ผับอาถรรพ์สุดเฮี้ยน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณจ๊อบ เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน แต่ปัจจุบันได้ปิดตัวลง ผับนี้อยู่กลางกรุงเทพ ทางเข้าของผับจะต้องขึ้นไปบนบันไดชั้น 2 พอขึ้นไปเสร็จทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำหญิง แล้วก็เป็นร้านขายของ พอเปิดประตูเข้าไปก็จะเป็นตัวผับ เดินตรงไปด้านหลังร้านก็จะเป็นห้องน้ำของผู้ชาย ทางฝั่งตรงข้ามของห้องน้ำผู้ชายก็จะมีประตูเล็กๆอยู่ประนึง ซึ่งถ้าไม่ได้สังเกตอาจไม่คิดว่าเป็นประตูด้วยซ้ำ เพราะลักษณะเหมือนเป็นประตูลับมากๆ ตอนนั้นคุณจ๊อบอายุ15 ปี แต่ที่เข้าไปทำงานได้เพราะว่ามีญาติฝากให้เข้าไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ

ลักษณะการทำงานก็คือจะเข้าทำงานตั้งแต่ 2 ทุ่ม ผับจะปิดประมาณ 7-8 โมงเช้า เพราะปกติผับนี้ คนมักจะไหลมาจากที่อื่นแล้วก็มาลงเอยที่นี่ประมาณช่วงตี 1 ถึงตี 2 เลยไปจนถึง 8 โมงเช้า คุณจ๊อบก็ต้องเลิกงานสายทุกวัน แต่ก่อนจะเลิกงานกันก็จะมีการดื่มเหล้ากันเป็นปกติ จนไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน คุณจ๊อบทำงานจนเริ่มสนิทกับทุกคนในร้าน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสนิทสนมมากมาย

จนมีอยู่วันหนึ่งรู้สึกว่าเริ่มสนิทกับพี่คนนี้มากที่สุด ชื่อว่า “พี่นพ” พอสนิทกันมากๆคุณจ๊อบก็เริ่มปรึกษากับพี่นพว่า “ เออพี่เรามาพักผ่อนกันก่อนดีกว่าได้มั้ย คือผมก็เป็นเด็กใหม่และพี่ก็อยู่ที่นี่มานาน ถ้าผมจะเสนออะไรสักอย่างแล้วพี่จะเห็นด้วยไหม เรามาพักผ่อนกันในช่วง 2 ทุ่ม ไปนอนที่ห้องนั้นกันมั้ย แล้วคุณจ๊อบก็ชี้ไปยังประตูที่เป็นห้องลับนั้น” พี่นพก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย จะดีหรอ” คุณจ๊อบก็สงสัยว่าทำไมพี่นพพูดอย่างนั้น เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องที่คุณจ๊อบสังเกตมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนไหนที่ได้รับหน้าที่เอาขวดเบียร์หรือลังมาเก็บที่ห้องนี้ ลักษณะการเก็บมักจะโยนเข้าไปหรือไม่ก็เอาเท้าถีบส่งเข้าไป โดยไม่หันไปมองด้วย เสร็จแล้วก็รีบปิดประตูแล้วก็รีบวิ่งออกมาเลย

คุณจ๊อบก็สงสัยว่าทำไมเค้าทำอย่างนั้นกัน บางทีก็ได้ยินเสียงขวดแตก แต่ก็ไม่มีใครหันกลับไปมอง คุณจ๊อบก็เลยบอกกับพี่นพอีกว่า “ เนี่ยพี่ผมว่าห้องนี้ไม่น่ามีใครสนใจหรอก เราเข้าไปนอนกันได้มั้ย” พี่นพก็บอกว่า “พี่ว่าน่าจะได้ว่ะ เพราะมันก็ไม่มีใครนี่ แต่พี่มีอะไรอย่างหนึ่ง ถ้าพี่บอกไปจ๊อบจะต้องทำตามที่นะ เรามาสัญญากันก่อนว่า

ถ้าเราเข้าไปนอนในห้องนี้ ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งตื่นก่อน จะต้องเรียกอีกคนหนึ่ง เราจะไม่ทิ้งกัน” คุณจ๊อบก็บอกว่า “เฮ้ยพี่ มันขนาดนั้นเลยหรอ” คุณนพก็บอกว่า “เอางี้เลยดีกว่าพี่พูดตรงๆเลย ร้านเรามีผีนะเว้ย” คุณจ๊อบก็ร้อง “เอ๊ย บ้าพี่ผมอยู่มาตั้งนานแล้วไม่เห็นเจออะไรพวกนี้เลยนะพี่ หลายเดือนแล้วนะ แล้วทำไมพี่มาพูดอย่างนี้” คุณนพก็บอกว่า “เอางี้ เอ็งสังเกตดิ

ห้องนั้นน่ะเวลาใครเปิดทำไมมันต้องโยนของโยนอะไร ทำไมมันไม่เข้าไปวางเรียงดีๆ แล้วเองเชื่อไหม เดี๋ยวพี่ท้าเลย มันอยู่สภาพไหนก็สภาพนั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปจัดของแม้กระทั่งเจ้าของร้าน เจ้าของร้านก็ไม่กล้าบังคับให้เด็กเข้าไป เพราะเด็กมันไม่กล้าเข้า ประวัติมันดังมากห้องนั้นอ่ะ ถ้าบังคับเด็กมันยอมออก คุณจ๊อบก็เลยพูดขึ้นมาว่า “แล้วมันจะได้หรอพี่ เราจะเข้าไปนอนได้หรอ” คุณนกนพก็บอกว่า “ ได้ดิ ถ้าเราไปกัน 2 คนแล้วออกมาพร้อมๆกัน เราจะไม่ทิ้งกัน ไม่ว่าจ๊อบหรือพี่จะไปเข้าห้องน้ำหรือจะไปไหน สัญญากันเลยว่าจะเรียกอีกคนไปด้วย เราอยู่ส่วนเราเค้าก็อยู่ส่วนเค้าเว้ย อีกอย่างเราก็เมาก่อนไปนอนทุกวันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” คุณจ๊อบก็บอกว่า “ ได้พี่” ทั้งคู่ก็ตัดสินใจไปนอนในห้องนั้นกัน

ปกติแล้วประตูห้องนี้เวลาเปิดแล้วมันจะเด้งปิดเอง คุณจ๊อบก็จะเอาลังเบียร์มากั้นประตูไว้เพื่อให้แสงจากห้องน้ำมันลอดเข้าไป ลักษณะการจัดห้องก็คือไปกวาดเศษแก้วที่มันแตกออกไปข้างหนึ่ง แล้วก็เอาลังมาทำเป็นเตียงแล้วก็เอาผ้าปูทับไว้ แล้วก็ทำหัวเตียงด้วยเพื่อไม่ให้มองเห็นไปด้านใน เพราะว่าถ้ามองเข้าไปข้างในจะมีประตูอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งมีกุญแจคล้องไว้เฉยๆแต่ไม่ได้ล็อค

แล้วห้องนี้นี่แหละ ที่พี่นพบอกว่า “อย่าไปแตะต้อง ห้ามยุ่งกับห้องนี้เด็ดขาด สัญญากันว่าจะไม่ยุ่งกับห้องนี้ เราอยู่ส่วนเราเค้าก็อยู่ส่วนเค้า” คุณจ๊อบก็บอกว่า “ขนาดนั้นเลยหรอพี่ ได้พี่” แล้วคุณจ๊อบกับพี่นพก็เอาลังเบียร์มาตั้งสูงประมาณ 7-8 ชั้น ตั้งเป็นกำแพงวางข้างที่นอนตัวเองเพื่อไม่ให้เห็นอะไรอีกฝั่งนึง ที่มันอยู่ตรงประตูที่ว่าห้ามเข้าไปยุ่ง ซึ่งพูดกันมาปากต่อปากว่ามันเป็นบันไดลงไปอีกห้องนึงแต่ก็ไม่เคยมีใครลงไป

ทุกวันที่คุณจ๊อบกับพี่นพจะเข้าไปนอน จะได้ยินเสียงเสียงนึง ซึ่งเป็นเสียงปริศนาแต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาดู เพราะคุยกันไว้แล้วว่า “จะไม่ลุก จะไม่ดู ถ้าเกิดจะลุกก็เลยให้ลุกพร้อมกัน และจะไม่ทักไม่พูดอะไรทั้งนั้น” เสียงปริศนาที่ว่าก็คือ จะมีเสียงของคนเดินมาจากบันไดชั้นล่างของห้องนั้น “กึก กึก กึก” แล้วก็มีเสียงเปิดประตู “แก๊ก แอ๊ด….” แล้วก็เหมือนเสียงคนเดินเตะขวด แล้วก็เอาเท้าเขี่ยเศษขวดแก้วเขี่ยลังกระดาษ แล้วก็เดินออกไป จากนั้นก็เปิดประตูห้องน้ำเพื่อไปเข้าห้องน้ำ

แล้วการเปิดประตูมันไม่ได้มีแค่เสียง เวลาเปิดประตูแสงมันก็จะรอดเข้ามาในห้อง ทั้งคู่รับรู้และรู้สึกอย่างนี้มาตลอดเป็นเวลาร่วม 2 เดือน โดยที่ไม่เคยลุกไปชะโงกดู เพราะคิดว่า “กูเมา คู่นอน ลุกมากูก็ไปพร้อมกัน” ทั้งๆที่คุณจ๊อปก็สงสัยว่า ถ้ามันเป็นคนจริงๆมันจะเดินขึ้นมาได้อย่างไร เพราะว่าประตูมันมีกุญแจล็อคจากข้างนอก ไม่สามารถจะเปิดออกมาได้ แต่ในเมื่อรู้ว่าห้องนี้มีผี ก็เลยคิดว่าผี รู้แล้วก็จบแค่นั้นอย่าไปใส่ใจ

วันที่มันเกิดเหตุการณ์ที่พีคสุด ๆ ก็มาถึง วันนั้นคุณจ๊อบนอนอยู่ ด้วยความที่นอนบนลังเบียร์มันก็จะรู้สึกเมื่อย คุณจ๊อบก็ตะแคงไปอีกข้างหนึ่งเพื่อจะหันไปหาพี่นพ และโดยปกติแล้วก็เอาเท้าไปเตะกันหน่อยนึงเพื่อให้รู้ว่ายังอยู่นะ แต่คราวนี้พอเอาเท้าไปแตะกับไม่เจออะไรเลย คุณจ๊อบก็ลืมตามอง “อ้าวเฮ้ย พี่นพทิ้งกูนี่หว่า ไหนตกลงกันไว้แล้วไง” คุณจ๊อบก็ไม่คิดอะไรไปมากกว่าคำว่า “ พี่โกหก” แต่เรื่องผีไม่ได้คิดอะไรเพราะว่าได้ยินเสียงมาทุกวันจนชิน

และอีกอย่างหนึ่งเสียงที่ได้ยินมันเดินอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลังเบียร์ที่เอามาวางกั้นเป็นกำแพงไว้จนมองไม่เห็นอะไรจากอีกฝังเลย แล้วคุณจ๊อบก็ทำท่าเหมือนอย่างตัวเพื่อจะลุก อยู่ ๆ ก็เริ่มได้ยินเสียงคนเดินมา “กึกๆ กึกๆ แก๊ก ๆ แอ๊ด….” ก็เลยรีบล้มตัวนอนเหมือนเดิม แล้วก็ขดขาเอาไว้ เสียงก็ค่อยๆเดินมา กึกๆ กึกๆ แล้วก็มาหยุดอยู่ประมาณช่วงหัวนอนแต่ว่าอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลังเบียร์ ซึ่งปกติแล้วมันจะต้องเดินไปที่หน้าประตู แล้วก็ค่อยๆทำท่าเหมือนเตะเศษแก้ว เตะลังเบียร์ แต่เสียงมันกำลังตรงเข้ามาตรงเตียงที่คุณจ๊อบนอน

พอเสียงเงียบลง คุณจ๊อบก็ค่อยๆหรี่ตามองเพื่อไม่ให้อีกฝั่งนึงรู้ว่ากำลังมอง ขณะนั้นเอง ปรากฏว่าเห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดประมาณว่า เหมือนชุดเดินชายหาด แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยค่อยหันมามองที่คุณจ๊อบ คุณจ๊อบเล่าว่า “ผู้หญิงคนนั้นสวย” แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆก้มหน้าลงมาหน่อยนึง คุณจ๊อบก็รู้ตัวว่าผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าคุณจ๊อบกำลังมองเธออยู่ เลยรีบหลับตาปี๋เลย แล้วเธอก็เริ่มเดินอีกครั้งหนึ่ง กึกๆ กึกๆ เดินเขี่ยกล่อง เขี่ยเศษขวดไปมา ช้า ๆ คุณจ๊อบนอนฟังเสียงอยู่ประมาณ 10 นาทีเสียงก็เงียบ จนคิดว่าเธอน่าจะไปแล้วแหละ ก็เลยค่อยๆหรี่ตามอง ก็ไม่เห็นอะไร เลยลืมตาขึ้น ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะลุก

ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าอยู่ที่หัวเตียงห่างจากหน้าของคุณจ๊อบประมาณ 2 คืบ แล้วก็ค่อยค่อยยิ้มกว้างขึ้น กว้างขึ้น ด้วยความกลัวทำอะไรไม่ถูก คุณจ๊อบเลยหลับตาแล้วนอนตะแคงหดขาไว้ หลังจากนั้นเสียงของผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งรอบเตียงพร้อมกับก็หัวเราะ “แฮ๊ะ แฮ๊ะ แฮ๊ะ แฮ๊ะ” ตอนนั้นคุณจ๊อบหัวใจแทบวายไม่กล้ากระดุกกระดิกตัวแม้แต่นิดเดียว ในใจก็นึกด่าพี่นพว่า “ว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมถึงทิ้งกันแบบนี้ ทำไมไม่ปลุกกัน” แต่ก็ไม่กล้าลุกไปไหน ผู้หญิงคนนั้นยังคงวิ่งและหัวเราะไปด้วยไม่หยุดอยู่เป็นชั่วโมง

จนในที่สุดเสียงของน้าคนที่ฝากคุณจ๊อบเข้าทำงานมาเรียก “จ๊อบไม่ทำงานหรือไง” แต่น้าก็ไม่กล้าเปิดประตูเข้าไป เพราะรู้ดีว่าห้องนี้มีอะไร จนเรียกนานผิดปกติแล้วคุณจ๊อบก็ไม่ตอบกลับ ด้วยความเป็นห่วงหลานก็เลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป แล้วแสงไฟมันก็ส่องตรงที่ตรงคุณจ๊อบพอดี คุณจ๊อบเล่าว่า “ทันทีที่แสงจากประตูที่น้าเปิดเข้ามา เสียงวิ่งและหัวเราะของผู้หญิงคนนั้นก็หายไป แล้วเสียงของประตูห้องนั้นก็ค่อยๆปิดดัง “แอ๊ดปัง” ทันทีเลย

แล้วคุณจ๊อบก็พยายามลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้โดนผีอํา จนน้าเดินเข้าไปเอามือแตะที่เท้า พอน้าแตะตัวคุณจ๊อบเท่านั้นแหละ คุณจ๊อบก็ลุกขึ้นได้ทันที่เหมือนคนหลุดจากภวังค์ แล้วก็ลุกขึ้นวิ่งสวนน้าออกไปหยุดอยู่หน้าร้าน เปิดประตูผับออกไปอยู่ตรงร้านขายของ ก็ไปเจอพี่นพนั่งอยู่หน้าซีด ทุกคนก็ถามคุณจ๊อบว่าเป็นอะไรวะ คุณจ๊อบก็เล่าให้ฟังว่าเจออะไรมาบ้าง แล้วก็กะว่าจะฉะพี่นพเต็มที่เลย ขณะที่กำลังจะไปฉะพี่นพ พี่นพก็หันมาบอกว่า “มึงเจอแค่นี้หรอ นี่คือหนักที่สุดแล้วใช่ไหม” คุณจ๊อบบอกว่าจนทุกวันนี้พี่นพแกก็ยังไม่เคยเล่าให้ฟังว่าแกเจออะไร

หลังจากนั้นคุณจ๊อบก็เริ่มสืบหาประวัติว่าร้านนี้มันเคยมีอะไรมาก่อน จนมีอยู่คนหนึ่งชื่อว่า “พี่ลาย” แกเป็นคนเขมร ทำหน้าที่ถือของ พี่ลายแกบอกว่า “มึงมาคุยกับกูอ่ะ มึงคุยถูกคนแล้ว มึงรู้หรือเปล่าว่าในร้านเรามีเยอะ รู้ได้ยังไงไม่ต้องสนใจแต่เห็นมั้ยว่าร้านเรามันเป็นตึก 2 คูหา ด้านนอกมันเป็นตึก 5 คูหา แต่เจ้าของร้านซื้อแค่ 2 คูหา แล้วก็เจาะทะลุทำเป็นร้านเดียวกัน ฝั่งที่มึงกับกูยืนคุยกันอยู่เนี่ยมันเคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ และมันเคยเป็นซ่องเก่ามาก่อน เคยมีประวัติว่าเอาผู้หญิงลงมาขังในห้องนั้น ส่วนอีกฝั่งนึงก็เป็นที่ทำแท้งเถื่อนมาก่อน แล้วมึงไม่สังเกตบ้างหรอว่าทำไมอีก 3 ตึกไม่มีใครมาซื้อหรือมาเช่าทำอะไรเลย เพราะว่าที่นี่มันเฮี้ยนมาก” แต่คุณจ๊อบก็ยังไม่เชื่อ เพราะร้านมันไม่มีสภาพว่าเคยไฟไหม้มาก่อน

วันที่คุณจ๊อบรู้ความจริงว่ามันเป็นตึกที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้มาก่อนก็เพราะว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจค้นคนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ในผับ และตัวคุณจ๊อบตอนนั้นอายุแค่ 14-15 แล้วเจ้าของร้านก็มาดึงมือคุณจ๊อบให้ไปหลบในห้องนั้น ดันตัวคุณจ๊อบเข้าไปในห้องไม่พอ แถมยังล็อคกุญแจข้างนอกอีกต่างหาก ด้วยความที่เห็นแสงไฟฉายของตำรวจเดินผ่านไปผ่านมา และเสียงของตำรวจคุยกัน ก็กลัวว่าจะถูกตำรวจจับ คุณจ๊อบเลยตัดสินใจเปิดแฟลชโทรศัพท์แล้วเดินลงไปที่ห้องลับนั้นเป็นครั้งแรก ซึ่งในร้านไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ปรากฏว่าด้านล่างนั้นมันเป็นคราบรอยของไฟไหม้หมดเลย คุณจ๊อบก็เดินส่องไฟลงไปเรื่อยๆด้านล่าง มีทั้งหนูทั้งแมลงสาบเต็มไปหมด อีกใจหนึ่งก็ฟังเสียงประตูด้านนอกด้วยว่าจะมีใครเปิดเข้ามาหรือเปล่า จนเดินไปสักพักหัวคุณจ๊อบก็ไปชนกับเชือก พอเงยหน้ามองขึ้นไปปรากฏว่าเป็นเชือกที่ผูกอยู่กับคาน มองดูก็รู้ว่าเป็นเชือกที่ใช้ผูกคอตาย คุณจ๊อบก็เลยเดินถอยหลังออกมาหน่อยนึง แล้วก็กวาดแสงไปทางซ้ายมือ ก็เห็นธูปอยู่ประมาณ 7-8 ดอกวางเรียงไว้

ลักษณะสกปรกมากแล้วก็มีรอยคราบเลือดติดอยู่ แล้วก็มีพวกโซ่จำนวนมากวางอยู่ ตอนนั้นคุณจ๊อบรู้ทันทีเลยว่าสิ่งที่พี่ลายเล่าให้ฟังมันเป็นเรื่องจริง ไฟมันไหม้พวกผู้หญิงที่ถูกมาขังไว้และถูกล่ามโซ่ไว้ตายกันหมด ก็เลยตัดสินใจเดินย้อนขึ้นไปปิดประตูนั้น แล้วมานั่งหลังพิงประตูทางออกอีกประตูไว้ หน้าก็หันไปทางประตูห้องลับนั้น อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนกำลังค่อย ๆ เดินขึ้นมา “กึก กึก กึก” รู้เลยว่ากำลังเดินตรงขั้นมาหา ตอนนั้นคุณจ๊อบหลับตาปี๋รู้สึกเหมือนใจกำลังจะขาด แต่จังหวะพอดีเจ้าของร้านมาเปิดประตูให้

พอออกมาจากห้องนั้นได้คุณจ๊อบก็เลยเดินไปคุยกับพี่ลาย พี่ลายเขาเล่าให้ฟังว่า “จริงๆตึกนี้มันยังมีอีกหลายเรื่อง ก่อนที่จะมาเป็นร้านนี้ ได้เคยแบ่งให้ผู้หญิงคนหนึ่งเช่า แล้วเหมือนเค้าน้อยใจอะไรก็ไม่รู้ เค้าก็ผูกคอตาย ซึ่งมันก็ตรงกับเชือกที่จ๊อปไปเห็น” คุณจ๊อบก็เงียบ แล้วถามไปว่า “แล้วพี่ตอบได้ไหมว่าผู้หญิงคนที่ผูกคอตายนั้นชื่อว่าอะไร” พี่ลายก็ถามว่า “มึงรู้หรือไงว่าเขาชื่อว่าอะไร”

คุณจ๊อบก็เลยพูดไปว่า “งั้นผมขอฟังพี่ก่อนแล้วกันว่าตรงกันหรือไม่ตรง” พี่ลายก็ไม่ได้คิดอะไรเลยตอบไปว่า “เค้าชื่อละออ” ซึ่งก่อนหน้านี้คุณจ๊อบได้นอนแล้วฝันว่ามีผู้หญิงคนนึงมาบอกว่า “ช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้ฉันด้วย ฉันถูกฆ่า ฉันชื่อ “ละออ” สิ่งที่คุณคุณจ๊อบคิดก็คือ “ละลออ” น่าจะไม่ได้ฆ่าตัวตายแต่น่าจะโดนคนอื่นฆ่าแล้วก็จัดฉากจัดฉากว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

บางทีก็มีเด็กในร้านเจอ เพราะร้านจะเปิด 2 ทุ่มแต่ช่วงทุ่มกว่า ๆ จะเปิดให้เด็กๆออกไปซื้อของ ก็จะเห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนชุดไปเที่ยวทะเล เดินหายเข้าไปในร้าน เด็กในร้านก็จะบอกว่า “คุณคะร้านยังไม่เปิดนะคะ” แต่พอเดินตามเข้าไปก็หายเข้าไปในห้องนั้น นี่คือสิ่งที่เด็กในร้านเจอประจำจนไม่มีใครกล้าทำอะไรกับห้องนั้น จนหลังๆทางร้านอนุญาตให้เด็กในร้านเข้าไปนอนอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องเก็บเหล้า ก็เจอผู้หญิงคนนั้นมายืนอยู่