เกือบไม่ได้กลับ เพราะฉี่ไม่เป็นที่ (เรื่องเล่าจากอาม่าครั้งไปมาเลเซีย)

สวัสดีครับ อันนี้เป็นกระทู้เกี่ยวกับเรื่องลี้ลับเรื่องแรก และ เรื่องราวผมที่อยากจะแชร์ประสบการณ์ให้ฟังเป็นเรื่องราวที่ผมฟังมาจากอาม่าผมอีกที ผมเพิ่งหัดตั้งกระทู้ อ่านงงๆ ไม่ลื่นไหล พิมผิด ถูก ติดขัด ยังไงขอภัยด้วยนะครับ -/\-

เข้าเรื่องกันเลย >> ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะเป็นเทศกาลที่คนไทย เชื้อสายจีน จะไหว้บรรบุรุษโดยมีการไหว้ด้วยหมู เห็ด เป็ด ไก่ เหล้า เบียร์ ตามกำลัง ฐานะของครอบครั้วนั้นๆ ผมจะไปบ้านอาม่าในเทศกาลตรุษจีนทุกๆปีเพื่อไหว้บรรพุรุษเหมือนทุกครั้ง หลังจากพิธีไหว้เสร็จ จะนำกระดาษทอง กระดาษเงิน ต่างๆมาเผาตามความเชื่อ และ จะทำการลาของไหว้ อาหาร เพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน ผมกับพ่อและพี่ชายได้มานั่งร่วมโต้ะกันกับญาติๆเพื่อนั่งกินข้าวด้วยกัน กินไป คุยไปตามประสาญาติพี่น้องพบปะกัน พอมาถึงช่วงที่อาม่าเล่าประสบการณ์ที่ไปมาเลเซียมา อาม่าก้เหมือนนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะเล่าให้ลูกๆหลานๆฟัง

แกเล่าว่า สมัยก่อน อาม่ามีอาชีพเป็นคนเล่นงิ้ว(คล้ายๆลิเก แต่จะเป็นการแสดงของคนจีน)แกจะไปเล่นแถว เยาวราช งานต่างๆ ตามที่ผู้จัดจ้างไป บ้างก้ไปศาลเจ้า บ้างก้ ไปเล่นที่มูลนิธิ บ้างก้ไปสมาคม แกรับเล่นหมด เพราะ ตอนนั้น บ้านอาม่า พ่อ อาแป้ะ ผมฐานะค่อนข้างยากจน เลยต้องขยันทำงานทุกอย่างเข้ามา

มีอยู่วันหนึ่ง มีผู้จัดท่านหนึ่ง(น่าจะเป็นคนที่คุ้นเคยและชื่นชอบในการแสดงของอาม่าและคณะ)ได้มาเชิญให้อาม่าผมและคณะแกไปเล่นงิ้วที่ประเทศมาเลเซียซึ่งตอนนั้น รายได้ค่อนข้างพอใจอาม่าก้เลยตอบตกลงไป คราวนี้ก้ได้บอกให้ทางคณะเตรียมตัวว่าจะมีงานที่มาเลเซีย ทุกคนๆในคณะเพื่อนๆแก ก้เตรียมของเตรียมอุปกรณ์การแสดงชุดต่างๆกันยกใหญ่ เนื่องจากตื่นเต้นที่ได้จะไปจัดแสดงที่ต่างประเทศ อีกทั้ง บางคนน่าจะไม่เคยไปต่างประเทศก้น่าจะถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลยทีเดียว ก้เตรียมกันไป ลืม!เกริ่นอีกอย่าง (อาม่าผมเป็นคนชอบทำบุญมาก วัดจีน วัดไทย ไปหมด ชอบสวดมนต์บทต่างๆ กระทั่งบทที่เกี่ยวกับพวกทำน้ำมนต์บ้าง บทพุทธคุณไล่คุณไสย มนต์ดำบ้าง ที่มีในหนังสือ มนต์พิธี รึเปล่า ผมไม่แน่ใจ เพราะผมเหมือนเคยเปิดไปเจอ แล้วมันเหมือนกัน ทำให้แกพอมีความรู้และอีกทั้งจดจำบทสวดต่างๆได้ค่อนข้างแม่นยำทีเดียว)

เมื่อเดินทางถึงมาเลเซียก้มี ผู้จัดงานมารอต้อนรับ และ ขับรถพาอาม่าและคณะไปยังสถานที่ที่จะจัดแสดง พอถึงประมาณช่วงบ่ายๆ อาม่าผมเล่าว่าเมื่อถึงครั้งแรกพบว่า สถานที่แถวนั้นเป็นเหมือนศาลเจ้าจีนเก่าแก่ มีสุสานแบบเป็นสุสาน ในป่าช้าที่ฝังดิน ยังไม่มีป้ายชื่อเยอะมาก บางหลุมก้เป็นแบบไม่ได้กลบดินเป็นดินแล้วเป็นหลุมไปเลย (ตามความคิดผมนะ คนเชื่อสายจีนสมัยก่อน เมื่อมีคนตายหลังทำพิธีเสร็จ น่าจะนิยมนำไปฝังอันนี้ใครรู้ ชี้แนะทีครับ -/\- ) ป่าไม้รกรอบๆบริเวณนั้น แล้วหลังศาลเจ้ามีต้นไทร ต้นใหญ่ต้นหนึงดูอึมครึมมาก รากไทร ระเรง ย้อยเต็มไปหมด เพื่อนๆแกเห็นก้บ่น “ทำไม ที่นี้ดูน่ากลัวว่ะ อึมครึม สุสานก้มีให้ ตรูมาเล่นงิ้วหรือมาทำอะไรเนี่ย ” ” เอาน่ะ ! เรามาทำงาน ลื้ออย่าไปโวกเวกอะไรเยอะ ทำเสร็จคืนเดียวและเดี๋ยวพรุ่งนี้ เราไปเดินดูในเมืองดีกว่า ” อาม่าบอกกับเพื่อนๆแกก้เลย เออ ออ ตามกันไป

เวทีถูกจัดเตรียมบริเวณในพื้นที่ศาลเจ้าตรงลานกว้าง ตรงข้ามจะเป็นคนดูแล มีตู้บริจาค ธูปเทียน คล้ายๆกับวัดไทย ข้างด้านในก้จะเป็น รูปปั้นองค์เทพเจ้าจีน รูปแกะสลักต่างๆ ไว้สำหรับกราบไหว้ บูชา ตามความเชื่อ พอจัดเตรียมงานเสร็จก้ยังพอมีเวลาเตรียมตัวพักผ่อนสำหรับนักแสดง เพื่อนอาม่าผมอยากหาไรทำพักผ่อน หลังจากเล่นงิ้วเสร็จ แกเลยชักชวน อาม่าผม และ เพื่อนๆเล่น(ไพ่นกกระจอกเทศ) (บางท่านน่าจะรู้จัก เห็นแถวบ้านอาม่าผม คนสูงอายุ ส่วนใหญ่ชอบนั่งโต้ะล้อมกันเล่นเป็นกิจกรรมยามว่าง แต่ส่วนรายละเอียด วิธีการเล่นนั้น ผมยังไม่มีความรู้อะไรมาก ขออภัยครับ! ) อาม่ากับเพื่อนสนใจเลย ตกลงที่จะเล่นไพ่นกกระจอกกัน

หลังเสร็จงาน พอถึงเวลาเริ่มงาน การจัดแสดงงิ้วก้เริ่มต้นขึ้น เวลาช่วงประมาณน่าจะ 6โมง ช่วงโพล้เพล้ ก้มีคนจีนในมาเลเซีย คนพื้นที่เข้ามาชม มาทำบุญ ร่วมงานกันเพอสมควร งานก้ดำเนินไปจนถึง ช่วงงานเลิกประมาณ 4 ทุ่ม คนงานก้ทยอยเก็บของเก็บเวทีต่างๆ จนเแล้วเสร็จ 5 ทุ่มกว่าๆ หลังจากการจัดการ จัดเก็บสิ่งของเวทีต่างๆเรียบร้อย เนื่องจากเวลานั้นคนที่เล่นแสดงส่วนใหญ่ ค่อนข้างเหนื่อยจากการเล่นงิ้ว อีกทั้งเล่นเสร็จ ต้องช่วยกันกับคนงาน เก็บของ เก็บชุด อุปกรณ์ต่างๆ บางคนจะขอตัวไปพักผ่อน รวมทั้งอาม่าผม แต่ มีอาเจ็ก ท่านหนึ่งบอก ว่าแกอยากเล่นจริงๆ อยากผ่อนคลาย แกคะยั้นคะยอจะเล่นให้ได้ สุดท้ายอาม่ากับเพื่อนๆแก ท่านอื่นก้เลยตกลงเล่นกัน แต่ะจะมีบางส่วนที่ไม่ไหวจริงๆ ก้จะขอตัวไปอาบน้ำและพักผ่อน เตรียมที่จะเดินท่องเที่ยวในตัวเมืองมาเลเซีย ในวันพรุ่งนี้

ตัดกลับมาที่คณะผู้เล่นของอาม่า กำลังหาสถานที่จะเล่นเลยคุยกัน ว่า เล่นในศาลเจ้าเกรงจะไม่เหมาะแล้วเพื่อนแกคนหนึ่งเหลือบไปเห็น ที่ว่างๆหลังศาลเจ้าซึ่งเป็นที่โปร่ง มีไฟส่อง จากทางศาลเจ้า ทำให้ที่นั่นดูสว่าง อากาศถ่ายเทแถมไม่ได้เล่นในพื้นที่ศาลเจ้าด้วย ทุกคนเลยตัดสินใจ ยืมโต้ะจากทางวัด เป็นโต้ะกลมคล้ายๆ โต้ะจีนและก้เก้าอี้ ไปจัดโต้ะเตรียมเล่นกินตังกัน นั่งเล่นกัน 4 คน ที่เหลือก้ยืนดู ประเภทไม่เล่น แต่ ขอยืนดูก้ยังดี .. ก้เล่นกันไปจนเวลาเลยไป จะตี1กว่าๆ เกือบตี 2 มีอาเจ็ก เจ้าประจำที่เป็นคนตื้อให้อาม่าและเพื่อนๆแกบางคน เล่นไพ่นกกระจอกนั่น แกรู้สึกปวด ปัสสาวะมาก แต่ ตอนนั้แกกำลัง ลุ้น ไพ่อยุ๋ แกกลัวว่าถ้าไปห้องน้ำ กลับมาจะช้า มาไม่ทันรอบแก แกมองไปรอบๆ แกเหลือบไปเห็นต้นไทร ต้นใหญ่นั้น แกตัดสินใจลุกจากวง แล้วบอก ” เด่ว! อั้วมาแปปนึง รอแปป อย่าเพิ่งรีบจั่วว ” แกรีบเดินไป ใต้ต้นไทร แล้วแกก้ฉี่ ณ. ใต้ต้นไทรนั้น

ระหว่างแกฉี่ แกก้รู้สึกแบบ อากาศรอบๆตัวแก เย็นขึ้นแปลกๆ พอกวาดสายตาไปรอบๆ แกก้รู้สึกไม่แปลกใจ เพราะ ณ. ที่ตรงนั้น เป็นสุสาน แกเลยรีบทำกิจเสร็จและรีบเดินกลับมาที่โต้ะโดยคิดว่าเดี๋ยวกลับมาเล่นไม่ทัน ด้วยความเร่งรีบของแก ทำให้แกไม่ได้ยกมื้อไหว้ต้นไทรที่ทำกิจ ตรงนั้น ( ปรกติเวลาผมปวดปัสสาวะ จนไม่ไหวจริงๆ ถ้าไม่ได้เข้าไปที่ห้องน้ำ หากจะแวะตรงไหน หลังจากผมทำกิจเสร็จ จะยกมือไหว้ขอขมาตลอด เป็นความเชื่อส่วนตัวที่ผมทำแล้วรู้สึก สบายใจ แต่หากไม่จำเป็นจะไม่ค่อยอยากแวะ ที่ๆไม่ใช่ห้องน้ำ ” จนกลายเป็นที่มาของเรื่องเล่านี้….

อาเจ็กแกกลับมานั่งเล่นที่โต้ะเหมือนเดิม ก้เฮฮา สนุกสนานกันไป จนสักพักหนึ่ง อาเจ็กรู้สึกหนาวๆ จนแกถามคนอื่น ” ลื้อๆ ไม่หนาวกันรึไง อั้ว ว่า ที่นี้ อากาศเย็นมาก คืนนี้อั๋วคงได้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ นอนแหง ” คนอื่น ก้ งงมองหน้ากัน แล้วทำประมาณว่า ก้เย็นๆปรกติ ไม่เห็นหนาวอะไรขนาดนั้น อาเจ็กแกก้ไม่เอ่อ อออะไร แต่ก้แกยังรู้สึกเย็นๆหนาวๆ อยู่สักพัก แกรู้สึกเหมือนมีอะไรมาโดนที่ขา แล้วจู่ๆแกก้ตกเก้าอี้พร้อม ตะโกนโหวกเหวกว่า
” ช่วยด้วย!!!! ใครจับขาอั้วไม่รู้ ช่วยด้วย!!! ”

ทุกคนที่นั่นรวม ทั้งอาม่าตกใจมากจึงรีบลุกไปดู เห็นอาเจ็กแกเหมือนโดนอะไรซักอย่าง ค่อยๆลากขาแกไปเป็นทาง ทุกคนเลยรีบวิ่งมาช่วยกันจับตัวแกทั้งจับแขน มาล้อคตัวดึงไว้ เสียงโหวกเหวกดังจนทำให้คนงาน บางคนลุกขึ้นมาดูว่ามีเรื่องอะไรกัน จนอาเจ็กอีกท่านที่ล้อคตัว ตะโกน เรียก” มาช่วยกันหน่อย !!! เจ็ก ** โดนอะไรไม่รุ้ ” คนงานก้รีบวิ่งมาช่วยกันล้อคตัว จับแขน ดึงกลับ ตอนนั้น อาม่าบอกใช้ผู้ชายจับล้อคไว้ 5 คนยังเขยื้อน ตามแรงลาก เห็นเป็นรอยเท้าเหมือนเวลาโดนลากยาวกับพื้น อะไรแบบนั่น เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นดิน มีเศษใบไม้เต็มพื้น เห็นเศษใบไม้ ดิน แหวกเป็นทาง เลย ทุกคนต่างตกใจมาก ก้มองไปดูตรงที่คิดว่าจะลากก ้ไม่เห็นมีอะไร แต่ พอมาดูตรง ข้อเท้าอาเจ็กคนนั้น กลับเห็นเป็นรอยมือจับจนแดงจ้ำจนเขียว เหมือนประมาณว่า บีบแน่นมาก บีบแล้วลาก เหมือนดึงขา อากาณประมาณนั่น ตอนนั้นทุกคนที่อยู่ตรงนั่นเริ่มพอจะรู้ว่าคืออะไร เลยรีบหาอะไรมาช่วย บางคน เอาพระมาคล้อง ไม่หาย ทั้งพระชื่อดังต่างๆ ตะกรุดแบบคล้อง มาคล้องคอ บทสวดต่างๆ สารพัด ทั้ง นะโม ตัสสะ ทั้งบทไล่ผี ต่างๆ ก้ไม่มีทีท่าจะดีขึ้น อาเจ็กก้ยังโดนลากขาไปเรื่อยๆ พร้อมทั้ง ผู้ชายที่ จับ ตัวแกไว้ จนกระทั่ง จู่ๆ เหมือนมีอะไรดลใจให้อาม่านึกถึงบทสวดของหลวงพ่อโสธร

แกจนปัญญาแล้ว ไม่รู้จะทำยังไง แกเลยตัดสินเอามือไปจับที่ข้อเท้า และสวดบทสวด หลวงพ่อโสธรปรากฎว่า หลุดครับ ใช่ครับ! หลุดเฉย ผู้ชาย 5 คนนั้น ล้ม หงายหลัง จากแรงดึงกระชาก อาเจ็กไว้ (ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกภาพตอนคนแข่ง ชักกะเย่อ แล้วจังหวะที่ดึงกันไปดึงกันมาแรงมาก แล้ว อีกฝ่ายจู่ๆก้ ปล่อยเชือก อาการคนที่ดึงอยู่ก้จะ ล้มตามแรง ประมาณนั้น ครับ )

หลังจากที่อาเจ็กรู้สึกว่า หลุดจากการโดนจับขาแล้ว ทุกคนรีบวิ่งมาถามอาการแก สภาพแกตอนนั้นคือ หน้าซีด เหงื่อแตก ผลั่กๆทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น อาเจ็ก ยังบ่น ว่าหนาวอยุ่เลย แล้วที่ทุกคนต่างสงสัยที่สุดคือรอยมือที่ บริเวณข้อเท้า มาจากไหน และยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต่างหลอน! ตกใจ กว่าเดิม ตรงที่หลังจากดูอาการอาเจ็ก แล้ว อาม่าสงสัย ว่าที่ อาเจ็คโดนลากไป คือที่ไหน แกเลยลองเงยหน้า ขึ้นมาดู ถึง กับ ตกใจ !

และขนลุก หลอนกันทั้งกลุ่ม……..เพราะสิ่งที่อาม่าเและ เพื่อนๆแก เห็น ว่าที่ อาเจ็ค ถูกลาก ไป คือ หลุมศพ!!

ในสุสานและตรงที่อาเจ็คถูกลาก และ แกบอกว่าหลุดจากการโดน จับ ตรงนั้น มันอยู่ห่างจากปากหลุมศพ แค่ เมตรกว่าๆ ทุกคนรีบช่วยอาเจ็คและรีบกลับที่พักทันที อาม่ากับคนที่อยู่ในเหตุการณ์คุยกันกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนมารู้ว่า อาเจ็คแกไปฉี่ใต้ต้นไทรต้นนั้นแล้วไม่ขอขมายกมือไหว้ เจ้าที่เจ้าทางเขาโกรธมาก เลยจะเอาไปอยู่ด้วย อีกทั้งต้นไทรต้นนั้นเป็นเหมือน ศูนย์กลางของสุสาน เหมือนเจ้าที่ค่อนข้างแรง อาม่าเลยบอกว่าเพราะบารมี ของหลวงพ่อโสธร ทำให้อาเจ็ค รอดตายอย่างหวุดหวิด เลยบอกอาเจ็ค ให้พรุ่งนี้แต่เช้าตรู่ หาของเครื่องเซ่นไหว้ ดอกไม้ ธุป เทียน เหล้า เนื้อหมู ไปขอ ขอขมาเขาซะ อาเจ็คก้พยักหน้าตกลง ด้วยอาการกลัวๆ ตัวสั่นๆ พอรุ่งเช้า หลังจากที่ไปทำพิธีขอขมาเสร็จ แพลนที่จะไปเที่ยวในเมืองมาเลเซีย ถูกยกเลิกเปลี่ยนเป็นตีตั๋วกลับบ้านทันทีและอาเจ็ค ไม่ไปที่มาเลเซีย อีกเลย..

**หลังจากที่ผมฟังเรื่องที่อาม่าเล่าในวันนั้น เวลาไปข้างนอก หรือไปเที่ยวไหน หากผมจะแวะทำกิจอะไร จะยกมือไหว้ทุกครั้ง .. กลัวโดนลากเหมือนอาเจ็ค ผมคงไม่น่าโชคดีเหมือนเจ็คแน่นอน.**

เรื่องที่เล่ามาเป็นเรื่องจริง ครับ มีบางเหตุการณ์ ที่จำได้ลางๆว่า แกพูดแบบนี้ แกพูดแบบนั้น ผมก้พยายามถ่ายทอดมาให้เห็นภาพได้ง่ายที่สุด ยังไง ถ้ามีเรื่องเล่าลี้ลับอะไร มีโอกาศ จะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังครับ