ประสบการณ์หลอนห้องข้างๆ ณ อพาร์ทเม้นท์ สุขุมวิท50

วันนี้เรามีประสบการณ์หลอนมาเล่าสู่กันฟังครับ เหตุการณ์นี้ต้องย้อนไปประมาณ 3 ปีที่แล้ว สมัยที่เราเรียนจบมาใหม่ๆ เราได้งานทำที่ กทม โดยงานที่จะทำนี้จะอยู่แถวๆพร้อมพงษ์โดยมีเพื่อนแนะนำไว้ให้ เพื่อนบอกกับเราว่าให้เริ่มงานให้ไวที่สุด เราจึงได้หาอพาร์ทเม้นท์ที่ใกล้และเดินทางสะดวก เราหาผ่านทางอินเตอร์เนตและได้ไปเจอเว็บนึง มีห้องว่างให้เช่าอยู่ในซอยสุขุมวิท 50 เราจึงได้โทรไปสอบถามกับทางอพาร์ทเม้นท์ ได้ความว่าราคาค่าห้อง 2500 บาทต่อเดือน วางมัดจำ 2500 บาท ก็เข้าอยู่ได้เลย เราจึงรีบโอนค่ามัดจำไปล่วงหน้าและแจ้งกับทางอพาร์ทเม้นท์ว่า อีก 2 วันจะเข้าไปพักอาศัย

มาถึงวันที่เรามาเข้าพักวันแรก สภาพของอพาร์ทเม้นท์นี้จะมีทั้งหมด 10 ชั้น โดยที่ชั้น 10 เป็นชั้นดาดฟ้าจะมีห้องฟิตเนสและสระว่ายน้ำที่ร้างมานานมากแล้ว อาคารของอพาร์ทเม้นท์ก็ดูเก่าๆ ภายในจะมีลิฟท์ 2 ตัว อายุของอพาร์ทเม้นท์ประมาณ 15-20 ปี ตอนเรามาถึงทางอพาร์ทเม้นท์บอกว่า นี่เหลือเป็นห้องสุดท้ายแล้ว หลังจากที่จัดแจงเรื่องสัญญาเรียบร้อยเราก็เข้าไปที่ห้องพัก โดยจะอยู่ที่ชั้น 7 อยู่เกือบสุดทางเดิน

โดยทางฝั่งขวาจะมีห้องพักอีก 1 ห้องกั้นไว้และทางด้านซ้ายจะเป็นบันไดหนีไฟ จึงทำให้เราจะมีเพื่อนข้างห้องเพียงห้องเดียว สภาพภายในห้องดูเก่าพอสมควรแต่ห้องกว้างขวาง มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน เหมาะสำหรับอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ด้วยการที่เราเป็นคนไม่เรื่องมาก ห้องเก่าหรือใหม่เราก็ไม่สนใจอะไร ขอแค่มีที่พักก็เพียงพอแล้ว เราจึงได้เข้าพักเพียงคนเดียวตามที่ตั้งใจไว้

ช่วงแรกๆที่เราพักนั้นก็ปกติดี มีก็เพียงแต่เสียงตึงตัง มาจากห้องข้างๆ ที่ดังมากจากผนังกั้นห้องเพียงเท่านั้น แต่พออยู่ไปได้สักระยะ ประมาเดือนที่ 3 เราเริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะว่าเราอยู่มาตั้งนานแล้ว แต่เราไม่เคยเห็นหน้าของเพื่อนข้างห้องเลย ได้ยินแต่เสียงตึงๆ แทบทุกวัน แต่ไม่เคยได้ยินเสียงอื่นเลย แม้กระทั้งเสียงเปิด ปิด ประตูก็ตาม อ่อ เราลืมบอกไป เสียงตึงๆนี้จะได้ยินเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น แต่เราก็ไม่คิดไรมาก แต่ก็แค่เก็บเอาไปคิดเฉยๆว่ามันแปลกแห๊ะ?

แต่หลังจากที่เราเริ่มแปลกๆ ก็ได้เจอกับเหตุการณ์นึงที่แปลกเหมือนกันนั่นก็คือลิฟท์ มีอยู่วันนึงเราจะออกไป 7-11 ตอนประมาณ 23.00 น. เราก็ไปที่ลิฟท์และกดไปที่ชั้นล่าง ลิฟท์ก็ค่อยๆขึ้นมา จอดที่ชั้น 7 เราก็ขึ้นไปปกติและเราก็กดไปที่ชั้น 1 ตัวเลขก็แสดงเป็นชั้น 1 แต่ลิฟท์เจ้ากรรมกลับขึ้นไปชั้น 10 ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นที่ร้างไม่มีไฟ มีแต่ไฟจากลิฟท์เท่านั้น ตอนนั้นเราตกใจมากๆ เพราะความมืดตรงหน้านั้นเรามองไม่เห็นอะไรเลย เราจึงรีบกดลิฟท์ให้ลงไปชั้น 1 อย่างไว หลังจากที่ลิฟท์ถึงข้างล่างแล้วเราก็คิดว่า ลิฟท์เสียแน่ๆ (ปลอบใจตัวเอง) ก็ทำให้สบายใจขึ้น

หลังจากนั้นเหตุการณ์ลิฟท์ก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ก็เข้าใจว่าคงเสียจริงๆแหละมั้ง แต่จะเป็นตอนกลางคืน ส่วนเสียงตึงๆก็ยังคงจะดังแทบทุกวัน และก็ยังไม่เคยเห็นหน้าของเพื่อนข้างห้องตามเคย

แต่หลังจากนั้นความแปลกใจได้เปลี่ยนเป็นความหลอนแทน มีอยู่วันนึงเรากลับจากทำงานกำลังจะดินเข้าตึก โดยตึกนี้ต้องใช้คีย์การ์ดผ่านเข้าออก ตอนที่กำลังจะเข้าตึก ก็มีพี่คนนึงทักเราขึ้นมา “อ้าวน้อง วันนี้กลับมาคนเดียวหรอ แฟนไปไหนอะ ไม่เห็นเลย” เรานี่ งง เลยครับบ และก็ตอบไปว่า “ผมอยู่ห้องคนเดียวครับ ไม่เคยพาใครมาห้องเลย” พี่คนนั้นก็ทำหน้า งง และก็บอกว่า “สงสัยพี่คงจะจำผิดคนมั้ง แหะๆ” เราก็ได้แต่ยิ้มและก็คิดว่าพี่เค้าคงจำผิดจริงๆ เราก็ไม่ได้คิดไรมาก แต่หลังจากนั้นเราก็เจอพี่คนเดิมอีก เค้าทักเราเหมือนเดิมอีก เราก็ตอบเค้าแบบเดิมเช่นกัน

แต่คราวนี้พี่เค้าบอกว่า “ผู้หญิงคนนั้นตัวเท่าไหล่ของน้องนี่แหละ ตัวเล็กๆ ผมสั้นๆ เดินตามหลังน้องมาแทบทุกครั้งเลย พอน้องเอาคีย์การ์ดมาเปิดประตูเค้าจะรอข้างหลังน้องตลอด” ครั้งนี้เราว่ามันเริ่มแปลกๆละ พี่เค้าคงจำไม่ผิดคนแน่ๆ เราก็ได้แต่ยิ้มๆ และก็เดินผ่านเข้าไป ตอนนั้นในใจเราก็พิเรนท์ ขึ้นมา เราคิดว่าถ้าเรื่องเมื่อกี้เป็นเรื่องจริง คุณมีอยู่จริง คุณออกมาให้เห็นหน่อย อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นใคร ตอนที่เราคิดนั้นเรากำลังจะขึ้นลิฟท์ เชื่อปะครับหลังจากที่เราคิดเสร็จ ลิฟท์ที่เราจะขึ้นมันไม่ยอมปิดประตู มันค้างอยู่แบบนั้นนานมาก เราเริ่มเชื่อละว่าเค้ามีจริง เราจึงยกมือไหว้และบอกว่า “ผมขอโทษครับ ไม่ลบหลู่แล้ว” หลังจากพูดจบลิฟท์ก็ค่อยๆปิด และก็พาไปชั้น 7 ปกติ พอได้เข้ามาในห้องก็มานั่งคิดว่ามันคืออะไร ในใจก็ 50/50 แต่ก็ยังอยากรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

วันรุ่งขึ้นเราจะต้องไปทำงาน แต่วันนี้เราตื่นสาย เราก็นึกสนุกขึ้นมา เราบอกว่า “ถ้าคุณมีอยู่จริง ตอนที่ผมไปถึงหน้าลิฟท์ ผมขอให้ลิฟท์ขึ้นมาจอดที่หน้าผมเลย” หลังจากนั้น เราก็รีบออกไปขึ้นลิฟท์ ละมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ลิฟท์กำลังขึ้นมา เราก็ยืนรอดูว่าจะหยุดชั้นไหน ลิฟท์มาหยุดที่ชั้น 7 คือชั้นที่เราอยู่ และข้างในไม่มีคนอยู่สักคน ส่วนลิฟท์อีกตัวอยู่ที่ชั้น 4 กำลังขึ้นมาเหมือนกัน เราก็ได้แต่ยิ้มและยอมรับว่าเค้ามีจริง เพราะเราไม่กดลิฟท์เลยแต่ลิฟท์มาหาเราเอง ซึ่งตอนแรกก็คิดว่ามันบังเอิญ แต่พอวันไหนเราจะไปทำงานสาย เราคิดแบบนี้ ลิฟท์ก็จะมาหยุดแบบนี้ทุกครั้ง ซึ่งก็ทำให้เราเชื่อว่าเค้าต้องมีอยู่จริงๆ และบางทีที่อยู่ในห้องก็มีความรู้สึกเหมือนมีคนอื่นอยู่ในห้องด้วยเหมือนกัน เราอาจจะคิดไปเองแต่ก็เป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ

ด้วยความที่เราเป็นคนขี้สงสัย อยากรู้ว่าจริงๆแล้วเค้ามีอยู่จริงมั๊ยและเค้าเป็นใครกันแน่ ทำให้เราไปคิดถึงเพื่อนข้างห้อง ที่เราไม่เคยเห็นหน้าเลยครั้ง ได้แต่ยินเสียงตึงๆ อย่างเดียว เราก็เลยอยากรู้ว่าข้างห้องนั้นมีใครอยู่กันแน่ เราจำได้ตอนนั้นประมาณ 6 โมงเย็น เราเดินไปที่หน้าห้องข้างๆ เราเอามือไปบิดลูกบิด ตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ เชื่อมั๊ยว่าา ห้องไม่ได้ล็อค เราเปิดเข้าไปทันที เรานี่แทบทรุด อุทานออกมาว่า ไอ้…!!!!!! ห้องนั้นไม่มีคนอยู่ มีแต่เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ฝุ่นเกาะเต็มห้อง ที่นอนถูกยกออกมาวางตะแคงพาดไปกับเตียง มีกระดาษกระจัดกระจายอยู่เต็มห้อง ห้องมีกลิ่นมากเหมือนไม่ได้เปิดมานานแล้วและโคตรจะเย็น

เราเข้าไปในห้องพร้อมกับส่องไฟฉายจากโทรศัทพ์ ดูภายในห้อง ตู้เปิดประตูทิ้งไว้ มีกระถางต้นไม้เล็กๆหลายกระถางมีแต่ดินแห้งๆวางอยู่ที่โต๊ะเครื่องเขียน หน้าต่างถูกปิดอย่างมิดชิด เท้าของเราที่ย่ำเข้าไปข้างในห้องนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะเต็มไปหมด เราพูดไม่ออก เดินออกจากห้องนั้นและกลับมาที่ห้อง และมาคิดถึงคำพูดของเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ที่บอกว่า เหลือห้องว่างเพียงห้องเดียว แล้วนี่ละคืออะไร ห้องก็ว่าง เราไม่เคยเห็นใครออกมาจากห้องนั้นเลย ได้ยินแต่เสียงตึงๆ แล้วเสียงตึงๆนั้นคือเสียงอะไร ทั้งๆที่ห้องนั้นก็ไม่มีคนอยู่เลย ในหัวมีแต่คำถามและถามตัวเองว่า เราควรจะอยู่ห้องนี้ต่อไปมั๊ยยย

เราก็ได้แต่เก็บคำถามต่างๆไว้แบบนั้น เราไม่ได้ถามใครว่ามันคืออะไร ไม่ได้หาที่มาว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันคืออะไร ทุกๆวันหลังจากวันนั้นเสียงเอย ลิฟท์เอย พี่คนนั้นเอย ก็ไม่เกิดขึ้นอีก พี่คนนั้นก็ไม่ได้ทักเราอีก เสียงก็หายไป ลิฟท์ก็เป็นปกติดี เราก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรทำไมถึงกลับมาเป็นปกติ และเราก็อยู่นั้นอีก 3 เดือนก็ย้ายออก สรุปเราอยู่ที่นั่นประมาณ 1 ปี อ่อ ก่อนที่เราจะออกประมาณ 1 เดือน ห้องนั้นก็มีคนเข้ามาพักอาศัย แต่ลักษณะของเค้าเหมือนคนเบื่อโลก เดินก้มหน้า เหมือนมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอด ทำตัวเงียบๆ ดึกๆ ชอบแง้มประตูห้องให้แสงในห้องออกมา และถ้าเรากลับคนนั้นจะมองออกมาแบบน่ากลัวๆ พอสิ้นเดือนนั้นเราก็ออกย้ายออกมา และก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย

นี่ก็เป็นเรื่องทั้งหมดของเรา อาจจะยาวไปหน่อย แต่ก็หวังว่าทุกคนคงจะหลอนไปกับเรานะ ขอรับรองว่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของเรา โปรดใช้วิจารญาณในการอ่านนะครับ