ค่ายทหารหลอนที่ปัตตานี สุดเฮี้ยน

สวัสดี ผมเป็นทหารที่ปัตตานี มา 5 ปี ตอนนี้อายุ 24 ปี มาอยู่ตั้งแต่ปี 56 ยุคนั้นก็โหดใช้ได้อยู่ เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ประวัติความเป็นมาของค่ายนี้ โหดหินพอสมควร เริ่มจาก สร้างทับที่ของกูโบ หรือ สุสานของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ผมลงมาอยู่ ตอนปี 56 ตอนนั้นอายุ 19 พึ่งจบนายสิบมาใหม่ๆ ก็นอนกองร้อยก่อน 2 เดือน เพราะต้องเข้าฝึกอบรม หลักสูตรนายสิบใหม่ พอาองเดือนผ่านไป ก็ได้บ้านพักเป็นของตัวเอง ผมเลือกบ้านที่อยู่ท้ายซอยสุด ติดกับกำแพงค่าย เพราะอยากอยู่ส่วนตัวหน่อย และต้องเรียนปริญญาด้วย ต้องการที่เงียบๆไว้อ่านหนังสือ เพื่อนคนอื่นเขาก็ เลือกบ้านพักที่ใกล้ๆกัน ส่วนผมอินดี้ เลือกบ้านหลังที่อยู่สันโดษ ใกลความวุ่นวาย วันแรกที่ขึ้นบ้านพัก

ทุกคนก็ขึ้นบ้านพักกัน วันแรกรุ่นพี่ ก็จัดงานเลี้ยงให้ ต้อนรับน้องๆ ที่ขึ้นบ้านใหม่กัน ผมก็ตามประสาวัยรุ่น กินเหล้าเมา พอตกดึกเริ่มเมาหนัก ซัก ตี 2 -3 งานเลี้ยงก็เลิก ผมก็เดินกลับมาบ้าน และทำการเข้านอนทันที ไม่มีการจุดธูป ขออะไรทั้งนั้น ก็หลับไปได้ซักพัก ก็มีผู้หญิงคนนึง มายืนอยู่ปลายเท้า แล้วถามว่าผมเป็นใคร มาทำไรที่นี่ ผมรุได้ทันว่า ผี ผมก็ตอบไปว่า ขอมานอนหน่อย มาทำงานที่นี่ มาปกป้องประเทศ ผมก็ประนมมือ แล้วบอกว่า นะๆ ขออยู่ด้วยคนนะ แล้วมันก็กรี๊ดใส่ผม ผมก็ตกใจจนสลบไปเลย เช้ารุ่นพี่ก็มาปลุกให้ไปอาบน้ำไปทำงาน ประมาณ 7 โมงเช้า
ผมก็ยังไม่เล่าให้ใครฟังนะ กลัวโดนล้อ

รุ่นพี่ก็ถามว่าเข้านอนบ้านใหม่ เป็นไงบ้าง เจอรับน้องรึป่าว ผมก็ตอบทันทีเลยว่าไม่ เมาหนักมาก หลับไม่รุเรื่องเลย และก็ทำงานไปตามปกติ จนถึงเย็นเลิกงานมา ผมก็ไปทานข้าว ทำภารกิจส่วนตัว จนเรียบร้อย และก็ถึงเวลาเข้านอน คืนที่สองนี่ค่อนข้างหนัก พอตกดึกผมหลับ แล้วเหมือนเดิมเหมือนฉายซ้ำ คราวนี้ไม่ได้มาตัวเดียว มีลูกสาวมาด้วย เช้ดเข้ ถามคำถามเดิมเลย แล้วยังถามเพิ่มอีกว่า ทำไมทำบ้านเขารก ทำไมไม่เกบของให้เรียบร้อย ทำไมไม่ทำความสะอาดบ้าน แล้วก็ลากขาผมจากกลางบ้าน

จนถึงประตูหน้าบ้าน ผมก็ได้แต่ประนมมือบอกว่า ผมขอโทษๆ ตื่นเช้าขึ้นมาไปทำงานปกติ เริ่มไม่ใหวละ เลยปรึกษารุ่นพี่ว่าทำไงดี รถ่นพี่หัวเราะแล้วตอบว่า เรื่องปกติของที่นี่ ใครๆ เขาก็เจอกัน เดี๋ยวก็ชินไปเอง ผมก็ งง ดิ อะไรว่ะ แบบนี้ก็ได้หรอ เลิกงานมาปุ๊ป ผมก็จัดแจงซื้อเหล้าขาว ซื้อธูป มาไว้ขอขมา ขอเข้าอยู่ในบ้าน ก็คิดว่าเซ่นแล้วคงไม่ไรหรอกมั้ง ก็ทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อย เตรียมเข้านอน คืนที่สาม อันนี้เริ่มหนัก

ก็เข้านอนปกติ ตกดึกแถวบ้านเงียบหมด ไม่ค่อยมีใครอยู่บ้านพัก เพราะคนส่วนใหญ่จะไปทำงานที่อื่นกัน ไม่ค่อยได้อยู่ค่าย แถบนี้ ก็จะมีผมแค่คนเดียวที่อยู่ พอดึกปุ๊บ มาอีกละ มันนั่งหวีผมให้ลูกมันอยู่ปลายเท้าผม ผมก็นึกใจอะไรนักหนาว่ะเนี้ย ก็เซ่นไปแล้วไง มึงจะอะไรอีกว่ะ ตอนนั้นผมแขวนพระ ไว้ทั่วบ้านเลย เขาก็มาบอกว่าที่นี่ เป็นบ้านเขา มึงเอาพระไปแขวนไว้ทั่วบ้าน แล้วจะให้กูอยู่ตรงใหนของบ้าน

ผมก็บอกว่าได้ งั้นคุณก็อยู่ชั้นบนไป ผมขออยู่ชั้นล่าง เราทั้งสอง ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งข้องเกี่ยวอะไรกันอีก ตอนเช้าผมก็ เกบพระที่เอาไว้บนบ้าน ลงมาไว้ชั้นล่างให้หมด คืนที่สี่ มันเล่นผมอีกละ จะมาลากขาผมอีก แต่มีผู้หญิงคนนึง มาห้ามไว้ ใส่ชุดขาวหน้าตาสะสวย เขามาห้ามผีสองตนแม่ลูกนั้นไว้ แล้วบอกว่าเด็กมันยอมทุกแล้วจะเอาอะไรอีก แล้วสองแม่ลูกนั้นก็หายไป ผมเริ่มชินละ ถึงตอนนี้ไม่กลัวละ ตัวไรก็มาเถอะ

ต่อ.?? เข้าวันที่ 5 ผมเริ่มไม่ใหว โทรหาปู่ ว่าจะทำไงดี ไม่ได้นอนเลย ผีอิสลาม กวนทุกวันเลยปู่ ปู่บอกว่า จุดธูปสามดอก นึกถึงปู่ พระคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เตรียมขัน 5 ให้เรียบร้อย ก่อนนอนสวดมนต์ กำแพงแก้วเจ็ดชั้น ตามด้วยคาถาชินบัญชร มันเก่งแค่ใหนก็อยู่ไม่ได้หรอก ปู่ก็ถามถึง ตระกรุดหนังหน้าผากเสือที่ให้มา ว่าอยู่ใหน ผมก็ตอบว่าอยู่นี่ละ ปู่ให้คาถามาบทนึง เอาไว้กำกับตระกรุดให้คุ้มกายเรา ปลัดคิกที่ปู่ให้มาให้คาดเอวตลอด จะช่วยได้ พอตกเย็นจะเข้า ผมก็เริ่มทำตามที่ปู่บอก พอเสร็จสับเรียบร้อยแล้ว ก็เข้านอน…..ผมก็เข้านอนไป พอดึก คราวนี้มาทั้งครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก ครบเลย มาขอผม ว่าให้อยู่ด้วยหน่อย เขาจะไม่ทำอะไรแล้ว

ผมเลยตอบว่าเอางี้ คนครึ่งทาง คุณไปอยู่จอมปลวกหลังบ้าน เดี๋ยวจะหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เวลาไม่อยู่บ้านก็เฝ้าบ้านให้ด้วย อย่าให้ของหาย หรือใครเข้ามา เขาก็ งงๆ แหละ อุทิศส่วนกุศลคืออะไร เพราะเขาเป็นอิสลาม หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็อยู่กันด้วยดี ผมเลี้ยงหมาไว้สองตัว หมาของผมชอบเดินไปหลังบ้านตอนกลางคืนแล้วนั่งมองจอมปลวก ผมก็รู้แหละ ว่ามันเห็นอะไร ผมก็บอกเขาว่า นี่หมาผมนะ ห้ามทำอะไรมันสองตัวเด็ดขาด เพราะผมรักหมาผมมาก บางครั้งเพื่อนผมก็สงสัย ว่าหมาผมเห่าจอมปลวกทำไม ผมก็เลยตอบไปว่า มันบ้า ถือสาไรแค่หมาเห่า มันเห็นอะไรก็เห่าไปเรื่อย

หลังจากนั้นเวลาผมไม่อยู่บ้าน เช่นลาพัก หรือไปเข้า คนที่ขับผ่านบ้านผม จะรุสึกแปลกใจ เพราะมักเห็นเงาคนเดินไป เดินมาในบ้าน เพื่อนผมคนนึง โทรหาผม ขณะเข้าเวร ว่าใครอยู่ในบ้าน ไม่ไปเข้าเวรหรอ ผมก็บอกว่าผมเข้าเวร อยู่กองร้อยเนี้ยเข้าสิบเวร มันบอกแล้วใคร อยู่บนชั้นสองของบ้านอ่ะ กูเห็นเดินไป เดินมา ซักพักละ ผมเลยตอบว่า สงสัยจะเป็นเจ้าของบ้านเขาอ่ะ ก่อนกูมาเข้าเวรกูบอกเขาว่าฝากเฝ้าบ้านด้วย จะไปเข้าเวร และก็เพื่อนรุ่นน้อง และเพื่อนอีกหลายคน ที่เหนคนเดิน ในบ้านขณะที่ผมไม่อยู่

วันใหนที่เป็นวันสำคัญของอิสลาม จะได้ยินเสียงคนตอกตะปู ลากตู้ลากเตียง ตลอด บางทีทำงานมาเหนื่อยๆ จนต้องตะโกนบอกให้เบาๆ ค่ายนี้เหมือนจะมีอาถรรพ์อยู่ ทุกๆปี จะต้องมีคนในค่ายตาย ไม่ใช่แก่ตาย ไรงี้นะ คือตายในบริเวณค่ายจริง ยิงตัวตายมั้ง ยิงตัวตายนี่ น่าจะ 2-3 ศพ และก็มีกำลังพลของหน่วยรบพิเศษในค่าย ทำการกระโดดรามประจำปี นี่ก็ตายทุกปี

บางปีถ้าไม่ตายก็ต้องมีเจ็บสาหัสกันบ้างละ ปีที่แล้วถ้าจำไม่ผิดก็กระโดด แล้วร่มไม่กาง ตายข้างกองร้อยผมเลย พลทหารที่กองร้อยเห็นแกประจำ มันพากันบอกว่า คนที่ตายเขายังไม่ไปใหนนะหมู่ วิญญาณ เขายังอยู่นี่อยู่เลย ปีนี้ ก็กระโดดแล้วร่ม ไปเกี่ยวกับสายไฟ โดนไฟช้อตสาหัส เลื่อนล้มในห้องน้ำ หัวฟาดพื้นตาย หลายคนคงคิดว่า เป็นอุบัติเหตุ แต่ผมว่าไม่ใช่ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ ต้องมีคนสังเวย ทุกปี ปีใหน พีคๆ ก็ 3-4 ศพ

เฉพาะบริเวณค่าย คือตายแบบไม่น่าตายอ่ะ ปีใหนเบาๆ หน่อยก็ 1-2 ศพ ถ้าใครชอบทางอาคม ไสย์ศาสตร์ อยากเลี้ยงผี เลี้ยงกุมาร เลี้ยงควายธนู ผมแนะนำเอามาเลี้ยงนี่ โตไวแน่ และที่สำคัญจะดุร้าย กว่าปกติ เหมือนเพื่อนผมที่ใฝ่ทางนี้ พอสมควร เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ว่ามันไปเจอไรมาบ้าง และทุกครั้งเจอมันก็จะมาปรึกษาผมตลอด

เรื่องเพื่อนผู้ชอบทางวิชาอาคม ตัวผมเองก็ไม่ได้หนังเหนียวอะไรนะ ไม่ใช่ว่าผมจะเก่งอาคม จนจับผีปราบผีได้ขนาดนั้น หรือปลุกเสกของไรงี้ ทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าแค่ป้องกันตนเอง พอได้ เข้าป่าไรงี้ กันแมลงมีพิษกันงู กันผี ไม่ให้มายุ่ง ก็พอทำได้ แต่จะให้ไปเสกหนังควายเข้าท้องไรงี้ ทำไมไม่เป็น ผมทำได้แค่ป้องกันตนเอง เพราะปู่บอกว่า ผมเป็นคนจิตแข็ง ไอ้พวกสัมพเวสี ผีจร ทำไรไม่ได้หรอก แต่ก็เคยจัญไรเหมือนกัน ไปเล่นวิ่งไล่จับกับน้อง ตอนเป็นเด็ก แต่ตรงที่ไปวิ่งนั้น เป็นที่ ที่เขากำลังจะสร้างศาลหลักเมือง ของอำเภอ ก็เห็นมันเป็นเนินดิน น่าวิ่งเล่นก็เลยชวนน้องไป

ผลปรากฏว่า สีผิวจากดำ เริ่มแดง คอที่ห้อยตระกรุด หนังหน้าผากเสือ เริ่มแดงเหมือนรอยโดนข่วน พ่อถามว่าไปทำไรมา ผมก็ตอบเลยว่าไปวิ่งเล่นตรงเนินดินนู้น มาอ่ะพ่อ แล้วชาวบ้านที่เขาได้ยินก็บอกว่า ตรงนั้นเขาจะสร้างศาลหลักเมือง ให้เอาธูปไปจุดขอขมา ก็คงหาย พ่อเลยพาไปขอขมา ตัวที่แดงก็เริ่มจางกลับมา ดำ ปกติ กลับมาที่เพื่อนผม ไอ้คนนี้ชอบของได้ไสย์เวท ในบ้านมันมีหมด กุมารทอง ควายธนู พระพุทธรูป เจ้าแม่กวนอิม กวนอู ฮกล๊กซิ่ว มีแม้กระทั่ง หงอคง มันเอาทุกอย่าง สักเสือเผ่นมาจากอาจารย์ ใหนก็ไม่รุ วันนั้นกินเหล้าเมา อยากลองของเสือเผ่น เอามีคัตเตอร์ มากรีดนิ้วตัวเองดู ผลออกมา เลือดใหลเป็นหยดๆเลย

มีอยู่วันนึง เข้าบ้านไม่ได้ มันบอกผมว่าบ้านล็อค ผมก็ว่าใช้กุญแจเปิดดิ พอไขกุญแจล็อคก็ปลดปกติ แต่พอจะเข้าบ้าน ประตัวก็ล็อคเองอีกละ เหมือนมีคนคอยกดล็อคจากข้างใน เลยกบอกมันบิดลูกกุญแจค้างไว้ แล้วเปิดเลย พอเปิดเข้าไปก็ได้ยินเหมือนคนวิ่งขึ้นไปชั้นสองของบ้าน ผมถามว่ามึงอยู่กับใคร มันบอกอยู่คนเดียว แต่กูเลี้ยงกุมาร ไว้ น่าจะมาหยอกกูแหละ นับจากนั้นมา นับจากนั้นกุมาร ก็เริ่มอาละวาดหนักขึ้น ถึงขั้นจะเอาให้ตาย มีรุนพี่คนนึง เอาปืนมาฝากไว้ที่บ้านมัน มันก็วางไว้บนโซฟา ปืนใส่ซองกระสุนไว้ แต่ไม่ได้ขึ้นลำไว้ หรือไม่ได้ขึ้นคันรั้งไว้ กระสุนไม่มีในรังเพลิง มันก็เดินมาส่งรุ่นพี่ที่ประตูบ้าน อยู่ดีๆ ปืนลั่น โป้ง…..แล้วก็มีเสียงคนวิ่งขึ้นบนบ้านอีก

แต่รอบนี้เท้าหนักขึ้น เหมือนไม่ใช่เท้าเด็ก แต่ยังดีไม่มีใครเป็นอะไร เพราะปากกระบอกปืน หันไปทางหลังบ้าน ก็ตกใจ เชี้ยไรว่ะเนี้ย เลยคุยกับมันว่าไม่ใหวแล้วนะ ถ้าเลี้ยงแล้วจะมาทำร้ายกันขนาดนี้ กูว่าเอาไปปล่อย เพราะว่ามันไม่ใช่กุมารละ มันมีสิ่งอื่น ไปสิงแทนกุมารแล้วละ ก็ตกลงกันว่า พรุ่งนี้จะเอาไปปล่อยที่วัด ผมก็เดินกลับบ้าน ระหว่างที่เดินกลับ ปลัดคิกที่คาดเอวไว้ ก็เริ่มสั่นเตือน ตระกรุดที่ห้อยคอ ก็เริ่มร้อนเตือน ผมรู้แล้วว่า มีบางสิ่งตามมา

แต่คงเข้าบ้านผมไม่ได้หรอก เพราะเจ้าของบ้านผม คงไม่ยอมให้ใคร โดยเฉพาะไอ้พวกนี้เข้ามาได้แน่ๆ ผมถึงบ้านก็ขึ้นบ้านมานอนชั้นสอง ก็มองลงไป จากบนบ้านก็เหนมีเงายืนมองผมอยู่ที่บนถนน ผมก็นึกในใจ ว่า ได้เลยพรุ่งนี้เด๋วเจอกัน ก่อนนอนผมก็ไม่ลืม ที่จะบอกเจ้าของบ้านอย่าให้ใครเข้าบ้านได้นะ ฝากดูแลหน่อยตอนที่ผมหลับอ่ะ พอเช้าผมก็ขับรถ ไปรับเพื่อนพร้อมกุมาร ที่บ้าน พาไปที่วัด แห่งนึง ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผมรุดีว่าหลวงพ่อที่วัดนี้ แกก็สายมหาเวท เลยไปขอให้แกช่วย บอกแกว่าจะเอากุมารมาปล่อย เลี้ยงไม่ใหว แกบอกมันไม่ใช่กุมารแล้ว

มันเป็นผีร้ายดีๆ นี่เอง ดีแล้วที่เอามาปล่อยทัน คืนเลี้ยงต่อไป มีสิทธิ์ ตาย แกก็เอาท่องคาถาแล้วเอาสายสิญ มาพันรอบตุ๊กตา แกบอกว่าเดินไปที่เมรุ จะเผามัน พอไปถึงก็โยนเข้าเมรุ ทันที หลวงพ่อก็เป่าคาถา คาถาไปที่เมรุ แล้วแกก็บอก ให้กลับ ระหว่างเดินกลับ แกก็บอกว่า ในค่ายที่เอ็งอยู่ ไม่สมควรเอาพวกสิ่งพวกนี้มาเลี้ยงมาบูชาหรอก เหมือนหาที่มาให้พวกสิงสูบกินชีวิตเราไปวันๆ แค่นั้นละ ที่มันไม่เหมาะ เพราะหลวงพ่อแก ถูกนิมนต์ มาค่ายผมบ่อย มาทุกครั้งแก ก็บอกทุกครั้ง ที่มันแรง ทำบุญไปก็ได้แค่ทุเลา แต่จะให้หายเลยคงเป็นไปไม่ได้

กองพันผมจึงได้ตั้งศาล ที่หน้ากองพัน เพื่อหวังว่า จะช่วยลดเรื่องร้ายๆ พวกนี้ลงได้ เคยมีพลทหาร ที่กองพันโดนผีหลอกจน เป็นบ้า ก็มี มันบอกว่าผีหลอก ไม่มีใครเชื่อ มีแต่คนหัวเราะมัน แต่ผมเฉยๆ เพราะไม่รุจะช่วยไง ทุกวันนี้พลทหาร คนนั้นก็ปลดประจำการไปละ อาการก็เริ่มดีขึ้น เรื่อยๆ ถ้าอยากรู้ว่าค่ายนี้มันเฮี้ยน แค่ใหน ว่างๆ ช่วงดึกๆ ก็ขับรถมาเล่นได้ เด๋วจะปักพิกัดให้ รับรองว่าคนแปลกหน้ามา ต้องโดนเจ้าถิ่นรับน้องบ้างละ หนักหรือเบาอันนี้ แล้วแต่จิตใครจะรับใหว ตัวอย่างแฟนของเพื่อนผม เพื่อนผมทำงานที่เดียวกันกับผม แต่แฟนอยู่แพร่ ลงมาหาแฟนครั้งแรก ก็เจอรับน้องตั้งแต่ทางเข้าค่าย ยังไม่ถึงค่ายเลยนะ แค่ทางเข้าก็โดนแล้ว

ขอขอบคุณ เจ้าของเรื่อง : คุณChanapol P.