ประสบการณ์สุดหลอน “วันสังขารล่อง” ที่เชียงใหม่

สวัสดีค่ะ เห็นว่าช่วงนี้กระทู้หลอนๆ เยอะมากเลยในพันทิป เราก็ซุ่มอ่านมานานพอสมควรละ พอมีล็อกอินแล้วเลยอยากแชร์ประสบการณ์ของเราบ้างค่ะ ไม่ให้เสียเวลาก็เริ่มเลยละกันเนอะ

คำเตือน: เนื้อหาต่อไปนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน เนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อของชนชาติหนึ่ง ไม่ได้มีจุดประสงค์จะทำลาย ก้าวก่าย หรือล่วงเกินค่ะ และสำหรับผู้ที่ไม่เชื่ออย่าแขวะเลยค่ะ อย่า คิดมาก คิดซะว่าอ่านเพื่อความบันเทิงแล้วกันนะคะ

เริ่มคือช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาศไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่เชียงใหม่ค่ะ ตอนแรกก็กะจะนอนโรงแรมทั่วๆ ไป แต่พอดีว่าเพื่อนคนนึงของเรามีบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ มันเลยชวนให้นอนบ้านมัน เรากับเพื่อนตอนแรกก็เกรงใจค่ะ แต่คิดไปคิดมาคือดีเหมือนกัน ไม่เสียค่าที่พักค่าเช่ารถ เพราะพ่อเพื่อนเราขับรถพาทัวร์หมดเลยค่ะ

พอวันเดินทางมาถึง เราไปกัน 6 คน รวมเจ้าของกระทู้ด้วยค่ะ เราถึงที่นั่นก็เช้าๆ ของวันที่ 12 เมษายน พ่อของเพื่อนที่เราจะไปพักบ้านเข้า (ขอใช้นามสมมติว่าพิมนะคะ) ก็เอารถมารอที่สนามบินตั้งแต่เช้าตรู่ พอเราทักทายพ่อของเพื่อนเสร็จก็จัดการยกข้าวยกของขึ้นรถกระบะ ปีนขึ้นไปนั่งกระบะพร้อมลุย

จากนั้นพ่อของพิมพากลุ่มเราไปแวะซื้อของใช้จำเป็นซื้อขนมนมเนยกัน เพราะว่าบ้านของพิมอยู่ห่างจากตัวเมืองมากค่ะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ประมาณ 20 กว่าหลังคาเรือนได้ ทางเข้าเป็นถนนลาดยางสลับกับลูกรังบางส่วน ตอนกลางคืนคือมืดมาก จะซื้อของทีต้องขับมาตัวเมืองหลายกิโล แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ เพราะเราไม่เจออะไรตรงนี้

พอถึงบ้านทักทายคุณแม่ คุณย่า แล้วก็พี่สาวของพิมเสร็จ ยังไม่ทันจะทำอะไร พี่สาวพิมก็เรียกพวกเราให้เข้าไปในครัว ให้พวกเราช่วยเตรียมของต่างๆ ซึ่งเราได้ถามคุณแม่ของพิมที่นั่งทำอยู่ด้วย แม่เล่าว่า พรุ่งนี้ (13 เมษายน) คือ วันสังขารล่อง

โดยชาวล้านนาเชื่อว่าจะมีปู่สังขาร ย่าสังขาร ล่องตามน้ำมาซึ่งจะนำความอัปมงคล โรคภัยไข้เจ็บ ความโชคร้าย ลอยมากับน้ำด้วย พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาไล่ปู่สังขารและย่าสังขาร แถมแม่ของพิมยังสั่งพวกเราว่า คืนนี้ให้อยู่แต่ในห้องนอนห้ามออกไปไหน ห้ามเปิดหน้าต่าง ถ้าใครเรียกหรือเคาะประตูก็ห้ามเปิด พวกเราก็เริ่มกลัวกันละค่ะ

ตกเย็นทานข้าวเสร็จแย่งกันอาบน้ำ พ่อของพิมก็มาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 นะ ให้ช่วยกันยกของเก่าซึ่งเยอะมากๆ มาเตรียมขัดล้างในวันสังขารล่อง แล้วยังกำชับอีกว่าคืนนี้ห้ามออกไปไหนให้นอนอยู่ในนี้ ปวดฉี่ก็ห้ามออกมา ทนให้ได้ยันเช้าเดี๋ยวพ่อจะโทรมาปลุกค่อยออกมา เราก็ค่ะๆ คือกลัวแล้วตอนนั้น หลอนว่าคืนนี้ตูจะเจออะไรกันแน่เนี่ย เลยเข้าห้องนั่งดูทีวีกันจนซักเที่ยงคืน เพื่อนมันก็ปิดทีวีเตรียมนอนเพราะตี 3 ต้องตื่นอีก ทันใดนั้นก็เรื่องเกิดค่ะ (เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวันสังขารล่องค่ะ แจ็คพอตเลยเจอกัน)

พอปิดทีวีเตรียมนอน เรากับเพื่อนก็เริ่มได้ยินเสียงคนเคาะไม้ค่ะ คือบ้านของพิมเนี่ยเป็นแบบบ้านไม้โบราณเลย ใต้ถุนยกสูง เพื่อนเราคนนึงมันบอกว่าได้ยินตั้งแต่มันอาบน้ำแล้ว แต่คือเราพึ่งได้ยินพร้อมกันตอนนี้น่ะค่ะ เสียงเหมือนคนเอาไม้กระทุ้งที่ใต้พื้นไม้มาจากใต้ถุนบ้าน คือแบบนานๆ มาทีนึง เว้นซักประมาณ 5 นาทีก็มาอีกค่ะ เป็นอย่างงี้อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ไม่กล้านอนกันเลยค่ะ จะเปิดไฟก็ไม่มีใครกล้าเดินไปเปิด

ทุกคนก็เลยนั่งเล่นมือถือกัน พอเล่นมือถือมันก็จะมีแสงใช่ไหมค่ะ เรากับเพื่อนคนหนึ่งชื่อ จีน ก็เริ่มสังเกตเห็นเหมือนเป็นเงาคนนั่งกอดเข่า แบบเป็นเงาฉายลงมาที่พื้นน่ะค่ะ คือตอนแรกไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าคงเป็นเงาของเพื่อน แต่พอมองดูแล้ว เงานั้นขยับค่ะ มีแบบยกไม้ยกมือไรงี้ ซึ่งเราก็มองเพื่อนนะ แต่ก็ไม่มีใครทำท่าเหมือนเงานั้นเลย

ตอนนั้นเราเลยคิดค่ะว่าใช่แน่ๆ โดนชัวร์ๆ แต่ทำเป็นไม่มองไม่ทักนั่งเล่นมือถือไป คือเราน่ะเป็นคนกลัวผีมาก แต่คือไม่อยากพูดเพราะโบราณเขาถือ บวกกับว่าถ้าพูดไปจะทำให้เพื่อนแตกตื่นเปล่าๆ เลยทำเป็นไม่สนใจค่ะ แต่อยู่ดีๆ เพื่อนตัวดีของเราที่ชื่อจีนมันดันพูดขึ้นมาค่ะว่า

“เฮ้ย! เงาอะไรของใครวะ ผีรึปล่าว?!!”

เท่านั้นแหละ ทุกคนรวมทั้งเราแตกฮือมากระจุกตัวกันอยู่ที่มุมห้องกันหมดเลย เพื่อนก็เลยเริ่มฉายไฟไปก็ไม่มีใคร ไม่มีเงาด้วย เลยตัดสินใจวิ่งไปเปิดไฟกันค่ะ พอเปิดได้แล้วความสบายใจก็เริ่มกลับมา แต่ความน่ากลัวก็ยังไม่หมดไปค่ะ…

พอเปิดไฟแล้วก็เลยจะนอนกัน แต่เราเป็นคนนอนยากค่ะ คือที่แปลกด้วย ปกตินอนที่บ้านตัวเองแท้ๆ ยังนานเลย แล้วนี่มาเจอเรื่องแบบนี้ยิ่งนอนไม่หลับ แต่เพื่อนคนอื่นนี่สลบไสล เราก็ข่มตานอนค่ะ แต่คือได้ยินเสียงคนแก่เสียงแบบกระซิบที่หู เราฟังแล้วคือเป็นภาษาเหนือชัวร์ๆ ค่ะ แต่แทนที่จะฟังแล้วน่าจะแปลออกบ้าง แต่คือเป็นการกระซิบที่น่ากลัวมาก เสียงเหมือนทีวีไม่มีสัญญาณ เสียงแบบมีลมหายใจเฮือกๆ

เรากลัวมากค่ะ เลยตัดสินใจตะโกนเรียกชื่อเพื่อน มันเลยตื่นขึ้นมาถามว่าเป็นอะไร เราก็เล่าไป มันเลยบอกว่าถ้างั้นก็ไม่ต้องนอนกัน มันจะนั่งเป็นเพื่อนจนกว่าเราจะหลับ มันก็เรียกเพื่อนคนอื่นขึ้นมา ตอนนี้เราได้นอนแล้วค่ะคือหลับเลย สบายใจ เพราะมีเพื่อนนั่งเฝ้า แต่เพื่อนตัวดีมันดันทิ้งเราไปค่ะ…

ตอนเช้าตีสามกว่าๆ เราตื่นเพราะเสียงดังของประทัดและปืนของชาวบ้านค่ะ เขากำลังเริ่มทำพิธีไล่ปู่ย่าสังขารกันแล้ว เราตื่นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องคนเดียว ตอนหลังมาถามเพื่อนว่าทำไมไม่เรียกไปด้วย มันตอบว่าเห็นเราหน้าแดง ลองแตะหน้าผากแล้วอุ่นๆ เหมือนมีไข้ คือก็จริงค่ะ วันนั้นเรารู้สึกปวดหัวมีไข้ตอนตื่นนอน มันเลยไม่เรียกเรา ให้เรานอนพักเพราะเห็นว่าได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเอง

เราตื่นมาก็รีบออกจากห้องเลยค่ะ หลอน! ไม่กล้าอยู่คนเดียว

เราออกมาเสร็จก็เดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้า โดยที่ลืมว่าเมื่อวานพ่อพิมสั่งห้ามเข้าห้องน้ำ เราเข้าไปล้างหน้าค่ะ คือเปิดน้ำจากก๊อกออกมาลูบหน้านี่เหม็นมาก เหม็นแบบเหมือนอะไรเน่าตายอยู่ข้างใน เราเลยเลิกล้างหน้าเลยค่ะ แล้วฉี่แทน พอกดชักโครกกลิ่นน้ำกลิ่นเดิมก็มาอีกค่ะ แบบเหม็นมาก เลยเดินออกไปข้างนอกบ้านที่เพื่อนๆ กับพ่อแม่ของพิมยืนทำพิธีกันอยู่ที่ท่าน้ำ พอเราเดินถึงที่ท่าน้ำเท่านั้นแหละ กลิ่นนี่เหม็นเน่าเหมือนน้ำที่เราล้างหน้ามาเมื่อกี้เลยค่ะ

เราก็ถามค่ะ ว่าทำไมน้ำเหม็นจัง คือมันเหม็นแบบยืนห่างสองสามเมตรยังได้กลิ่นอ่ะ แต่ตอนขามาเมื่อวานยังไม่เหม็นเลย พ่อพิมก็บอกว่ามันเป็นกลิ่นความอัปมงคลที่มันลอยมากับน้ำ ถึงต้องมาขับไล่ให้มันออกไปจากบ้าน

เราก็แบบ…ถ้าอย่างงั้น กลิ่นนี้มันกลิ่นเดียวกับในห้องน้ำเลย คิดในใจทันทีว่า ‘นี่ตูเอาความอัปมงคลล้างหน้าไปเหรอเนี่ย’ แต่คือไม่เชื่อไรมากค่ะ เพราะเคยอาบน้ำบาดาล ซึ่งมันมีกลิ่นเหมือนกันก็ปลอบใจตัวเอง ว่าช่วงสงกรานต์มั้ง เค้าคงเอาน้ำไปเล่นกันแล้วมันเลยเหม็น (เอิ่ม…ตรรกะอะไรของฉันเนี่ย!)

ตอนนั้นคนในบ้านก็ไปหยิบสิ่งหนึ่งคล้ายๆ กระทงค่ะ แบบเป็นใบตองทำเป็นถาดใส่แป้งอะไรปั้นอยู่ข้างในไม่รู้ ใส่ดอกไม้ แล้วเค้าก็ตัดผมตัดเล็บใส่ลงไป แล้วลอยลงไปในน้ำเหมือนลอยกระทงเลยค่ะ เพื่อลอยความอัปมงคลให้ปู่-ย่าสังขารเอาไปทิ้ง พอลอยได้แป๊บนึง เรามองตามกระทงไปค่ะ

เราเห็นมือๆ หนึ่งยื่นออกมาจากพุ่มไม้ คือบอกก่อนว่ามืดมาก แต่พอจะเห็นลางๆ มือนั้นยื่นมาหยิบอะไรบางอย่างออกไปจากกระทง แต่เราไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ เพราะคิดว่าอาจจะเป็นเด็กๆ มาเก็บอะไรเหมือนตอนเราลอยกระทงที่ กทม.ไรงี้ แต่มาคิดอีกที คือตอนนี้ตี 3 จะตี 4 พ่อแม่ที่ไหนจะให้เด็กออกมาเก็บกระทง?

เราเลยเงียบไม่พูดค่ะ พิธีก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนสว่าง เรานอนบ้านพิมจนถึงวันที่ 17 ค่ะ คือเจอทุกคืน แบบมาเคาะมาเขย่าหน้าต่างบ้าง จนต้องนอนเปิดทั้งไฟ ทั้งทีวีกันเลยค่ะ

พอจะกลับพ่อเลยเล่าให้ฟังว่า ที่เจอกันน่ะคือปู่ของพิม ท่านเสียไปเมื่อสิ้นปีที่แล้ว เพราะทะเลาะกับคนในหมู่บ้านจนถึงขั้นฆ่ากันตาย ตอนท่านมีชีวิตขาท่านไม่ค่อยดี ต้องใช้ไม่เท้าค้ำเดิน ซึ่งก็คือเสียงเคาะพื้นที่เราได้ยินนั่นแหละค่ะ ตอนแรกที่คิดกันว่าเสียงเคาะดังมาจากข้างนอกทางใต้ถุนบ้าน แต่จริงๆ แล้วมันคือเสียงเดินอยู่บนบ้าน รวมถึงในห้องเราด้วยหรือนี่!

พ่อพิมบอกว่าปกติแขกมานอนบ้านเจอตลอดเหมือนท่านมาทักทาย แต่ถ้าอยู่ไปซักพักก็จะไม่เจอเอง

เรื่องของเราจบแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ วันนี้ลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ถ้ามีโอกาส สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณที่มา: พันทิปดอทคอม