ทางขึ้นดอย

สวัสดีคืนวันเข้าพรรษาค่ะ วันนี้ไปทำบุญที่ไหนกันมาบ้างคะ บางคนก็ไปทำงานเนอะ น่าฉงฉานนนนนนนจริงๆ จูดี้หยุดอยู่บ้านจ้า ไปทำบุญบริจาคโลงศพมาจะ
หากใครไม่ได้ไปไหน ก็อยู่อ่านเรื่องเล่าจาก The Shock กับจูดี้แล้วกันเน้อ งดเหล้าเข้าพรรษากันด้วยนะจ๊ะ…ด้วยรักและปรารถนาดีจากจูดี้ขี้บ่นจ้า

วันนี้เรื่องที่จะมานำเสนอคือเรื่อง….ทางขึ้นดอย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณซีซาร์และเพื่อน ช่วงปี 39-40 ในขณะที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นดอยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ผมเป็นเกิดและเติบโตที่จังหวัดลำปาง ในสมัยนั้นพวกวัยรุ่นลำปางส่วนใหญ่จะนิยมขี่มอเตอร์ไซค์เล่นไปเชียงใหม่ เพราะระยะทางไม่ไกลเท่าไหร่ ผมในตอนนั้นที่เพิ่งจบม.6 ก็จึงนัดกับเพื่อนประมาณ 5-6 คน ว่าจะไปเที่ยวที่ดอยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ โดยคิดจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน และมีรถกระบะอีก 1 คัน

ในวันจบการศึกษา พวกเราทุกคนรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมของ และเดินทางออกจากลำปางประมาณ 6 โมงเย็น พวกเราก็ผลัดกันขี่มอเตอร์ไซค์สลับกันไปเรื่อยๆ เวลาประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆ เราก็ไปถึงยังตีนดอย บริเวณตีนดอยมีร้านสะดวกซื้ออยู่ 1 ร้าน ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องซื้ออะไร จึงขับขี่รถกันต่อไป พวกเราขับมาเรื่อยๆ ผ่านมาก็หลายโค้ง จนมาถึงลานจอดรถ คือตรงนี้เป็นจุดสุดท้ายที่รถจะสามารถผ่านไปได้ หากจะขึ้นไปยังยอดดอย จะต้องเดินเท้าขึ้นไปตามบันได พวกเราก็เลยจอดรถแล้วก็นั่งคุยกันตรงนั้น เอ: เฮ้ย นี่พวกเราก็จบม.6 กันแล้วนะ ก็กินเหล้ากันได้แล้วดิ ลองกันหน่อยมั๊ย

เมื่อทุกคนลงความเห็นแล้ว จึงใช้ให้ผมกับเพื่อนอีกคนที่ชื่อว่า “บัว” ลงดอยไปซื้อ ผมรับหน้าที่เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์และบัวก็นั่งซ้อนท้ายผม เหตุการณ์ก็ปกติไม่มีอะไร จนขากลับ ผมก็ยังคงเป็นคนขี่และบัวก็ยังคงซ้อนอยู่เหมือนเดิม ลักษณะการซ้อนของบัวคือมือขวาถือของและมือซ้ายเกาะไหล่ผม

– โค้งแรก –

เวลาตอนนั้นประมาณ 2 ทุ่มเกือบ 3 ทุ่มได้ เราก็ขี่รถขึ้นดอย 500 เมตรก่อนเข้าโค้งแรก ผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งหน้าตาของเธอสวยมาก ใส่ชุดสีขาว ด้วยความที่อยู่ในช่วงวัยคะนอง แล้วผมก็เห็นว่าพวกเรามากันเป็นกลุ่มชายล้วน พอเห็นสาวสวยคนนั้นโบกรถ ซึ่งผมมองซ้ายขวาแล้วก็ไม่มีรถใครนอกจากเรา ผมก็เลยกะจะรับเค้าไปด้วย เผื่อมีโอกาสได้คุยหรืออะไรก็ว่ากันไป ผมขี่มอเตอร์ไซค์แบบหน้าระรื่นพุ่งตรงไปหาเค้าทันที 100 เมตรก่อนถึงผู้หญิงคนนั้น จากสาวสวยที่ผมเห็น กลายเป็นผู้หญิงท้อง

ลักษณะของเธอเหมือนผู้หญิงท้องได้ประมาณ เดือนถึงสองเดือนซึ่งมองไกลๆเนี่ยจะไม่รู้เลย พอเห็นอย่างนั้นแล้ว ครั้นผมจะบึ่งรถหนีไปเลยก็ดูน่าเกลียดเกินไป ในใจผมตอนนั้นคือเลิกล้มความคิดที่ไม่ดีต่อเค้าไปแล้ว เพราะเค้าเป็นผู้หญิงท้อง พอขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดตรงหน้าเค้าแล้ว เธอเป็นผู้หญิงท้อง ใส่ชุดขาว ผิวพรรณดี ขาว เหมือนสาวเชียงใหม่ เธอถามผมด้วยน้ำเสียงที่ปกติ

หญิงชุดขาว: จะขึ้นดอยเหรอ ขอติดรถไปด้วยได้ไหม โบกกี่คันก็ไม่มีใครรับเลย…

ในความคิดผมตอนนั้น ถ้าเป็นสาวสวย แต่ไม่ท้องเนี่ย ผมก็คงให้เค้านั่งหน้า ขี่กันไปจีบกันไป…แต่นี่

ผม: โอ๊ย…พี่ คงไม่ได้หรอก มันอันตรายอ่ะ แล้วพี่ก็ท้องอยู่ด้วย เกิดผมขี่ไปแล้วเกิดมอเตอร์ไซค์ล้มขึ้นมา
ถ้าพี่เป็นอะไรขึ้นมา พวกผมก็คงรับผิดชอบไม่ไหวหรอก

ตอนนั้นผมพูดปัดๆไป เพราะพอรู้ว่าเค้าเป็นผู้หญิงท้อง ผมก็ไม่สนใจเค้าแล้ว อยากจะสนุกกับเพื่อนอย่างเดียว

หญิงชุดขาว: ขอเถอะจะ ขอเถอะนะ ขอให้ฉันได้ขึ้นไปเถอะ
ผม: ไม่ได้หรอกพี่ พี่รอคันหลังละกัน

พอผมพูดจบ ผมก็รีบบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปเลยทันที

– ทางโค้ง –

หลังจากที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาสักพัก ผ่านโค้งที่สอง ….. โค้งที่สาม บัวก็มีอาการแปลกไป มือซ้ายที่บัวเกาะไหล่ผม จู่ๆ บัวก็เริ่มเกาะไหล่ผมแน่นขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ผ่านทางโค้ง บัวเริ่มเกาะแน่นจนแทบจะบีบไหล่ผมอยู่แล้ว ตัวผมเองไม่ได้คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัว แต่ผมคิดว่าบัวคงจะหนาว เพราะว่าดอยแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าไม่ว่าจะขึ้นเมื่อไหร่ตอนไหนก็ตามอากาศจะค่อนข้างหนาว ประกอบกลัวตอนนั้นก็สามเกือบสี่ทุ่มแล้ว แน่นอน…บัวคงจะหนาวมากจริงๆ อาการบีบไหล่ผมของบัวเริ่มรุนแรงขึ้นช่วงสองสามโค้งสุดท้าย บัวบีบเจ็บมากจนเกือบจะหักไหล่ผมได้ 500 เมตรก่อนถึงท้ายรถกระบะ ผมก็เปิดไปสูงต่ำเพื่อส่งสัญญาณบอกเพื่อนๆว่าของมาแล้ว มาช่วยกันหน่อย ท่าทางของเพื่อนๆก็คือ กรูกันเข้ามาเหมือนจะมาช่วย แต่พอประมาณ 100 เมตรก่อนถึงมอเตอร์ไซค์….ทุกคนก็ผงะกันหมด

เฮ้ย……เป็นไรกันวะ? ผมคิดในใจ เพราะสังเกตสีหน้าของแต่ละคนบ่งบอกได้ถึงอาการช็อค ผมจึงตัดสินใจ ค่อยๆหันหลังกลับไปดู……สิ่งที่ผมเห็นคือ ………ไอ้บัวสภาพของบัว…จากที่ปกติเป็นนักฟุตบอลตัวใหญ่ๆ บึกบึน ตอนนี้คือร้องไห้ ขี้มูกไหล น้ำลายฟูมปาก ร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นเด็ก บัวยังคงบีบไหล่ผมอย่างแน่น ตัวเกร็ง มือสั่นไปหมด

ผม: เฮ้ย เป็นไรเนี่ย ….. อ้าวที่เหลือยืนเฉยกันทำไมอ่ะ ช่วยกันแกะดิ เพื่อนเป็นไรไม่รู้

ตอนนั้นผมคิดแต่เพียงว่าพวกผมยังเด็กอยู่ ถ้าเพื่อนเป็นอะไรไป พวกผมต้องแย่แน่ๆ พวกผมจึงช่วยกันพยุงบัวไปนอนบนเสื่อท้ายกระบะ พวกเราช่วยกันพัด หาเสื้อให้ใส่ ไม่ว่ามีอะไร ผมยกให้เพื่อช่วยเหลือบัวอย่างเต็มที่ ทันทีที่บัวได้สติขึ้นมา บัวก็ตะโกนถามหาผมขึ้นมาทันที ” เฮ้ย…..ไอ้ซ่าอยู่ไหน?”

ผม: กูอยู่นี่ไง มีอะไรเหรอ

บัวพูดคุยด้วยสีหน้าตระหนก

บัว: ไอ้ซ่า เห็นมั๊ย?
ผม: เห็นอะไรวะ?
บัว: ก็เห็นผู้หญิงไง ตรงโค้ง ที่โบกรถเรากันอ่ะ
ผม: ก็เห็นไง….เป็นผู้หญิงท้อง แล้วเราก็ไม่ได้รับไง

เพื่อนๆที่เหลือก็ได้แต่ทำหน้างงว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจึงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามที่ผมเล่ามาด้านบนให้เพื่อนฟัง

ผม: แล้วไง สรุปว่ามีอะไร
บัว: กูอ่ะ เห็นผู้หญิงคนนั้นอ่ะ ยืนโบกรถ…ทุกโค้ง ที่เราขึ้นมา

ส่วนตัวผมเองอ่ะผมไม่เห็น แต่ผมอยากให้ทุกคนคิดภาพตามนะครับ ปกติมอเตอร์ไซค์จะขับชิดซ้าย…..ผู้หญิงคนนี้ยืนโบกรถทุกโค้ง…ที่ริมถนน….ที่พวกผมชิดซ้าย คุณว่าบัวจะเห็นภาพอะไรครับ? จากนั้นบัวก็ค่อยๆเล่าต่อว่า

บัว: ทุกๆโค้งที่กูเห็นเค้า…เค้าโกรธมากอ่ะ ทุกครั้งที่ผ่านโค้ง เค้าก็จะโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วพวกคิดดู ทุกครั้งที่มอเตอร์ไซค์เฉียดเข้าไปหาเค้า……นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบัวถึงจิกไหล่ผมถึงขนาดนั้น คืนนั้น พวกเราไม่พูดพร่ำทำเพลง กระดกเหล้ายอมใจกันเข้าไปให้หลับ พอเช้าวันใหม่ 9 โมงเช้า พวกเราก็รีบกลับลำปางกันทันที พี่ป๋องเล่าเสริมว่า พี่ป๋องนึกภาพดอยนั้นออกค่ะ ไฟทางก็ไม่ค่อยมีค่ะ ไฟทางห่างและมืดมากๆ การที่จะขึ้นดอยนั้น การขับขี่จะใช้ความเร็วที่ต่ำ ดังนั้น ภาพที่บัวเห็น…กว่าจะผ่านทีละโค้งง…มันน่ากลัวจริงๆค่ะ

คุณซ่าบอกว่า นึกตอนนั้นก็รู้สึกไม่ดีที่คิดไม่ดีกับผู้หญิงคนนั้น (ตอนที่ยังไม่รู้ว่าท้อง) แต่หากจะให้ทิ้งบัวไว้แล้วพาคนท้องขึ้นมาส่งแล้วลงไปรับเพื่อนก็อันตรายอยู่ดี คุณซ่าไม่ได้ไปสืบเสาะหาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครค่ะ เพราะกลัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น….เค้าก็ไม่เคยกลับไปที่ดอยแห่งนั้นอีกเลย