“สำนักสงฆ์อาจารย์ซ่วน…จ.ฉะเชิงเทรา”

แหล่งท่องเที่ยวอาถรรพ์ชวนขนหัวลุก ที่อุทยานกลางแจ้งหุ่นปั้นฝังวิญญาณ ในสำนักสงฆ์ร้าง”อาจารย์ซ่วน” อดีตเกจิชื่อดังในตำนานเมื่อกว่า 30 ปีก่อน
หลังจากสถานที่แห่งนี้ถูกปล่อยร้างมานาน จนกลายเป็นผืนป่าอึมครึมและน่าสะพรึงกลัว..ขณะที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แห่เข้ามาขอโชคลาภ แสวงหาเลขเด็ดช่วงก่อนวันหวยออกกันเป็นประจำ..!!

สถานที่อาถรรพ์แห่งนี้..เคยเป็นอดีตสำนักสงฆ์ของเกจิชื่อดังในตำนานของเมืองแปดริ้ว ภายในบริเวณเป็นอุทยานกลางแจ้ง เป็นแหล่งรวมของหุ่นปั้นที่ตั้งยืนตระหง่านเรียงรายกันอยู่เต็มแน่นพื้นที่ ภายในบริเวณผืนป่าริมคลองท่าลาด ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา..ความนากลัวอยู่ที่สภาพพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันถูกปล่อยให้ร้างไปหลังจากที่ท่านอาจารย์ซ่วนได้เสียชีวิตไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536..!!

โดยถ้าใครที่ได้เคยเข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายใน จะเห็นหุ่นปั้นตามจินตนาการและวรรณคดีต่างๆ จำนวน 242 ตน ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้จนมีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นมาปกคลุม หุ่นปั้นส่วนใหญ่นั้นจะเป็นหุ่นปั้นตามวรรณคดีไทย และหุ่นปั้นทางศาสนาต่างๆ ทั้งไทย, จีน, อินเดีย เช่นหุ่นปั้นเจ้าแม่กาลี ในศาสนาพราหมณ์ หุ่นปั้น 8 เซียน และเจ้าแม่กวนอิม ตลอดจนรูปปั้นยักษ์จากวรรณกรรมต่างๆ รูปปั้นจากเรื่องพระอภัยมณี นางสิบสอง รวมถึงเปรตอสูรกาย..!!และที่น่าขนลุกก็คือ หุ่นทุกตนที่สร้างขึ้นจะมีส่วนผสมของกระดูกผีตายโหงตามวิชาอาคมที่ท่านอาจารย์ซ่วนได้เรียนมา และมีการตั้งโต๊ะทำพิธีกรรมเซ่นไหว้ในทุกๆ ตนที่สร้างขึ้นด้วย จึงยิ่งทำให้ป่าหุ่นปูนปั้นแห่งนี้ยิ่งดูขลึงขลังวังเวง น่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก..!!

มีเรื่องเล่าว่าครั้งนึง เคยมีเสีอจากทางภาคใต้ถูกยิงเสียชีวิต ท่านอาจารย์ซ่วนพร้อมลูกศิษย์ได้เดินทางไปขุดเอาหัวกระโหลกมา แล้วนำไปปั้นทับเป็นหุ่นพร้อมสะกดวิญญาณไว้ โดยที่หุ่นตัวนี้จะมีชื่อเรื่องถ้าหากใครทวงหนี้ไม่ได้ให้ไปบนบาน ว่ากันว่าวิญญาณจะไปตามทวงคืนจนได้ของคืนแทบทุกราย..!! สำหรับความน่าสะพรึงกลัวจนทำให้สำนักสงฆ์แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ร้าง ส่วนนึงคงเพราะที่นี่เหมือนเป็นที่อาถรรพ์ โดยถ้าหากใครเข้ามาแล้วนำของออกไปก็มักจะเจอดี จนบางรายถึงขั้นเสียชีวิตก็หลายราย เช่นครั้งนึงเคยมีลูกศิษย์วัดนี่เองที่ได้แอบเอาไม้และของภายในวัดไป สุดท้ายก็ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต..!!หรือกระทั่งพระในวัดขณะที่เคยไปพักในสำนักสงฆ์ร้างก็ยังเคยเจอดี คือช่วงตกดึกขณะที่ท่านยืนอาบน้ำอยู่ กลับมองเห็นเป็นหุ่นปั้นที่อยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์ พากันออกมาเดินเรียงราย ราวกับสวนสนามกันเลยทีเดียว จนท้ายสุดพระรูปนั้นก็อยู่ไม่ได้ รีบย้ายออกทันที..!!

นอกจากนี้ยังเคยมีเรื่องเล่าที่พระรูปหนึ่งเคยโดนอาถรรพ์จนถึงกับต้องมรณะภาพไป เพียงเพราะท่านได้ให้ช่างเข้าไปซ่อมแซมปลูกสร้างพื้นที่ภายในสถานที่แห่งนั้นนั่นเอง..!! เรียกได้ว่าถ้าเป็นไปตามคำบอกเล่าของชาวบ้านจริง แสดงว่าท่านอาจารย์ซ่วน จะไม่ยอมให้ใครไปยุ่งกับสถานที่ของท่านเลยจริงๆ ย้อนกลับไปพูดถึงประวัติพระอาจารย์ซ่วน ผู้สร้างสำนักสงฆ์แห่งนี้กันสักนิด…โดยเดิมทีท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าลาดใต้ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกันริมคลองท่าลาดใต้สายนี้ แต่หลังจากที่มีผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันเดินทางเข้ามาขอให้ท่านช่วยเหลือ และเข้ามาขอเครื่องรางของขลังเป็นจำนวนมากตลอดทุกวัน จนทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน เพราะนอกจากจะรับแขกท่านยังต้องทำงานภายในวัดด้านอื่นๆด้วย..ด้วยเหตุนี้พระอาจารย์จึงได้ข้ามฝั่งมาก่อตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อน หลบหลีกจากการถูกรบกวนจากภายนอกนั่นเอง

ขณะที่ นายรณชัย ลี่เส็ง อายุ 42 ปี ชาวบ้านซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสำนักสงฆ์แห่งนี้มากนักกล่าวว่า เมื่อครั้งตนยังอยู่ในวัย 12 ขวบ ช่วงนั้นพระอาจารย์ซ่วนยังมีชีวิตอยู่ ตนยังได้เข้ามาวิ่งเล่นยังที่สำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่เป็นประจำ โดยหุ่นปั้นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีวิญญาณจากกระดูกผีที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมอยู่ในร่างของหุ่นทั้งนั้น หลายตนล้วนมีประวัติ ที่มีผู้คนได้มาพบเห็นถึงความแปลกประหลาด หรือเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง จึงทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้ามาใกล้ยังสถานที่แห่งนี้..แต่หลังจากที่ได้มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ได้เข้ามาถ่ายทำรายการในสถานที่แห่งนี้และได้นำไปเผยแพร่ จึงทำให้เริ่มมีคนรู้จักสถานที่แห่งนี้ และมีคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และพิสูจน์ถึงความลี้ลับอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนก่อนวันหวยออกหนึ่งวัน จะมีคนเข้ามาค้นหาเลขเด็ดกันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากที่ผ่านมานั้นมีผู้คนได้รับโชคลาภจากหุ่นปูนปั้นต่างๆ ภายในสถานที่แห่งนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดัง