รุ่นพี่มาช่วยรำ!!

….ห้องดนตรีไทย ห้องนาฏศิลป์….นี่จะเป็นอะไรที่ต้องมีเรื่องราวผีๆมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอเลยนะครับ คงเป็นเพราะศาสตร์ดนตรีไทยนั้นมีครู เครื่องดนตรีไทยทุกชิ้นนั้นมีเจ้าของ คนที่เป็นผู้เล่นก่อนที่จะหยิบจับหรือเล่นเครื่องดนตรีนั้นต้องมีการไหว้ขอขมาก่อน

….เรื่องนี้เป็นเรื่องห้องดนตรีไทยของโรงเรียนผมครับ ย้อนกลับไปตอนผมอยู่มอสี่ โรงเรียนจะมีการจัดงานรวมศิษย์เก่าของโรงเรียนทุกปีครับ แล้วคุณครูก็จะให้แต่ละชั้นปีทำการแสดงชั้นปีละ2ชุด ด้วยความที่พวกผมอยู่ห้องต้นๆคือห้องเด็กเก่งอ่ะ ก็จะถูกจับมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการคิดชุดการแสดงครับ ห้องม.4/1 ของพวกผมรับผิดชอบร่วมกับม.4/3 4/5 4/7 และ4/9 ครับ ก็เป๋นห้องเลขคี่ โชคดีที่ห้องเลขคี่นี้มีเพื่อนๆที่อยู่วงดนตรีไทยหลายคน พูดได้ว่าครบวงเลยหล่ะครับ พวกผมประชุมกันเรื่องการแสดงว่าจะเอาอะไรไปทำการแสดงดี คงต้องเป็นการ”รำ” แห่ะครับ แต่จะรำอะไรนี่สิ…ยังนึกไม่ออก

….ผมเองก็นึกอยากลองของ วันนั้นเดินผ่านห้องดนตรีไทย ก็เลยอธิษฐานในใจว่า อยากให้ทำการแสดงชุดไหนไปเข้าฝันหน่อย ผมลองของเอง ไม่มีใครรู้ แล้วคืนนั้น ผมก็ฝันเห็นคนมารำเพลง”บุษบาเสี่ยงเทียน” ครับ ซึ่งเป็นตอนหนึ่งในวรรณคดีเรื่องอิเหนา ผมจำความฝันได้ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเพลงนี้คือบุษบาเสี่ยงเทียน ผมก็เลยไปที่ห้องดนตรีไทย ไปหาอาจารย์ แล้วเขียนเนื้อเพลงเท่าที่จำได้ ไปให้อาจารย์ดู อาจารย์บอกว่า นี่เพลงบุษบาเสี่ยงเทียน พวกเธอจะรำเพลงนี้หรอ ผมก็บอกว่า ครับจะเอาเพลงนี้แหล่ะมาทำการแสดง อาจารย์ทำหน้าคิดหนัก

ผมเลยถามว่าทำไมหรือครับ มันยากหรอ อาจารย์บอกว่าไม่ยากหรอก แต่การแสดงชุดนี้โรงเรียนเราไม่ทำมานานแล้ว เพราะว่า เมื่อ10กว่าปีก่อน โรงเรียนนำการแสดงชุดนี้ไปโชว์ในงานกาชาดของจังหวัด แต่ว่ารถที่ขนนางรำไปเกิดอุบัติเหตุ ประสานงากับรถบรรทุกอ้อย ทำให้นางรำเสียชีวิตทั้งหมด เสียชีวิตคาชุดรำนี่แหล่ะ ตอนนั้นเป็นข่าวสะเทือนใจมากๆของโรงเรียนเลย ซึ่งพวกผมยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่เลย ผมเลยถึงบางอ้อ…ที่ผมพูดลองของเมื่อวาน นางรำรุ่นพี่คงอยากเห็นการแสดงนี้ ก็เลยทำให้พวกผมอยากทำการแสดงชุดนี้มากขึ้น

….ผมเลยเล่าเรื่องความฝันให้อาจารย์ฟัง ซึ่งอาจารย์ก็เข้าใจ แล้วรับปากว่า จะติดต่อครูที่ทำการซ้อมรำเพลงนี้เมื่อ10กว่าปีก่อนให้มาทำการซ้อมให้ ซึ่งคุณครูท่านนั้นตอนนั้นก็อายุเกือบๆ70แล้ว ท่านเกษียรไปแล้ว พวกผมก็เข้ามาไม่ทัน พวกผมไปกราบท่านที่บ้านพัก บอกว่าอยากให้ท่านไปช่วยให้คำแนะนำการแสดงชุดนี้ ท่านเล่าเรื่องความหลังให้พวกผมฟังแล้วก็ร้องไห้ ท่านคงฝังใจจริงๆกับเหตุการณ์นั้น แต่ท่านก็รับปากที่จะมาดูแลการแสดงชุดนี้ ก่อนถึงวันงาน3เดือน พวกผมก็เริ่มแคสหานางรำ เริ่มซ้อมดนตรี ซ้อมรำ โดยมีคุณครูท่านนั้นมาดูแล ทุกๆเย็นหลังโรงเรียนเลิก เราจะซ้อมกัน3ชั่วโมงครับ

….จนตอนใกล้ๆวันงานโรงเรียน คุณครูท่านนั้นก็ไม่ต้องมาดูแลพวกเราแล้ว เพราะพวกเราซ้อมกันเองคล่องแล้ว เรื่องมาเกิดในช่วงที่เราซ้อมวันสุดท้าย วันนั้นทุกระดับชั้นก็ต่างซ้อมกันถึงดึก พวกผมยึดห้องดนตรีไทยซ้อม กะว่าถึงสี่ทุ่มจะเลิกซ้อม ช่วงสองทุ่มกว่าๆ พวกผมปิดห้องดนตรีไทยไว้ แล้วก็พากันออกไปหาข้าวกินข้างนอก กะว่ากินข้าวเสร็จจะกลับมาซ้อมต่อรอบสุดท้าย ผมนั่งกินข้าวอยู่ ก็มีคุณครูโทรมาหาผม คุณครูท่านนั้นอยู่บ้านพักข้างหลังห้องดนตรีไทยครับ คุณครูถามผมว่าจะสามทุ่มแล้วยังไม่เลิกซ้อมกันอีกหรอ เสียงเล่นดนตรีไทยกับเสียงคนคุยกันเจี๊ยวจ้าวไปหมด ให้เบาๆเสียงหน่อยได้มั๊ย ผมฟังจบก็เงียบ อึ้ง นิ่งไป คิดในใจ คุณครูโดนเล่นงานละหล่ะ แต่ผมก็ไม่ได้บอกคุณครูนะว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ห้องดนตรีไทย ผมบอกแต่ว่าจะเลิกซ้อมเร็วๆนี้หล่ะครับ แล้วผมก็ไม่ได้บอกเพื่อนๆด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวพวกมันจะกลัวกัน

…หลังจากกินข้าวเสร็จ กลับไปถึงห้องดนตรีไทยก็สามทุ่มครับ เสียงดนตรีไทยดังมาเลย ผมได้ยินคนเดียว ส่วนเพื่อนคนอื่นๆที่เดินมาด้วยกันเป็นสิบคน ไม่มีใครได้ยินเลยซักคน เพื่อนคนนึงกำลังจะไปเปิดประตูห้องดนตรี ผมเดินไปดูที่หน้าต่าง แทบซ๊อกครับ ให้ห้องมีเสียงดนตรีที่มาจากไหนไม่รู้ แล้วก็มีนางรำกำลังรำกันอยู่ครับ ทุกคนใส่ชุดรำสวยเลย ดนตรีเพลงบุษบาเสี่ยงเทียนนี่แหล่ะ ผมเห็นปุ๊บ รีบบอกเพื่อนว่าอย่าเปิดประตู แล้วก็บอกให้ทุกคนกลับบ้าน ไม่ต้องซ้อมต่อแล้ว ไปเถอะ เชื่อKU อย่าซ้อมต่อ….ผมบอกเพื่อนๆแบบนี้ พวกมันก็ งงๆกัน ผมเลยพาพวกมันออกมาห่างจากห้องดนตรีแล้วเล่าให้ฟังว่าผมเห็นอะไร เพื่อนๆก็เชื่อผม เพราะมันรู้ว่าผมเป็นคนมีเซ้นส์เรื่องแบบนี้ มันกลัวกัน พวกผมยกมือไหว้ขอขมานางรำ แล้วก็พากันกลับครับ

…หลังจากนั้นพวกผมก็ไปซ้อมตอนกลางวันกันแทนไม่อยู่ซ้อมตอนเย็น จนถึงวันทำการแสดง พวกผมไปจุดธูปบอกกล่าวพวกพี่ๆเค้าว่า ให้ช่วยให้การแสดงชุดนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรผิดพลาด ขอให้ทุกๆคนชอบการแสดงชุดนี้….มันทำให้พวกผมสบายใจ แล้วก็ขึ้นเวทีทำการแสดงได้อย่างมั่นใจครับ ผมยืนดูการแสดงอยู่ข้างล่าง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง จากนางรำแค่10คน แต่ที่ผมเห็นนางรำบนเวทีมีเกือบ20คน คือเต็มเวทีเลยครับ ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะเห็นอย่างที่ผมเห็นหรือป่าว พอการแสดงจบ เสียงปรบมือดังมาก มีบางคนมาบอกผมว่า การแสดงชุดนี้ดีมาก นางรำเต็มเวทีเลย คนร้องเพลงก็เพราะมาก ผมเลยรู้ว่า ผมไม่ได้เห็นคนเดียวแน่ๆ คุณครูท่านนั้นก็มางานศิษย์เก่าครับ พวกผมกลุ่มที่ทำการแสดงเข้าไปกราบขอบคุณท่าน ท่านชมพวกผม แล้วท่านก็พูดว่า ครูขอบใจพวกเธอมากที่มาช่วยน้องๆ แล้วคุณครูก็มองไปข้างหลังพวกผมครับ พวกผมนี่เสียวสันหลังวาบเลย

…เพื่อนคนที่ร้องเพลงบุษบาเสี่ยงเทียนนี่ ก็มาบอกผมครับว่า ตอนที่ร้องแล้วได้ยินเสียงตัวเองเนี่ย มันไม่ได้เป็นเสียงตัวเองอ่ะ เป็นเสียงคนอื่น ที่พอได้ยินแล้วเพราะมาก จับใจมาก

….พอตอนเช้า พวกผมพากันไปวัดครับ ไปทำสังฆทาน กรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับพี่ๆนางรำที่เสียชีวิตไปครับ