3 เหตุการณ์ในคืนเดียว..!! เรื่องหลอนใน รพ.ศิริราช

หากพูดถึงโรงพยาบาลศิริราช หลายคนคงนึกถึงภาพความเก่าแก่และประวัติศาสตร์อันยาวนาน..รวมถึงเรื่องราวของการพบเห็นสิ่งแปลกๆที่เหนือธรรมชาติก็มีให้พูดถึงกันอยู่หลายต่อหลายเรื่องเหมือนกัน..เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2539.. เหตุเกิดที่ห้องพักผู้ป่วยตรงตึกเก่า แต่เราไม่ขอระบุชัดนะคะว่าห้องไหนชั้นไหน เป็นเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นถึง 3 ครั้ง 3 เหตุการณ์ในคืนเดียว ฟังแล้วอาจดูน่าเหลือเชื่อ แต่ว่าเราเจอมาแล้วจริงๆ..!!

เหตุการณ์แรก..

คือวันนั้นเราได้อาสาไปเฝ้าคุณแม่ที่เพิ่งคลอดน้องคนเล็ก แล้วต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนั้น เหตุการณ์ก็ไม่มีอะไร เราไปถึงตั้งแต่ช่วงเย็น พอสักหกโมงครึ่งเราก็ได้เข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ ขออิบายลักษณะประตูห้องน้ำนิดนึงนะคะ ที่นี่เขาเป็นเหมือนประตูบ้านสมัยก่อนที่เปิดปิดแบบสองบาน และมีไม้ขัดล็อคเอาไว้ตรงกลาง หลังจากเราเดินเข้าไปและล็อคประตูห้องน้ำเสร็จ พอหันหลังเตรียมจะถอดเสื้อผ้า..จู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนพระสวด ดังแว่วออกมาจากที่ไหนไม่ทราบ..!!

ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าสงสัยห้องพักที่แม่เราอยู่คงใกล้วัดมั๊ง เสียงก็อาจจะดังแว่วมาจากที่วัดก็ได้ จากนั้นเราก็อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว จนแต่งตัวในห้องน้ำเสร็จ ก็ยังได้ยินเสียงพระสวดดังอยู่แบบนั้น หนักๆเข้าไม่ได้เป็นเสียงสวดองค์เดียว แต่เหมือนสวดกันหลายองค์มากกว่า..!! เราพยายามจะไม่คิดอะไร คิดว่าแม่ก็คงจะได้ยินเหมือนๆกับเรา แต่พอเปิดประตูห้องน้ำออกมาเสียงพระที่สวดอยู่ก็เงียบกริบไปเฉยเลย..!!
ความรู้สึกมันเริ่มสังหรณ์แปลกๆ

จึงเดินมาถามแม่ที่เตียงว่า “เดี๋ยวจะลงไปข้างล่าง แม่อยากกินหรือเอาอะไรมั้ย ?”ตบท้ายเลยถามแม่ว่า “เมื่อกี้แม่ได้ยินเสียงพระสวดมั้ย หนูอาบน้ำอยู่เสียงสวดดังมากเลย..” แม่มองหน้าเราแล้วบอกว่า “ไม่มีน่ะ..”…นึกในใจว่าเอาแล้วไง..!! สงสัยได้ยินอยู่คนเดียว แม่ลูกมองหน้ากันแต่ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะที่บ้านจะสอนเสมอว่าถ้าอยู่แปลกถิ่นแล้วมีอะไรแปลกๆอย่าพูดเด็ดขาด นอกจากกลับบ้านหรือออกจากสถานที่นั้นค่อยพูดกัน..

เหตุการณ์ที่ 2..

เกิดขึ้นตอน 2ทุ่ม แม่บอกว่าให้กดออดเพื่อเรียกพยาบาลเพื่อจะขอกระเป๋าน้ำร้อน เรากดเรียกตั้งแต่ 19:30 แต่ 2 ทุ่ม ก็แล้วก็ไม่มีใครเอามาให้สักทีนึง เราก้อเลยเดินออกไปเอาเองเลย ทางเดินก้อน่ากลัวทั้งมืดทั้งเย็นๆแบบแปลกๆ ก่อนจะถึงห้องพยาบาลจะมีตู้กดน้ำแบบมีคูลเล่อร์ข้างบน เราเกิดหิวน้ำอยากดื่มน้ำเย็นแต่เห็นพี่พยาบาลยืนกดน้ำอยู่ตรงนั้น เป็นเหมือนมุมมืดแต่ไม่คิดอะไรเพราะมีพยาบาลกดน้ำอยู่เราก็ไปต่อคิว แล้วเราก็พูดลอยๆขี้นมาเหมือนจะชวนพี่เขาคุย ว่าตรงนี้มืดจังน่าจะมีไฟอีกสักดวงนะคะจะได้สว่างหน่อย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับเลยสักนิด

เราคิดในใจ “โคตรหยิ่งเลย พูดด้วยทำเป็นไม่สนใจ..” ดื่มน้ำเสร็จก้อเดินไปห้องพักพยาบาลด้วยความที่เป็นวัยรุ่นกล้าพูดกล้าถาม เลยถามพี่พยาบาลในห้องที่มีอยู่ 2 คน ในห้องว่า “พี่ค่ะห้องเลขที่…กดออดตามพยาบาลตั้งแต่ทุ่มครึ่งแล้ว เพื่อขอกระเป๋าน้ำร้อนไป แต่ไม่เห็นมีใครเอาไปให้เลย..”พยาบาลตอบว่า “วันนี้มีพยาบาลอยู่กันแค่ 2คน พอดีอีกคนไปดูคนไข้ด่วน เขาเพิ่งมาเลยยังไม่ได้เอาไปให้..” เราได้ฟังก็เริ่มหงุดหงิด..จะแค่ 2 คน ได้ไงค่ะพี่.. มี 3 คน ค่ะพี่..เมื่อกี้หนูเจอพี่อีกคนยืนกดน้ำอยู่ รวมกับพี่ 2 คน ก็เป็น 3 คน ซิคะ..

พยาบาล 2 คน ในห้องพอได้ยินเราพูดแกก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วบอกเราว่าตั้งแต่ 18:00 น จนถึงตอนนี้มีพยาบาลเข้าเวรแค่ 2 คน เท่านั้นนะคะ..!! ตอนนั้นเราไม่เชื่อ มั่นใจว่าพยาบาล 2 คนนี้คงโกหก สงสัยจะลืมแม่เราแล้วอ้างไปเรื่อย.. เลยขอกระเป๋าน้ำร้อนแล้วเดินกลับเข้าห้องไปหาแม่โดยไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น.. ซึ่งพอหลังเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปเรามาหวนคิดทีหลังว่า เอาแล้วไง สงสัยคงโดนเข้าให้แล้ว..!!

เหตุการณ์ที่ 3…อันนี้เกิดขึ้นกับแม่เรานะคะ..

แม่เล่าให้ฟังตอนเช้าว่า เมื่อคืนตอนตี 2 ได้มีพยาบาลเข้ามาปรับน้ำเกลือ แม่ถามว่าเรารู้เรื่องมั้ย? เราก็บอกแม่ไปว่าตอนนั้นหลับอยู่ ไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งปกติหากแปลกที่ ที่ไม่ใช่บ้านเรา เราจะนอนไม่หลับ แต่คืนนั้นพอหัวถึงหมอนเราหลับแบบไม่รู้เรื่องเฉยเลย..

จากนั้นแม่เล่าให้ฟังว่ามีพยาบาลเดินเข้ามาในห้อง เขาไม่พูดอะไรเลย ซึ่งมันต่างจากรอบอื่นๆที่เวลาจะเข้ามาวัดไข้หรือวัดความดันทุกทีจะชวนคุย ว่าเป็นยังไงบ้างค่ะ..แต่คนนี้เดินมาถึงไม่พูดอะไรเลย เขาเข้ามาปรับเร่งน้ำเกลือ แม่เราก็ถามเขาว่าหมอสั่งให้เร่งเหรอ เขาไม่ตอบแม่เราสักคำ..แม่บอกตอนนั้นหัวใจตัวเองเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ หายใจไม่ค่อยออก แม่จึงตะโกนเรียกเรา แต่เรากลับไม่รู้สึกตัวใดๆเลย ซึ่งปกติเราเป็นคนรู้สึกตัวง่ายมาก แม่บอกพอพยาบาลคนนั้นทำเสร็จก็หันหลังเดินออกไปโดยไม่สนอะไร แม่บอกตอนนั้นเหมือนคนจะขาดใจ คิดว่าต้องตายแล้วแน่ๆ

พอจะรวบรวมสติ แม่บอกว่าสวดคาถาชินบัญชร สวดมนต์ทุกบทที่แม่จำได้ในตอนนั้น แล้วแม่ก็หลับไปจนกระทั่งเช้า..พอแม่เล่าให้เราฟังจบ ด้วยความอยากรู้จึงรีบเดินออกไปเช็คที่ห้องพยาบาลว่าเมื่อคืนมีพยาบาลมาที่ห้องแม่เพื่อปรับน้ำเกลือจริงมั้ย แล้วทำไมถึงทำกันแบบนี้..พอเราไปเช็ค เขากลับตอบกลับมาว่าไม่มีใครเข้าห้องแม่เราทั้งนั้น เข้าห้องครั้งสุดท้ายคือตอนสี่ทุ่มครึ่งแล้วก็ตอนเช้านี้เลย.!!!

เราฟังแล้วถึงกับอึ้ง สรุปว่าแล้วพยาบาลเมื่อคืนนี้คือใครกันหล่ะ แล้วเราก็เดินกลับไปบอกแม่ พอแม่รู้แกก็รีบบอกให้เราโทรหาพ่อ ให้พ่อมารับกลับบ้านอย่างไวเลย โดนดีขนาดนี้ยังไงก็กลับ ไม่อยู่แล้ว..!! พอก่อนกลับเลยไปเช็คเรื่องพยาบาลทั้งวอร์ดเมื่อคืนว่ามีกี่คน แล้วเล่าเรื่องเสียงพระสวดให้แม่ฟัง…หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลยคะ