนี้จะยังมีคนเห็นเธออยู่รึเปล่า..วานน้องๆ นศ.ที่เรียนบริเวณนั้นช่วยไปดูให้ทีนะ…

ยังไม่หมดแค่นี้สำหรับเรื่องเล่าของตึกวิทย์ยังมีอีกเรื่องที่น่ากลัวไม่แพ้กัน นั่นก็คือมี นศ.คณะนิติมาโดดที่ตึกนั้นเสียชีวิตอีกราย..!! ส่วนสาเหตุไม่รู้เป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นเรื่องการเรียนหรือความรักก็ไม่ทราบ
โดยตอนเช้ามืดหลังจากที่เธอตายได้ 3 หรือ 7 วันนี่แหละ..เจ้าหน้าที่ต่างเจอเรื่องหลอนเพราะเห็นเธอมาทำเรื่องจบ และเห็นกันหลายคนด้วย..!! เลยต้องทำบุญมหาลัยกันยกใหญ่เลย..

**..เรื่องที่ 2 ผีห้องกิจกรรม
ต่อด้วยเรื่องผีที่ตึกกิจกรรมซึ่งเกิดขึ้นในชมรมเก่าแก่ชมรมนึงของราม เมื่อก่อนชมรมนี้พอทำกิจกรรมของชมรมเสร็จ หน้าที่เก็บกวาดห้องจะเป็นของเด็กที่เพิ่งเข้าชมรมใหม่ๆ
วันนั้นรู้สึกจะเหลือ นศ.หญิงเข้าใหม่แค่ 2 คน ทำความสะอาด โดยที่เมื่อก่อนตึกกิจกรรมจะปิดเวลา19.00 น.นะ ..
น้อง2 คนนี้ก็ทำถึงประมาณ 6 โมงครึ่ง เหลืออีกครึ่งชม.ตึกจะปิด เลยรีบทำกัน
ระหว่างนั้นน้อง นศ.ก็ถามกันเกี่ยวกับเรื่องผี ทำนองว่าที่ตึกนี้มีไหม แล้วบอกแบบติดตลกว่า “ถ้ามีจริงก็มาให้เห็นเถอะ จะขอหวยซะให้เข็ด”

พอสิ้นคำพูดนั้น ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งข้อเท้า แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าหูแว่วมากกว่า
สักพัก ขณะที่ นศ.กำลังทำความสะอาดชฎาสวมหัวอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งแถวเท้าตัวเองอีก เลยก้มลงไปดูก็เห็นเป็นเท้าเหี่ยวๆ ใส่กระดิ่งข้อเท้าอยู่ข้างหลังตัวเอง (มองลอดหว่างขา)เลยตกใจ..!! ก็ยังกลั้นใจหันไปมอง แต่กลับไม่พบสิ่งใดในห้องนั้นมีแค่เธอกับเพื่อนเพียง 2 คนเท่านั้้น..!!
จากนั้นทั้งสองก็ทำเวรต่อ ขณะหันกลับมาตรงที่วางชฎา เพื่อดูความเรียบร้อยอีกรอบ ทีนี้เธอก็เห็นเป็นหัวของชายแก่สวมชฎาซึ่งมีแค่หัว หันมายิ้มให้อีกด้วย..!!
เท่านั้นแหละทั้งคู่ต่างกรี๊ดแล้วก็สลบไปเลย ข่าวบางกระแสว่าเธอเลิกเรียนแล้วกลับไปอยู่บ้าน บางกระแสบอกเธอช็อคจนเสียสติไป..อันนี้ก็ไม่รู้นะว่าอันไหนเป็นเรื่องจริงกันแน่ ?

**..เรื่องที่ 3 นักศึกษาตายในลิฟท์ห้องสมุด
นศ.รหัสแก่ๆ อาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 42 หรือ 44 ไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ ซึ่งเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยปิดยาวช่วงปีใหม่หรืออะไรนี่ไม่ทราบแน่ชัด..
ซึ่งในวันนั้นยามเห็นว่าไม่มีคนแล้ว เลยปิดห้องสมุดโดยไม่ได้ตรวจตราความเรียบร้อย ปิดไฟหมดเลยโดยไม่รู้ว่ามีนักศึกษาติดอยู่ในลิฟท์ 5 คน…
เรื่องนี้มารู้กันอีกทีก็วันที่เปิดเรียน เปิดห้องสมุดมามีนักศึกษาตายอยู่ในลิฟท์ 5 คน น่าสงสารมาก..!! (ซึ่งเหตุการณ์นี้เค้าปิดข่าวนะ แต่คิดว่าถ้าใครเรียนตอนนั้นจะเห็นว่าเค้าเอาพวงหรีดมาวางหน้าห้องสมุดด้วยอ่ะ)
เอาเป็นว่าใครที่ขึ้นลิฟท์ห้องสมุดคนเดียว ระวังจะเจอดีโดยไม่รู้ตัวนะ..

**..เรื่องที่ 4 หอพักหญิงตรงลานเกือกม้า
เรื่องหอพักหญิงชวนขนหัวลุกนี้ มีเพื่อนสนิทที่เจอผีเข้าจังๆ ที่ห้อง 516 เตียง 7 เป็นเตียงชั้นบน (เตียง 2 ชั้น) เล่าว่า..
เวลาเกิดเหตุอยู่ในช่วงตะวันใกล้โพล้เพล้ขณะเพื่อนนอนหลับ แต่ระหว่างที่สะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอก็เห็นร่างๆหนึ่งกำลังจะไต่เตียงขึ้นมา โดยเป็นร่างผู้หญิงใส่ชุดดำ ไว้ผมยาว กระโดดมาทับตัวเพื่อน ทั้งยังบีบคอ จนต้องท่องนโมหลายจบ แล้วร่างนั้นก็หายไปในที่สุด..!!
พอสะดุ้งตื่นมาจริงๆ ไม่เจอใครในห้อง แล้วเตียงนั้นก็ไม่มีใครยอมมานอนอีกเลย

**..เรื่องที่ 5 ตึกวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 8
ตอนนั้นตั้งใจจะขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 8 เพื่อสำรวจความน่ากลัวตามที่ร่ำลือกันมาว่ามีอาจารย์เสียชีวิตอยู่ในห้องดรอว์อิ้ง ขณะที่กำลังสำรวจนั้น อยู่ดีๆ ลิฟท์ก็เปิดออกและปิดในทันทีพร้อมกับขึ้นไปที่ชั้น 8 โดยที่ยังไม่มีใครกดลิฟท์ชั้นใดๆ ทั้งสิ้น..!!
ตอนนั้นเพื่อนทุกคนต่างขนลุก พยายามที่จะออกจากลิฟท์กันให้ได้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครอยากขึ้นไปที่นั่นอีกเลย…

**..เรื่องที่ 6 ตึกภาพพิมพ์ (ปัจจุบันโดนทุบทิ้งไปแล้ว)
ระหว่างที่เรียนมีโอกาสได้ทำหนังสั้นแนะนำมหาลัย ซึ่งตัวหนังออกแนว reality หนังผี..โดยตอนนั้นมีรุ่นพี่รุ่นน้องไปกันเกือบ 10 คน ในช่วงเวลาตี 1-3
ตอนนั้นทีมถ่ายทำได้มีโอกาสตะเวนไปตามตึกต่างๆ ที่เขาร่ำลือกันว่าน่ากลัว โดยเริ่มแรกที่ตึกภาพพิมพ์
ซึ่งตึกนี้เองเรามาทราบภายหลังว่าเมื่อก่อนมีคนโดนฆ่าแล้วถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่บ่อน้ำตรงข้างๆตึก ซึ่งตอนนั้นมีคนเห็นแต่นึกว่าเป็นหุ่นของทางคณะศิลปกรรมนำมาใช้โปรโมทละครเวทีจึงไม่คิดอะไร
จนเวลาผ่านไป 2-3 วัน ศพเริ่มเน่าและอืดอยู่ในบ่อน้ำ จึงได้รู้ความจริงว่าที่เห็นนั่นไม่ใช่หุ่น แต่มันคือศพคนตายจริงๆ..!!

**..เรื่องที่ 7 ห้องเซรามิก คณะศิลปกรรมศาสตร์
เล่ากันมาจากรุ่นพี่ที่มีสัมผัสที่ 6 คนหนึ่งว่า เห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยใส่ชฎารำอยู่ข้างในห้อง ตอนแรกต่างคิดไปว่าคงเป็นเด็กเรียนรำไทยมาฝึกซ้อมที่นี่กันหรือเปล่า
แต่พอช่วงเช้า เข้าไปถามได้คำตอบว่า “ไม่มี” รุ่นพี่จึงสงสัยว่า แล้วไอ้นางรำที่เขาเห็นนั่นอาจจะไม่ใช่คนแน่ๆเลย แถมตึกตรงนั้นช่วงดึกๆหมามักชอบมาหอนกันเป็นประจำด้วย..

**..เรื่องที่ 8 เป็นคำเตือนถึงสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อใครเข้าไปในมหาวิทยาลัยแห่งนี้..!!

– ไปนั่งที่สระรามเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่ม เป็นต้นไป โดยช่วงเวลาหลัง 3 ทุ่ม นั้นถ้าหันหลังให้เสาธง แล้วนับเสาไฟวนตามเข็มแล้วนับไปเรื่อยๆ ว่ากันว่าพอถึงรอบที่ 3 จะมีเสาเกินมา 1 ต้น เฉยเลย..!!

– หากใครลองเดินผ่านตึกวิทยาศาสตร์เก่า แล้วยืนอยู่บนฟุตบาทถนนฝั่งเดียวกะตึก หันหลังให้ตึกแล้วแหงนหน้าขึ้นไปจนเห็นดาดฟ้า ว่ากันว่าจะเห็นวิญญาณของผู้ที่เคยโดดตึกตาย มาปรากฏกายยืนอยู่..!!

– เวลาขึ้นลิฟท์ตึก SBB ใครอยากเจออะไรดีๆ ให้ลองมองลอดหว่างขาดู เผื่อมีขาคนโผล่มาอยู่ข้างหลัง

– ที่ห้องน้ำชายชั้น 4 ตึกกิจกรรม ใครเข้าไปนั่งให้ลองผิวปากเพลงธรณีกรรแสงดู พอหยุดผิวจะได้ยินเสียงผิวปากต่อมาเอง(จากห้องข้างๆ..)

– เวลาไปดูเกรดที่ตึกนิติตอนช่วงเย็นๆค่ำๆอยากให้ลองจุดเทียนดูเกรดดู ว่ากันว่าจะมีคนมาดูเกรดเป็นเพื่อนอีกเพียบเลย..แต่ไม่ใช่คน

– ถ้าใครเดินผ่านรามตอนกลางคืน ลองสังเกตดูจะมี นศ.บางคนมานั่งทำท่าอ่านหนังสือในมุมมืดของตึก ซึ่งที่เห็นนั่นไม่แน่ว่าจะใช่คนไหม..