เจอเพราะจำเป็น เรื่องเล่าของคุณอาร์ม จอมหักมุม

เป็นเรื่องของเพื่อนคุณอาม ที่ไปทำงานต่างจังหวัด จังหวัดหนึ่ง ในโรงงานที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนั้น ซึ่งเพื่อนคุณอามชื่อเดป เดปเป็นคนไม่มีวุฒิการศึกษา แต่ได้เข้าทำงานเพราะเพื่อนที่ชื่อแม๊คฝากให้ และต้องหาที่พัก ซึ่งช่วงแรกก็พักกับแม๊คก่อน จนกว่าเดปจะหาที่พักได้ จนวันที่เดปเริ่มทำงาน เดปก็เริ่มรุ้จักคนมากขึ้น แม๊คแนะนำพี่คนหนึ่งให้เดปรู้จัก ชื่อพี่หนึ่ง ซึ่งพี่หนึ่งจะแนะนำอะไรต่างๆตลอด

จนมาวันหนึ่ง พี่หนึ่งก็ถามเดปว่าพักแถวไหน เดปตอบไปว่าพักแถวๆนี้ ที่เลยโรงเรียนไปหน่อย พี่หนึ่งเลยถามว่า โรงเรียน…นี้ใช่ไหม เดปก็ตอบว่าใช่ พี่หนึ่งก็เลยถามต่อว่า เดปเป็นคนกลัวผีไหม เดปบอกไปว่า “มีบ้างแต่ไม่กลัว”พี่หนึ่งก็บอกว่า “งั้นพี่จะเล่าอะไรให้ฟัง” ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เกิดเรื่องขึ้นเมื่อประมาน 1-2 ปีก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่น้ำ ซึ่งพี่น้ำเป็นคนที่สติไม่ค่อยดี และพี่น้ำเป็นคนสวยมาก หน้าตาดี และเรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้

แล้วมีวันหนึ่ง พี่น้ำเดินออกมาบอกชาวบ้านว่า “หนูเนี่ยไป โรงเรียน แล้วโดนข่มขืน” ชาวบ้านเลยถามว่าใครทำ พี่น้ำเลยบอกว่า เป็น ผอ.ของโรงเรียน แต่ซึ่ง ผอ. โรงเรียนเป็นคนที่ทุกคนรักใคร่ และเคารพนับถือ เลยไม่มีใครเชื่อพี่น้ำ เพราะพี่น้ำเป็นคนสติไม่ค่อยดี แต่พี่น้ำยืนยันว่าเค้าทำหนูจริงๆ แต่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ จนชาวบ้านแถวนั้น ไปหาแม่พี่น้ำ และต่อว่าแม่พี่น้ำ “ว่าเลี้ยงลูกยังไงให้ไปด่าว่า คนอื่นแบบนั้น” แล้วแม่พี่น้ำก็เชื่อที่ชาวบ้านพูด แล้วแม่ก็ตบตีพี่น้ำ แต่พี่น้ำก็ยังยืนยันว่าแกทำหนูจริงๆ จนพี่น้ำเดินไปหาป้าคนหนึ่ง ที่พี่น้ำชอบไปขอขนมกินบ่อยๆว่า “ป้าหนูจะตายแล้วนะ”

แต่ป้าก็ไม่เชื่อ และบอกว่า”มึงมันบ้า จะมาตายอะไร? ไร้สาระ” ผ่านไปสักพัก ก็มีข่าวว่า พี่น้ำ ผูกคอตายที่บ้านตัวเอง พอหลังจากนั้นก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งนี้ แต่จะเกิดแค่บริเวณรอบนอกโรงเรียน เช่น ในเวลาเช้ามืด แม่ค้าก็จะเห็นผญ.เดินไปเดินมาบ้าง แล้วก็ทักว่า “ไอ้หนูมาทำอะไร” แต่ถ้าเป็นคนแถวนั้นก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จะรีบเดินหนีไปให้ไวที่สุด แล้วก็เคยมีลุงขายผลไม้คนหนึ่งเคยเจอ เพราะแกเพิ่งมาอยู่ใหม่ เลยไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วต้องไปซื้อผลไม้ในตอนเช้ามืด แกจะขี่มอเตอร์ไซด์

และระหว่างทางที่ผ่านโรงเรียน ผลไม้ก็ดันเกิดร่วงลงมา ลุงขายผลไม้เลยก้มหยิบ พร้อมกับมีอีกมือที่ยืนมาหยิบ ซึ่งเป็นมือของพี่น้ำที่ยืนห่างไปประมาณ 4-5 เมตรเอื้อมมาหยิบผลไม้ให้ ลุงก็ช๊อค ตกใจแล้ววิ่งหนีไปเลย จนทำให้คนที่อาศัยอยู่แถวนั้น ต่างไม่กล้าเดินผ่านโรงเรียน นอกจากคนที่ย้ายมาใหม่ ซึ่งตอนนี้เดปก็รู้เรื่องแล้ว แต่จะทำยังไงได้ เดปก็ต้องผ่านทางนี้อยู่ดี โดยการเดินนั้น พอถึงจุดที่เกิดเหตุ แล้วต้องผ่าน ก็จะต้องรีบเดินไปให้ไว จนผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนเดปไปบอกพี่หนึ่งว่า “คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ” แล้วเย็นวันนั้นก็มีไปนั่งดื่มกันที่ร้านลาบในละแวกนั้น ขากลับด้วยความที่เมาด้วย เดปดันไปฉี่รด กำแพงโรงเรียน แล้วก็มานึกขึ้นได้ว่า เราเพิ่งไปฉี่มา จะเจอไหม แต่ก็กลับบ้านปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนกลางคืนนั้นผ่านไปประมานตี1ตี2 เดปก็ได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูหน้าบ้าน พอเปิดประตูก็ไม่มีใคร สักพักก็มาเคาะหลังบ้าน เปิดไปดู ก็ไม่มีอะไรอีก และเป็นนั้นซึ่งก็ผ่านไปยันเช้า พอคืนที่ 2 เดปมันเริ่มได้กลิ่น มันเริ่มพะวงและหลับไป เดปเลยไปเล่าให้พี่หนึ่งฟัง พี่หนึ่งเลยบอกว่า “ไม่งั้นก็ย้ายมาอยู่กับพี่เลยก็ได้”

จนคืนที่3 ระหว่างที่เดปเล่นมือถือ มือก็ดันเผลอไปกดโดนแอฟกล้องถ่ายรูป แล้วเดปก็กำลังจะเคลียร์แอฟในมือถือ แต่กลับเห็นรูปผญ.ในมือถือ คืนนั้นเดปเลยไปนอนบ้านแม๊ค เดปมารู้ทีหลังจากคำบอกเล่าของพี่หนึ่ง ว่าบ้านที่เดปอยู่นั้น คือบ้านที่พี่น้ำผูกคอตาย หลังจากนั้นเดปก็เลยย้ายไปอยู่กับพี่หนึ่ง ซึ่งพี่หนึ่งแกก็อยู่คนเดียว และแกจะทำงานเข้าแต่กะกลางคืน อยู่ได้สักระยะหนึ่ง จนวันดีคืนดี เดปอยากแต่งห้องเลยไปดึงวอลเปเปอร์ในห้องออก ไปเจอยันต์อยู่หลังวอลเปเปอร์ในห้อง เดปเลยไปถามพี่หนึ่งว่าคืออะไร พี่หนึ่งบอกว่า “ไม่มีอะไร ก็แค่ยันต์ที่แปะในบ้านดันปกติ อย่าไปคิดมาก”

จนมาวันหนึ่งพี่หนึ่งไม่ได้อยู่บ้าน เดปมันดันเดินไปห้องพี่หนึ่ง ก็เห็นยันต์ที่ประตูห้องพี่หนึ่งอีก จนเดปไปตามหาความจริง และสืบรู้เรื่องมาว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของ ผอ. และผอ.คนนั้นก็ยิงตัวตายในบ้าน แล้วนี้คือบทสรุปที่ทำไมพี่หนึ่งถึงทำงานแต่กะกลางคืน แล้วเช้าถึงจะกลับมานอน และก็อยากให้เดปมาอยู่เป็นเพื่อน และซึ่งพี่หนึ่งเองก็เคยไปอยู่บ้านของพี่น้ำมาก่อน แล้วเคยเจอพี่น้ำเหมือนกัน

จนต้องย้ายออกมา และดันย้ายมาห้องที่เป็นบ้าน ผอ.อีก แต่พี่หนึ่งก็ต้องจำใจอยู่เพราะไม่มีเงินจะย้ายแล้ว..พี่หนึ่งเลยเลือกทำงานแต่กะกลางคืนมาตลอด เพราะไม่อยากจะเจอ ผอ. และก็หลอกให้เดปมาอยู่เป็นเพื่อน แต่สาเหตุที่ผอ.ยิงตัวตายก็ยังเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้