เรื่องเล่าชวนหลอนในรีสอร์ท… จ.สมุทรสงคราม

เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 หรือเมื่อ 4 ปีก่อน..เราและครอบครัว มีโปรแกรมว่าจะไปเที่ยวไหว้พระ ทำบุญ กินกุ้งค่ะ และมีธุระที่จะนำของไปฝากเพื่อนแถวๆสมุทรสาครด้วย..วันนั้นพอไปถึงที่หมายก็เลยได้อยู่เล่นที่บ้านเพื่อนจนเวลาเย็นๆ ประมาณ 6โมงกว่าค่ะ..และด้วยความที่เกรงใจเพื่อนเลยไม่ได้นอนค้างที่นั่น โดยตั้งใจว่าน่าจะมาหาโรงแรมนอนเอาเองดีกว่า ซึ่งปกติเวลาเราไปเที่ยวที่ไหนกัน จะศึกษาข้อมูล และจองโรงแรมผ่านเว็บ Agoda ค่ะ แต่รอบนี้ ออกไปเที่ยวกันแบบไม่ได้จองโรงแรมไว้เลย และนี่คงเป็นจุดเริ่มต้น ของเรื่องราวที่เราและครอบครัวไปเจอมาค่ะ

ตอนนั้นเราไปด้วยกัน 3 คน คือมีเรา มีแฟนชื่อ เอก และลูกชายไปด้วยอีก 1 คน อายุ 2 ขวบค่ะ เราออกเดินทางจากบ้านเพื่อนในช่วงใกล้ๆค่ำ ซึ่งเพื่อนแนะนำให้ไปพักแถวๆ รีสอร์ทที่ใกล้ป่าชายเลนค่ะ เราเลยตั้ง gps มุ่งหน้าไปยังรีสอร์ทที่เพื่อนแนะนำ โดยอารมณ์ตอนนั้นคืออยากได้ที่พักที่ตื่นเช้ามาเจอบรรยากาศริมน้ำ มาทานกุ้งกัน ชิวๆอะไรแบบนั้น เราขับรถมาถึงที่พักเวลาประมาณสองทุ่มกว่าๆ

รีสอร์ทนั่นมีทัวร์มาลงเยอะมากค่ะ จึงไม่มีพนักงานมาคอยเช็คอิน รอสักพักจึงได้เจรจาคุยกับพนักงาน เขาบอกเหลือห้องเดียว ในราคา 1500 บาท..เราคิดว่ามันแพงไปหน่อยจึงปฎิเสธพร้อมกับขับรถออกไปเพื่อไปหาที่พักที่อื่นต่อ ขอบอกก่อนนะคะว่า ตลอดการเดินทางเราใช้ gps ในการนำทางตลอด จึงไม่รู้เส้นทางหลักๆว่าไปที่ไหนอะไรยังไง เชื่อใน gps แล้วขับตามอย่างเดียวค่ะ

ตอนนั้นก็ขับกันไปเรื่อยๆ เวลาล่วงเลยมาสามทุ่มกว่าๆ..ตลอดทางก็มืดพอสมควร ตั้งใจว่าจะหาพักแถวๆอัมพวาก็คงพอมี แต่ตาดันไปมองเห็นป้ายรีสอร์ทแห่งนึง จึงลองวนรถกลับไปแล้วเข้าไปติดต่อที่รีสอร์ทนี้ดู พอเลี้ยวเข้าไป ขอบอกว่าที่นี่มันเงียบและมืดพอสมควรเลยคะ แฟนเราก็ขับรถหลงทางผิดๆถูกๆ เข้าไปในซอยบ้านใครไม่รู้ที่อยู่ใกล้ๆกับรีสอร์ท เลยถอยรถออกมาแล้วติดต่อที่พักค่ะ เจอลุงแก่ๆคนนึง แกบอกว่า มีราคา 700 และ 900 บาทเอง และด้วยความงกบวกความง่วงเลยบอกแฟนไปว่า งั้นพักแบบ700 ละกัน

ก้าวแรกที่ลงรถ ลูกชายพูดกับเราว่า “แม่..หนูกลัวมาก!!!” คือลูกชายเพิ่งเริ่มหัดพูดแล้วก็ชอบดูหนังผี กลัวความมืดด้วย ส่วนเราก็ไม่ได้คิดอะไรนะเลยบอกลูกว่าไม่มีอะไรหรอก เพราะทางที่เราเดินมันมืดและเงียบมากเด็กก็คงกลัว พอเข้าไปที่พัก พนักงานคนที่มาเปิดไฟเปิดห้องให้ เขาก็ถามเรามาคำนึงว่า “อยู่ได้นะ? แอร์เย็นมั้ย?” นึกในใจ..เออ ทำไมเขาถามแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ด้วยความที่เพลียมากๆ เราก็อาบน้ำ พอหัวถึงหมอนก็หลับไปเลยค่ะ ลืมสวดมนต์ก่อนนอนด้วย..

เรื่องจากนี้ไปคือแฟนราเจอนะคะ เราไม่ได้เจอเอง แต่พอฟังที่แฟนเล่า เลยรู้สึกหลอนๆค่ะ คือแฟนเล่าว่าเวลาประมาณ ตี 4 กว่าๆ แฟนนอนๆแล้วได้ยินเสียงผู้หญิง เรียกชื่อ “เรา ” แฟนก็งงๆ เพราะปกติเราจะไม่เรียกชื่อเล่นกันค่ะ แล้วเขาก็งงว่า เรามากัน 3 คน พ่อแม่ลูก แล้วจะมีเสียงใครที่ไหนมาเรียกชื่อเราอีก แฟนเลยหันมามองตรงที่ๆเรานอนหลับอยู่ค่ะ ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกตินะ แต่พอแฟนมองสูงขึ้นไปยังทางหัวเตียงที่เรานอนก็เจอเป็นร่างของผู้หญิง ผมยาว ผิวขาวซีดๆ ชะโงกหน้าลงมาใกล้ๆกับตรงหัวเราที่กำลังนอนอยู่ค่ะ..!! แฟนบอกว่าผู้หญิงคนนั้นดูน่ากลัวมาก เวลานั้นเขาทั้งตะโกนร้องเรียกเสียงดังลั่น แต่เรากลับไม่ได้ยินอะไรเลย หลับปุ๋ยกันทั้งแม่ลูก จนแฟนมาสะกิดถึงตัวเราก็เลยตื่น

พอตื่นแฟนถามว่ากี่โมงแล้ว เราเลยหยิบมือถือมาดูเวลา ตอนนั้น ตี 4 ยี่สิบกว่านาที ยังอดสงสัยไม่ได้ว่ามาปลุกเรามาเพื่อถามเวลาแค่นี้เนี่ยอะนะ แล้วแฟนก็บอกว่าเช็คเอ้าท์กันเถอะนอนไม่ได้แล้ว เราก็ถามไปว่าทำไมเกิดอะไรขึ้น..เขาเลยเล่าให้ฟังค่ะ สังเกตดูระหว่างที่เล่าแฟนขนลุกตลอดเวลา เรานี่ก็ไม่กล้ากระดุกกระดิกตัวไปไหนเลยค่ะ ส่วนลูกชายก็มีนอนร้องไห้บ้าง ทำเสียงสะอื้นๆ อยู่เป็นพักๆ

จะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่มาพักที่จังหวัดสมุทรสงครามนะคะ ก็เจอดีเข้าจนได้..สรุปคือเรารอจนถึงเช้าค่ะ แต่ตาสว่างกันตั้งแต่บัดนั้นเลย จนเจ็ดโมงก็มาเดินเล่นแถวรีสอร์ทถ่ายรูปเล่นค่ะ
และที่น่าตกใจกว่านั้นคือที่รีสอร์ทเวลานั้น มีแค่ครอบครัวเราที่เข้าพัก ไม่มีคนอื่นอยู่เลย..!! เห็นเริ่มไม่เข้าท่า รู้สึกไม่ค่อยดีเลยรีบกลับเข้าห้องเก็บข้าวของ เอาลูกอาบน้ำแต่งตัว แล้วรีบขับรถออกมาไปทำบุญถวายสังฆทานกันอย่างด่วนเลยค่ะ

ส่วนชื่อรีสอร์ทแห่งนี้นั้น ขออนุญาตไม่บอกนะคะ แต่จำได้ขึ้นใจและคงไม่กล้าไปนอนที่นั่นอีกเด็ดขาดค่ะ บอกแค่เลขที่ห้อง 72 นะคะ..เผื่อจะนำโชคไปยังผู้อ่าน..