ทำไมไม่ไปงานศพกู

เรื่องราวอันน่าขนลุก สยองขวัญ ในสังคมเราสมัยนี้เกิดขึ้นมากมาย สังเกตได้จากรายการผีต่างๆที่เกิดขึ้น เรื่องเล่าจากผู้คน ไม่ว่าจะเป้นตำนาน ความเชื่อ หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากตัวเอง ถุกถ่ายทอดให้เราได้ยินได้ฟังกันอย่างมากมาย วันนี้จึงขอยกเรื่องเล่าจากประสบการณ์จากกระทู้ผี เว็บไซต์พันทิป ชื่อสามาชิก น้องเก้าจูจู มาเล่าให้ฟัง เชื่อว่า หลายคนเมื่อได้ยินได้ฟัง อาจทำให้หลอนไปตามๆกันอย่างแน่นอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่เราเจอกับตัวเอง แม่เล่าให้ฟังว่า.. สมัยที่แม่ยังสาวเพิ่งคลอดเราได้ 2-3เดือน ก็ย้ายจากกทม.มาอยู่ลำปาง ซึ่งบ้านที่อยู่จะเป็นบ้านที่แม่อาศัยอยู่ตั้งแต่เด็ก อยู่มาวันนึงยายวิ่งมาบอกทุกคนที่บ้านว่า อุ๊ย (หรือพ่อของยาย) แกตกลงมาจากยุ้งข้าว (เรียกถูกไหม555 คือที่เก็บข้าวของคนสมัยก่อน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง) ญาติทุกคนก็พากันไปเยี่ยมแก แม่ก็พาเราไปเยี่ยมด้วยเพราะอยู่บ้านคนละหลัง บ้านจะห่างกันไม่มาก แต่ในหมู่บ้านเดียวกัน แม่อุ้มเราไปแนะนำให้อุ๊ยรู้จัก แกก็ได้แต่มองเรา พูดอะไรก็ไม่ได้ แต่ด้วยความที่อุ๊ยแก่แล้ว อาการป่วยจากอุบัติเหตุ +โรคคนแก่ ทำให้อาการแย่ลงเรื่อยๆ แกจะลุกไปไหนไม่ได้ ต้องนอนอยู่ตรงกลางบ้านทั้งวัน ทุกครั้งที่อุ้ยรู้สึกเจ็บหรือทรมานมากๆ แกจะใช้ส้นเท้ากระทืบพื้นไม้ที่นอนอยู่เป็นจังหวะ ตึก..ตึก..ตึก.. เป็นแบบนี้ราวๆ 2 เดือน

ในระหว่างที่อุ๊ยป่วยนั้น ญาติๆและเพื่อนในหมู่บ้านต่างพากันแวะเวียนมาเยี่ยมให้กำลังใจอยู่เสมอ แต่อาการของแกก็ไม่ดีขึ้นเลย ร่างกายผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก จนวันนึงแกก็จากไป ที่บ้านก็จัดงานศพปกติ ยายถามแม่เราว่าจะไปงานไหม แต่แม่เราบอกว่าคืนนี้ไม่ไปไว้ค่อยไปวันอื่น เพราะดูท่าแล้วคนต้องเยอะแน่ๆ แล้วเราก็ยังเด็กมากด้วย อยู่ในงานดูแลลำบาก แม่จึงตัดสินใจเฝ้าบ้านให้ ทุกคนจึงไปช่วยงานศพหมด เหลือแม่และเราเพียงสองคน เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนดึก แม่ยังนอนไม่ได้เพราะเรายังไม่นอน บรรยากาศรอบตัวแม่เงียบมาก ไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากลมนอกหน้าต่าง ระหว่างที่แม่กำลังให้นมเรา แม่ก็ได้ยินเสียง ตึก ตึก ตึก.. ดังอยู่ตรงขอบเตียงที่นอนอยู่ เสียงนั้นดังวนไปวนมาหลายรอบ แต่เมื่อมองไปรอบๆก็ไม่เจออะไร แม่ทำท่าจะนอนต่อ เสียงเดิมก็มาอีก

ตึก..ตึก..ตึก..ทีนี้แม่บอกว่าแม่เห็นเป็นภาพอุ๊ย (ก่อนที่ท่านจะเสีย) นอนอยู่กลางบ้านห่างจากเตียงที่แม่นอนอยู่ประมาณ 2 เมตร กำลังเคาะส้นเท้าด้วยความเจ็บปวด แล้วหน้ามามองแม่.. แกก็ค่อยๆเอาแขนดันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งเหยียดขาโดยที่ยังมองหน้าแม่อยู่ และนั่งอยู่ท่าเดิมแต่ตัวแกเริ่มลอยห่างออกไปเรื่อยๆจนลอยไปชิดประตูห้องที่แม่นอนอยู่ แล้วแกก็ลุกขึ้นไปเกาะผนัง ลักษณะกำลังคลานแล้วไต่ผนังเข้ามานั่งยองๆข้างตัวแม่แล้วกระซิบว่า

“ทำไมเอ็งไม่ไปงานศพกู”

เท่านั้นแหละ แม่ใส่เกียร์ม้าวิ่งออกไปหน้าบ้าน แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเราไว้ก็วิ่งกลับมาอุ้มเราแล้วตรงดิ่งไปบ้านที่จัดงานศพทันที

เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ