เหตุเกิดที่ชั้น20…น่ากลัวมากของปี2561

ก่อนอื่นเลยคือผมต้องบอกก่อนว่า เมื่อก่อนนี้ผมทำงานเป็นคนทำอาหารให้คนไข้ ทำมาได้สักระยะหนึ่ง ผมก็ได้เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ มาเป็นนักโภชนาการ คือเป็นคนคิดรายการให้คนไข้ ว่าคนนี้จะต้องทานอะไร แล้วที่นี้ในการทำงาน มันก็ต้องมีห้องทำงาน โต๊ะทำงาน ซึ่งผมเองเนี่ยก็ได้ของที่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นพี่ๆที่เคยทำตำแหน่งนี้มาก่อน แต่ด้วยความที่ว่า ของมันเก่า ก็อาจจะมีบางทีที่หักและพัง

ผมเลยต้องซ่อมใช้เองก่อน เพราะว่ากว่างบประมาณในการซื้อโต๊ะใหม่นั้นมันค่อนข้างนาน ทีนี้เก้าอี้ที่ผมใช้อยู่มันหัก ผมเลยไปปรึกษากับอาจารย์ ว่าจะต้องซื้อมาใหม่ไหม? เพราะมันเป็นของหลวงด้วย ทีนี้อาจารย์เค้าเลยบอกว่าไม่ต้องซื้อใหม่หรอก ให้ผมขึ้นไปเอาโต๊ะเก้าอี้ที่ชั้น 20 ตอนนั้นผมก็งง ก็ถามอาจารย์กลับไปอีกว่า แล้วมันจะไม่มีเจ้าของหรอคับ อาจารย์ก็บอกว่าไม่มีหรอก เพราะชั้นนั้นมันเป็นชั้นร้าง ขึ้นไปเอาได้เลย ตอนนี้เป็นชั้นเก็บของไปแล้ว ผมก็ถามอาจารย์ว่าทำไม? อาจารย์บอกว่า เมื่อก่อน พยาบาลมีน้อย ไม่พอกับงานในรพ. เลยต้องยุบเตียงและพยาบาลไปช่วยงานที่หวอดอื่น

ซึ่งตอนนั้นผมเองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะที่จริง รพ.รัฐฯเนี่ย คนไข้เยอะมาก แต่ทำไมกลับมายุบเตียงไม่ใช้ ไปซะอย่างนั้น แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ ก็ขึ้นไปชั้นที่ 20 แต่การที่จะขึ้นไปชั้นที่ 20เนี่ย คือไปทางลิฟต์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องขึ้นไปชั้น 19 หรือไม่ก็ชั้น 21 เลย แล้วเดินขึ้นหรือเดินลงมาที่ชั้น 20 แทน เหตุผลนั้นอาจารย์ก็ได้บอกว่า กลัวคนไข้จะกดลิฟต์ผิด แล้วพอเปิดมาจะตกใจ เลยไม่มีชั้น 20 จะดีกว่า เหตุผลนี้ก็ยังพอเข้าใจได้ ที่นี้ผมก็ขึ้นไปที่ชั้น 21 แล้วเดินลงมา พอมาถึงหน้าประตู ผมนี่ขนลุกไปทั้งตัว รู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่อยู่ที่หลังประตู แต่ผมก็กลั้นใจเปิดไป ซึ่งพอผมได้เปิดไปนั้น

คือมันร้าง… มันร้างมากๆ ขนาดผมขึ้นไปตอนกลางวัน เที่ยงตรงเลย แต่ว่าผมต้องใช้ไฟจากมือถือส่องทาง คือมันมืดมาก ทีนี้ผมก็เลยหากล่องแถวๆนั้นๆมากั้นประตูไว้ เพื่อให้มันมีแสงรอดออกมาบ้างจะได้ไม่มืดเกินไป ทีนี้ผมก็เดินตรงไป เพื่อที่จะไปหาเก้าอี้มาไว้ใช้ทำงาน ซึ่งหวอดเนี่ย มันเป็นลักษณะตัว E โดยตัวเส้นตรงของตัวE เนี่ยจะเป็นที่อยู่ของพยาบาล แล้วขาของตัวEแต่ละขา จะเป็นเตียง ซึ่งแต่ละขาจะมีประมาน 10เตียง แล้วหวอดเนี่ย เป็นลักษณะตัว E หันหลังใส่กัน ทีนี้ผมก็เดินไป แล้วมองทางซ้ายทีขวาที เพื่อจะหาเก้าอี้ไปใช้ ผมก็เดินไปทางหวอดซ้าย ซึ่งก็เจอเก้าอี้ที่เบาะขาด ซึ่งผมว่าเดี๋ยวจะเอาสก๊อตเทปปิด

ทึ่นี้จังหวะที่ผมกำลังลากเก้าอี้ออกมา ผมได้ยินเสียง ดัง เอี๊ยดๆ มาจากอีกหวอด คือถ้าผมเดินกลับออกไปก็จะเจอกับอีกหวอด ซึ่งผมก็ได้ยินเสียงแบบนี้ ประมาน 3 ครั้ง ผมก็เลยชะโงกหน้าไปดูว่าจะมีใครไหม แต่สุดท้ายก็ไม่มี แล้วผมก็รีบเอาเก้าอี้กลับไปทำงาน ที่นี้เวลาก็ผ่านไป จนมาวันหนึ่ง คือผมเนี่ยต้องไปสอนผู้ป่วยเด็ก แต่เตียงข้างๆเนี่ยจะเป็นผู้ป่วยหญิงกับคนแก่ที่เป็นคนไข้ประจำของผม ผมเลยถามพยาบาลว่านี้เอาผู้ป่วยหญิงมาฝากอีกแล้วหรอ..

พยาบาลก็บอกว่า ใช่ค่ะ เนี่ย! เค้าเอามาฝากอีกหละ..ผมก็เลยบอกไปว่า พี่ทำใจหน่อยแล้วกัน ผมได้ข่าวว่าพยาบาลไม่พอไม่ใช่หรอพี่ พยาบาลก็บอกผมว่า พยาบาลอ่ะพอ แต่เตียงน่ะไม่พอ ถึงได้เอามาฝากนี้งัย ผมก็งง เลยถามกลับไปอีกว่า อ้าว!แล้วทำไมไม่เอามาจากชั้น 20 ล่ะ? เตียงมันไม่ได้ใช้นี่ พยาบาลก็หันหน้าหนีเลย แล้วก็เงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็ตอบผมมาว่า มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่อ่ะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะใช้หวอดไหนหรือชั้นไหน..แต่ทีนี้ผมต้องเข้าประชุมแทนหัวหน้าผม แล้วรู้ไหมว่าเค้าประขุมเรื่องอะไรกัน เค้าประชุมเรื่องการสร้างตึกใหม่เพื่อสำรองเตียงให้เพียงพอต่อคนไข้ ถึงขนาดไปทุบลานจอดรถของญาติคนไข้

ซึ่งตอนนั่นผมก็ว่ามันย้อนแย้งนะ แล้วทำไมชั้น 20 ไม่ใช้ล่ะ? ที่นี้เวลาก็ผ่านไป ผอ. ท่านเรียกผมไปคุยเรื่องการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายหรือหัวหน้าแผนก..ซึ่งพอผมได้เลื่อนตำแหน่ง ทีนี้ความสุขของผมหายไปเลยพี่ คือซึ่งเมื่อก่อนนี้ ผมมีความสุขมาก กับการที่ผมได้ไปคุยกับคนไข้ทั้งเด็กและคนแก่ แต่พอมาเป็นหัวหน้าผมต้องมาบริหารงาน ทำให้ผมกลายเป็นคนแบบ หน้าบึ้งตึง จนหลายคนเข้าใจว่าผมพอได้เป็นหัวหน้าแล้วก็หยิ่งขึ้น ไม่พูดจากับใคร จนอาการของผมเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ผมถึงขนาดต้องไปหาหมอ แล้วที่นี้หมอก็เลยแนะนำมาว่า ให้ผมอ่ะ พอทำงานบริหารเสร็จก็ให้ไปคุยกับคนไข้แบบที่เราชอบ

ที่นี้เราก็จะได้ทำงานทั้งแบบที่ชอบและไม่ชอบ ซึ่งอาการของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมเนี่ยจะทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าจน 6 โมงเย็น แล้วหลังจากนั้นผมก็จะไปคุยกับเคสผู้ป่วยที่ผมถนัด โดยไปขอน้องที่รับผิดชอบเคสนั้นๆ ว่าเดี๋ยวผมดูแลเอง แล้วทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมต้องไปคุยกับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งโดนตัดขาไปแล้ว วันนั้นผมก็เตรียมเอกสารเพื่อจะไปคุยกับคนไข้ ทีนี้ก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นที่21 พอไปถึงชั้น 21 ผมก็มองหาพยาบาล แต่ก้ไม่เจอ แต่ก็ได้ยินเสียงมาจากห้องพัก เลยคิดว่าพยาบาลอาจจะทำอะไรอยู่ หรือแอบหลับหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ก็เดินตรงไปหาคนไข้ที่เราจะคุยด้วย ซึ่งคนไข้อยู่เตียงที่ 4

พอไปถึง ผมก็ถามว่าคนไข้ชื่อนี้ ชื่อนี้ ใช่ไหมครับ? แล้วผมก็แนะนำตัว ว่ามาทำอะไร ยังไง? ที่นี้คนไข้บอกว่าผมไม่ได้ชื่อ…นี้ แต่เป็นเบาหวานเหมือนกันช่วยสอนผมได้ไหม ซึ่งนั้นผมก็คิดว่า คนไข้เค้าอาจจะย้ายเตียงหรือออกไปแล้ว สรุปผมก็เลยสอนคนนั้นแทน แล้วด้วยความที่ผมเป็นคนเสียงดัง คนไข้เตียงข้างๆก็ลากเก้าอี้มานั่งฟังด้วย บอกขอฟังด้วยคน แล้วก็มานั่งล้อมผมเป็นวงกลมเลย ..ผมก็สอนๆไปจนจบ แจกแผ่นพับ แล้วจะกลับแผนกเพื่อจะเก็บของกลับบ้าน ทีนี้ผมก็มากดลิฟต์เพื่อกลับไปที่แผนก แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือ ลิฟท์มันลงมาจากชั้น 21 ซึ่งนั้นหมายความว่า ชั้นที่ผมอยู่นั้นคือชั้น 20 พอดี

พอผมเข้ามาในลิฟต์นะพี่ ตัวนี้ชาไปหมด เลยไม่ได้กดชั้นG ทีนี้มือไปกดเปิด ลิฟต์ ซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้า มันคือชั้นร้าง ซึ่งมันฝุ่นเยอะมาก แล้วสิ่งที่ผมเห็นคือรอยเท้า ผมเลยมาดูที่รองเท้า ว่ามันตรงไหม ซึ่งปรากฏว่า มันเป็นรอยเท้าของผมเอง ผมเลยกลั้นใจส่องไฟแล้วเดินตามรอยเท้าไปซึ่งพอไปถึงตรงหน้าประตูที่ครั้งแรกผมมามันล๊อก แต่ครั้งนี้มันไม่ล๊อก ผมเลยเดินไปที่เตียงที่4 สิ่งที่ผมเห็นคือ มีเก้าอี้ล้อมเป็นวงกลม แล้วตัวที่ถูกล้อมก็เหมือนมีรอยคนนั่ง

ผมเลยเอามือปัดตูดผมดู ปรากฎว่าฝุ่นเต็มตูดผมเลย ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก แล้วเสียงมันเริ่มมา ดังเอี้ยดๆ… แล้วสิ่งที่ผมเห็นคือ รถเข็นเครื่องมือของพยาบาล มันเข็นเองจากเตียง1 ไปเตียง2 ผมเห็นแบบนั้น ผมวิ่งเลย แล้วพอใกล้ถึงประตูหนีไฟ ผมได้ยินเสียงตามหลังผมมา และพูดว่า เป็นหมอกลัวผีด้วยเหรอ? วินาทีนั้นผมก้าว 3 ขั้นแล้วกระโดดเลย จนมาถึงชั้น 19 ตอนนั้นตัวผมมีทั้งเหงื่อแล้วฝุ่น ยืนตัวสั่น จนพยาบาลเข้ามาถามว่า คุณหมอเป็นอะไรรึเปล่าคะ? ผมก็บอกว่า โดนผีหลอก พยาบาลถามผมว่าคุณหมอขึ้นไปชั้น 20มาเหรอคะ? ไปตอนกลางคืนมาเนี่ยนะ ไม่มีใครกล้าไปที่ชั้น20หรอกค่ะ…เหตุการณ์นี้มันก็ผ่านไป แล้วหลังจากนั้นไม่นาน…ชั้นที่20ก็กลายเป็นหอพักแพทย์วิชาภาคบังคับไป…