ย้ายหอมาหาผี

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณอุ้ม เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่คุณอุ้มยังเป็นนักศึกษาปี 2 ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และในปีนั้นเอง เป็นปีที่มีจัดงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับเลือก ให้นักกีฬาจากทั่วโลกมาใช้สถานที่

โดยทางมหาวิทยาลัยได้ขอให้นักศึกษา ที่อยู่หอกลางย้ายออกชั่วคราว เพื่ออำนวยสถานที่ให้กับนักกีฬา คุณอุ้มเล่าต่อว่า.. เราซึ่งตอนนั้นพักอยู่หอกลาง เลยต้องย้ายออกมาอยู่กับเพื่อนที่หอหญิง เราเองที่อยู่หอกลางของมหาวิทยาลัยมาเกือบ 2 ปี ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรมาก่อน แต่พอย้ายไปอยู่กับเพื่อนที่หอหญิง วันนั้นล่ะ เป็นวันที่เรียกได้ว่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ..

ห้องที่เราไปอยู่กับเพื่อน เป็นห้องนอนสำหรับ 3 คน คืนแรกที่เราไปอยู่ เราก็ไปนอนเตียงกลาง เพราะว่ามีเพื่อนคนนึงยังไม่กลับมาที่หอ.. ตอนนั้นเริ่มดึกแล้วน่าจะเกือบๆ เที่ยงคืน เราก็เริ่มง่วง สะลึมสะลือได้ที่ พอกำลังจะหลับ ก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ เราเลยตื่นขึ้นมา แวบแรก คิดว่าเป็นเพื่อนที่นอนอยู่เตียงข้างๆ คุยโทรศัพท์กับแฟน เลยเรียกชื่อเพื่อนไป แต่เสียงที่ตอบกลับมาก็คือ ‘คร่อก..’ เพื่อนหลับไปแล้ว.. เราก็คิดในใจว่าคงหูฝาดไปเอง ก็เลยนอนต่อ พอกำลังจะเริ่มหลับ ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอีกแล้ว ซุบซิบๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ คิดไปว่างั้นคงเป็นคนห้องข้างๆ แล้วก็ไม่ได้สนใจ หลับไป คืนแรกผ่านไปแบบไม่ได้คิดอะไรมาก..

พอถึงคืนที่ 2 เพื่อนอีกคน ที่เป็นเจ้าของห้องกลับมาแล้ว และก็มีเพื่อนในกลุ่มอีกคนมานอนด้วย สรุปว่าคืนนั้นนอนกัน 5 คนเลย เรานี่ชอบเลย เพื่อนเยอะอบอุ่น สนุกสนาน คืนนี้เราย้ายไปนอนอีกเตียงกับเพื่อนอีกคน เตียงก็เล็กๆ ขนาด single size แต่ก็นอนเบียดๆ กันได้สบายอยู่ ก่อนนอนเราก็สวดมนต์ตามปกติ เวลาเราย้ายที่นอน เราจะสวดมนต์ก่อนนอนตลอด ที่หัวเตียงเพื่อน ก็มีพระเต็มไปหมด นอนได้อย่างอุ่นใจ แล้วคืนนั้นก็คุยกับเพื่อนๆ จนเผลอหลับไป

คืนนั้นอยู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก เพราะเหมือนได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ ‘อุ้ม..’ เราเลยสะลึมสะลือ ลืมตาตื่นขึ้นมา และก็ต้องแปลกใจ เหมือนกับมีอะไรขาวๆ ลอยอยู่ที่ปลายเตียงเรา ด้วยความที่ไม่แน่ใจ ว่าตาฝาดไปรึเปล่า เลยขยี้ตามองอีกครั้ง คราวนี้ชัดเลย เป็นชายกระโปรงสีขาว ของผู้หญิงที่ยืนลอยอยู่ ส่วนหัวพับติดกับเพดาน มองไม่เห็นหน้าตา หนำซ้ำยังลอยบังช่องแอร์บนเพดานอยู่ จึงทำให้เรามั่นใจว่า ไม่ใช่ตาฝาดแน่ๆ เราค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดไฟที่หัวเตียง เพื่อนที่นอนอยู่ด้วยกันบนเตียงเลยตื่นไปด้วย และถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ตอนนั้น ภาพผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้ว เราก็ทั้งอึ้ง ทั้งช็อค แต่ก็ตอบไปว่า ‘ไม่มีอะไร..’

จากนั้นเราก็ปิดไฟหัวเตียงนอนต่อ พอกำลังจะหลับตาลงเท่านั้นล่ะ เรามองไปที่เพดานข้างหน้า เห็นเท้าสองข้างค่อยโผล่ลงมา และเป็นผู้หญิงในชุดกระโปรงขาว ลอยลงมาจากเพดานในความมืด.. ตอนนั้นเราขนลุกซู่ รีบสะกิดเรียกเพื่อนที่นอนอยู่ข้างๆ แต่เพื่อนเรากลับนิ่ง ไม่มีปฎิกริยาโต้ตอบกลับมา.. ตอนนั้นคิดออกแค่ว่า ต้องรีบไปเปิดไฟที่หัวเตียง ‘แว่บบบ’ แสงไฟจ้าเข้าตา

เพื่อนข้างๆ ก็หันมาถามว่ามีอะไรรึเปล่า? เราก็แปลกใจ เพราะตอนแรกที่เรียกก็ไม่ตอบ เราเลยถามว่า ‘ตื่นอยู่หรอ?’ เพื่อนก็บอกว่า ‘ตื่นอยู่.. แต่ไม่กล้าหันไปตอนที่เราเรียก เพราะคิดว่าเราคงเจอผีแน่ๆ’ ทีนี้ เพื่อนที่นอนอยู่เตียงข้างๆ เลยตื่นกันหมด เพราะได้ยินเสียงเราคุยกัน แต่เราก็ยังไม่เล่าอะไร บอกว่า เดี๋ยวค่อยเล่าพรุ่งนี้เช้าละกัน สรุปว่าคืนนั้น เราต้องเปิดไฟนอน นอนแบบกลัวๆ แต่ก็ต้องนอน เพราะตอนเช้ามีสอบ

พอรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา ก็ได้คุยกับเพื่อนๆ และก็เล่าให้ฟัง ปรากฏว่า เพื่อนๆ ก็เคยได้ยินคนอื่นๆ ในหอหญิงแห่งนี้เล่ากันมาว่า เคยเจอผู้หญิงสวมชุดสีขาว ผมดำยาว นั่งอยู่บนหลังตู้เสื้อผ้าบ้าง เห็นทะลุผ่านกำแพงไปบ้าง.. ตอนนั้นที่เราเจอ เรากลัวมากจริงๆ ขนาดตอนกลางวัน ยังไม่กล้าอยู่ห้องนั้นคนเดียว.. คิดว่าเธอคนนั้นอาจจะเป็นเจ้าที่ เจ้าทาง หรือวิญญาณ ที่สิงสถิตย์ อยู่บริเวณหอหญิงแห่งนี้นั่นเอง

Story by คุณอุ้ม