ถนนเอเชียสายใต้

คืนหนึ่งผมกับเพื่อน 2 คน ขี่มอเตอร์ไซด์ไปเที่ยวงานวัดกัน จนดึกดื่นหลังงานวัดเลิกรา ผมกับเพื่อนก็ขี่มอเตอร์ไซด์กลับหอพักกัน ระหว่างทางฝนเกิดตกขึ้นมา กระหน่ำลงมาหนักมากทั้งลมทั้งฝนทั้งฟ้าแลบ สถานการณ์ดูน่ากลัวเกินไปผมกับเพื่อนเลยตัดสินใจแวะศาลาข้างทาง ปกติผมขี่รถผ่านเส้นนี้บ่อยๆแต่ก็ไม่เคยได้แวะ ครั้งนี้ครั้งแรก

พอจอดรถเสร็จผมกับเพื่อนรีบเข้าไปหลบฝนในศาลา เป็นศาลาขนาดใหญ่ ผมกับเพื่อนนั่งตรงที่นั่งรอให้ฝนหยุด คิดว่าคงอีกนานเพราะตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระหว่างรอฝนหยุดอยู่นั้นผมสังเกตว่ามีรถมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านประมาณ 5-6 คันได้ แต่เค้าก็ไม่แวะหลบฝนกัน ก็ยัง งงๆอยู่ว่าจะฝ่าฝนทำไมอันตรายจะตาย ผมกับเพื่อนก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย สักพักผมกับเพื่อนต้องหยุดการสนทนาทันที

“แค๊กๆๆ แค๊กๆๆ” เสียงผู้ชายกำลังไอ ดังมาจากข้างในศาลา ผมกับเพื่อนหันไปมอง เห็นร่างๆนึงนั่งกอดเข่าพิงเสาศาลาข้างในสุด พอมองเห็นลางๆ เพราะมันมืดมาก เพื่อนมากระซิบข้างหูผม “ใครวะ มาตอนไหนนิ ตอนแรกไม่เห็นใครเลย”
“เออ ก็นั่นน่ะสิ” พูดจบร่างดำๆก็ขยับเหมือนกำลังหยิบอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ได้ยินเสียงจุดไฟแช็ค “แช๊ะๆๆ” พอไฟแช็คติดผมก็เห็นดวงตาลางๆ เพราะแกเอามือบังลมขณะจุดไฟแช็คสูบบุหรี่ ผมตัดสินใจทักทายก่อน

“ลุง! มาตอนไหนเหรอครับ” …………………. ไร้เสียงตอบรับ ตอนนี้เห็นแค่ร่างดำๆกับไฟแดงๆปลายบุหรี่ ร่างนั้นนั่งสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องแบบไม่สนใจผมกับเพื่อนเลย ผมกับเพื่อนก็รู้สึกกลัวขึ้นมา อยากจะออกจากศาลาเหลือเกินแต่ฝนแม่งก็ไม่หยุดสักที สักพักมีรถพ่วงขับผ่านมาช้าๆ ไฟหน้ารถส่องสว่างจ้าเข้ามาในศาลา ผมกับเพื่อนเห็นเต็มๆ 2 ตา เป็นผู้ชายวัยทอง สวมเสื้อยีนเก่าๆ แต่เปลี่ยนท่านั่งเป็นนั่งชันเข่าข้างเดียว หน้าอกมีเลือดไหลอยู่เต็มเลย เหมือนถูกยิง ดวงตาข้างนึงบอดสนิท กำลังจ้องหน้าพวกผมอยู่

“ซฒฺโซฯฌ็ญฏฌษญฏฌษ!!!!” (เสียงผมกับเพื่อนตะโกนไม่เป็นภาษา) รีบไปควบมอเตอร์ไซด์ขับออกไปอย่างไว ฝ่าฝนไปแบบไม่คิดชีวิต ใจก็เต้นแรงจนรู้สึกได้ พยายามประคองรถไว้ไม่ให้ไถล ขี่ไปสักพักก็เจอศาลาอีก แต่คราวนี้มีคนอยู่เต็มศาลาเลย พอคนในศาลาเห็นผมขี่รถกำลังจะผ่านไปจึงตะโกนเรียกแล้วกวักมือให้ไปหา ผมก็เลยจอดแล้วเดินเข้าไป ศาลานี้มีแสงสว่างให้ เลยดูไม่น่ากลัว

“เอง 2 คนที่หลบฝนศาลาเมื่อกี้รึเปล่า” ชายคนนึงถาม ผมกับเพื่อนก็ตอบว่า “ใช่ครับ”

“เองไม่รู้เรื่องศาลานั่นเลยสิท่า เป็นไงล่ะโดนเลยใช่ไหม” ผมพยักหน้าแทนคำตอบ

“ศาลานั้น เคยมีคนขับรถพ่วงมาจอดพัก แล้วถูกยิงตาย” ผมกับเพื่อนถึงกับเข่าอ่อน

“กลุ่มคนขับสิบล้อจะรู้ดี ศาลานั้นมันมีอะไร ถึงไม่มีใครเข้าไปหลบแดดหลบฝนเลยตั้งแต่นั้นมา”

ผมกับเพื่อนถึงกับเข่าอ่อน เจอดีเข้าให้แล้วสิ