วันครบรอบ!!

ตีสองสิบนาที แนนเดินลงจากรถทัวร์ด้วยความอ่อนเพลีย เธอเพิ่งสะดุ้งตื่นเมื่อสักห้านาทีก่อนหน้านี้ ตอนที่ไฟในรถเปิดสว่างและเด็กรถเดินมาบอกว่าถึงสถานีที่เธอต้องการลง

หลายปีแล้วที่แนนไม่ได้กลับมาที่นี่ หลังจากที่ย้ายไปเรียนในกรุงเทพฯ ไม่นาน พ่อก็ขายบ้าน น้องชายตามพ่อลงหลักปักฐานทำงานและเรียนต่อในกรุงเทพฯ หากไม่ติดธุระมางานแต่งงานของแอ๋ม เธอคงไม่กลับมา

ที่นี่จึงกลายเป็นอดีตที่ค่อยๆ เลือนรางลงไปตามกาลเวลา ทั้งภาพของผู้คน สถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น หญิงสาวเดินแบกกระเป๋าไปนั่งที่ม้านั่งกลางสถานี บริเวณที่ไฟสว่างที่สุด สถานีนี้เงียบเหงาเช่นนี้มาตลอด แนนมองไปรอบตัว เห็นเพียงนายสถานีฟุบหลับอยู่กับโต๊ะในห้องกระจกสุดทาง นอกนั้นก็ไม่มีใคร

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์โทร.หาเพื่อนสนิทที่นัดแนะกันว่าจะมารอรับที่นี่ ปลายสายว่ารถเสีย ให้เธอรออีกสักครู่ “แกอย่าไปขึ้นไอ้พวกรถรับจ้างแถวนั้นนะ มีแต่พวกขี้เมาทั้งนั้น อันตราย อยู่ตรงนั้นแหละ ใกล้ๆ ป้อมนายสถานี เดี๋ยวฉันไปรับเอง”

วางสายไม่ทันไร ก็มีชายสองคนท่าทางน่ากลัวเดินตรงเข้ามาหาแนน กลิ่นละมุดเน่าโชยหึ่งมาแต่ไกล “จะไปไหนน้อง มอ”ไซค์รับจ้างไหมครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมารับ” แนนรีบปฏิเสธ ก้มหน้าหลบตาเสมองไปทางอื่น

“เพื่อนที่ไหน ป่านนี้ยังไม่มา นั่งแถวนี้คนเดียวเหงาตายเลย พี่นั่งเป็นเพื่อนนะ” ว่าแล้วทั้งสองก็นั่งลงขนาบข้าง หญิงสาวกลัวจนใจสั่น มองไปทางนายสถานีก็ดูท่าจะยังหลับสนิทไม่ตื่น

ทันใดนั้นเองเธอก็เห็นบางอย่างคุ้นๆ ตา ห่างไปในมุมมืดด้านข้างราวห้าสิบเมตร มอเตอร์ไซค์รุ่นนั้น บุคลิกแบบนั้น แนนจำได้ไม่เคยลืม “พีนี่นา”

หญิงสาวรีบรวบกระเป๋าเดินทางแบกขึ้นบ่าแล้ววิ่งผละออกจากวงล้อมเหม็นหึ่งนั้นแล้วตรงไปหาคนที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ทันที

ชายหนุ่มบนอานมอเตอร์ไซค์ทำหน้าตกตะลึง… “แนน แนนจริงๆ ด้วย”

เมื่อหญิงสาวมาเห็นใบหน้าของชายหนุ่มชัดๆ อีกครั้งก็ยิ้มเก้อๆ ทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ไม่ได้เจอกันหลายปี พีไม่เปลี่ยนไปจากที่เคยรู้จักและจารึกไว้ในความทรงจำเลยแม้แต่น้อย

ชายสองคนนั้นก็ผละลุกจากเก้าอี้และทำท่าจะตรงมาเช่นกัน ร้องโหวกเหวก “น้องคนสวย จะไปไหนน่ะ มืดนะน่ะ”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย รีบขึ้นรถมาเถอะ เราจะไปส่งเอง” พีพยักหน้าและสตาร์ตรถทันที แนนไม่มีเวลาคิดอะไรมาก รีบขึ้นคร่อมรถก่อนรถจะไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

“ไม่เจอกันนาน พีเหมือนเดิมเลยนะ” แนนเอ่ยออกมาแก้เก้อเมื่อรถขับไปได้ระยะหนึ่ง

“แต่แนนไม่เหมือนเดิมนะ” ชายหนุ่มว่าบ้าง “สวยขึ้น กลายเป็นสาวกทม.ไปแล้ว”

แนนหัวเราะร่า “ปากหวานเหมือนเดิมเสียด้วย อย่าง งี้สิสาวๆ ถึงหลงหัวปักหัวปำ” แนนพูดจบแล้วก็ใจหาย เมื่อนึกขึ้นได้ว่า หนึ่งในสาวที่เคยหลงพีหัวปักหัวปำนั้นก็รวมเธอด้วย

พีดูเหมือนจะนิ่งไปนิดหนึ่ง “เราขอโทษนะแนน เรื่องตอนนั้น”

หลายปีที่ผ่านมา แนนพยายามลืมฝันร้ายระหว่างเธอกับพี ภาพที่ผู้หญิงอีกคนนอนอยู่ในห้องของพียังคงติดตา คำว่ารักที่เขาพร่ำบอกล่องลอยหายไปในอากาศเหมือนไม่เคยมีจริง ความเจ็บปวดครั้งนั้นทำให้แนนไม่อาจสานสถานะคนรักกับเขาต่อได้ เธอคิดถึงเรื่องนั้นเศร้าๆ

“ช่างเถอะ เราลืมไปแล้ว ว่าแต่พีมาทำอะไรที่ท่ารถดึกดื่น มารอรับใครหรือเปล่า” แนนเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้

“มารอรับแนนไง” ชายหนุ่มว่าเสียงเศร้าๆ

หญิงสาวหัวเราะ “บ้า เอาจริงๆ สิ มารอรับใคร หรือเปล่า แล้วออกมากับเราอย่างงี้คนที่พีจะมารับไม่รอแย่เหรอ”

“แนนจะเชื่อหรือเปล่าก็แล้วแต่ แต่เรามารอรับแนนจริงๆ แนนจำได้ไหมวันนี้วันอะไร”

แนนนิ่งคิด ก่อนจะระลึกได้ว่าเป็นวันครบรอบวันที่เธอกับเขาเคยตกลงเป็นแฟนกัน และสัญญาว่าจะไปอยู่ด้วยกัน เธอน้ำตารื้นขึ้นมาทันที

“เราไม่เคยลืม เราอยากขอโทษ แต่แนนไม่ให้โอกาสเลย รู้ไหม วันนี้ของทุกปีเรามารอแนนที่นี่ เผื่อว่าแนนจะกลับมา ทุกปี ที่เรารอจนเช้า…”

หญิงสาวสะอื้น “มาพูดอะไรตอนนี้ มันสายไปแล้ว”

รถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆ ชะลอแล้วจอดที่ข้างทาง แนนเพิ่งเห็นว่า อีกไม่ถึงร้อยเมตรก็จะถึงหน้าบ้านแอ๋มแล้ว “เราไม่ต้องการอะไรหรอก แค่อยากขอโทษ เรื่องวันนั้น เราผิดเอง แนนยกโทษให้เรานะ”

หญิงสาวปาดน้ำตา พยักหน้า พูดไม่ออก ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงเรียกจากหน้าบ้านแอ๋ม “แนน นั่นไอ้แนนหรือเปล่าน่ะ” แนนหันไปโบกมือให้ แต่เมื่อหันกลับมาอีกที พีและรถก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว หญิงสาวกำลังงุนงง ขณะที่ แอ๋มขับรถมาจอดเทียบ “แกมาได้ไงวะเนี่ย ฉันกำลังจะออกไปรับพอดีเลย รถเพิ่งซ่อมเสร็จ”

“พีมาส่ง” แนนว่า และว่าซ้ำอีกทีเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าสงสัย “พีแฟนเก่าฉันไง ทำเป็นจำไม่ได้”

แอ๋มหน้าถอดสีทันที “รีบเข้าบ้านกันเถอะ”

“แกเคยสั่งไว้ ไม่ให้ใครพูดชื่อไอ้พีให้แกได้ยินอีก เลยไม่มีใครกล้าบอก” เพื่อนสาวรีบเล่าละล่ำละลักพลางมองไปรอบๆ อย่างหวาดหวั่น “ไอ้พีมันรถคว่ำตายตั้งแต่วันที่แกหนีไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว มันตั้งใจจะไปตามแกที่ท่ารถ มีคนเห็นไอ้พีที่ท่ารถประจำ เลยไม่ค่อยมีใครกล้าอยู่ตอนดึกๆ มีแต่พวกขี้เหล้าอย่างที่บอกแกน่ะแหละ”

ขอบคุณ แหล่งที่มาหนังสือพิมพ์ รักดารา