เปิดตำนาน”วัดปราสาท” วัดเก่าแก่ในสมัยอยุธยา เผยอาถรรพ์..คุ้ม “พระนางอุษาวดีเทวี”

วัดปราสาท โบราณสถานแห่งชาติ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดสังกัดมหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นปีที่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ แก่พม่า สันนิษฐานว่าสร้างโดยเจ้าพระยากลาโหม (องค์ไล) ผู้ซึ่งต่อมาขึ้นครองราชย์ในพระนาม “พระเจ้าปราสาททอง” ต้นราชวงศ์ปราสาททอง เป็นพระราชบิดาของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วัดปราสาทสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง เสด็จมาตั้งพลับพลาเพื่อขุดคลองลัดจากวัดท้ายเมืองถึงปากคลองบางกรวยหน้าวัดเขมาภิตาราม และเป็นสถานที่ระดมพล (ค่ายทหาร) เพื่อเตรียมทัพไปรบกับพม่าที่กรุงศรีอยุธยา อุโบสถ เป็นศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีสภาพสมบูรณ์แบบมหาอุด คือผนังด้านข้างทั้งสองด้านไม่มีหน้าต่างด้านหน้ามีประตูทรงปราสาทประดับลวดลายปูนปั้น ด้านหลังไม่มีประตูมีเพียงช่องแสงเล็กๆตรงผนังด้านหลังพระประธาน ๑ ช่อง เพื่อให้แสงสว่างกระจายไปรอบองค์พระประธานเสมือนรัศมีอันเจิดจ้า ทำให้ดูมหัศจรรย์อย่างวิเศษสุด หลังคาด้านหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย ฐานเป็นเส้นโค้งแบบเดียวกับหลังคา หน้าบันจำหลักสวยงาม ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติ เขียนด้วยสีฝุ่นงดงาม

พระประธานและพระพุทธรูปจัดเป็นหมู่รอบองค์พระประธานดูจากฐานชุกชี เป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาส่วนพระประธานเป็นศิลปะอู่ทองจึงไม่ได้สร้างขึ้นมาพร้อมกันในสมัยอยุธยาเช่นเดียวกับวัดโบสถ์แห่งนี้ยังมีสภาพที่สมบูรณ์และงดงามอีกทั้งมีขนาดพอเหมาะกับชุมชนและจำนวนพระสงฆ์ที่ทำสังฆกิจ นอกจากนี้ยังมีธรรมมาสน์สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง – ปลายตั้งอยู่ที่ศาลาการเปรียญ

นับว่าวัดปราสาทแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่ในสมัยอยุธยา ได้รับการบูรณะหลายครั้ง พระประธานในพระอุโบสถ มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๓.๗๗ เมตร สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยอู่ทอง หรือยุธยาตอนต้นและภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาวแบบโบราณวัดปราสาทจึงเป็นวัดที่ควรค่าการศึกษาอีกแห่งหนึ่ง

แต่ที่น่าแปลกที่วัดหลายวัด ซึ่งเป็นแหล่งรวมพระพุทธรูปและพระสงฆ์ จะกลายเป็นสถานที่ที่บอกเล่าความเฮี้ยนของผีวิญญาณได้ดี และที่ “วัดปราสาท จ.นนทบุรี” แห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย บริเวณโดยรอบเคยขุดพบกำแพงเมืองอายุกว่า ๓๐๐ ปี ขึ้นชื่อเรื่องความงามของสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา

ในช่วงกลางวันจะมีผู้คนมาสักการะและชื่นชมวัดโบราณแห่งนี้อยู่เสมอ แต่ใครจะเชื่อว่า ในบริเวณด้านหลังวัดในช่วงเวลาเย็นย่ำจะมีความวังเวง น่ากลัวซ่อนอยู่ โดยบริเวณด้านหลังนี้จะมีคุ้มเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าเป็นของ “พระนางอุษาวดีเทวี” ซึ่งผู้คนแถบนั้นเรียกกันว่า “แม่” หรือ “เจ้าแม่” ตั้งรกร้าง ทรุดโทรมทิ้งไว้ ชาวบ้านแถบนั้นร่ำลือกันว่า เวลากลางคืนบริเวณคุ้มดังกล่าวจะวังเวงน่ากลัวมาก หากมีใครไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ก็มักจะพบกับเหตุการณ์แปลกๆ น่าขนหัวลุกจนต้องกลับมาขอขมาอยู่เสมอๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://thai.tourismthailand.org