ห้องหน้าลิฟท์ โรงแรมหลอนที่เชียงใหม่

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งนึงที่จ.เชียงใหม่เมื่อ วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ตัวคุณสองนั้นทำอาชีพเป็นผู้จัดการเขตขายเครื่องมือแพทย์อยู่ที่ภาคเหนือทั้งหมด เรียกง่ายๆก็คือ เซลล์แมน ซึ่งอาชีพของคุณสองต้องเดินทางอยู่ตลอด และจังหวัดที่คุณสองจะไปมากที่สุดคือจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่เชียงใหม่ตลอด ปกติแล้วคุณสองจะนอนกับเพื่อนคนนึงที่เป็นเพื่อนที่อยู่ในเชียงใหม่ และก็จะนอนที่บ้านของเพื่อน ที่มีญาติ มีพ่อแม่ของเพื่อนอยู่

แต่ว่าวันนั้นเพื่อนไม่ได้อยู่บ้าน แต่เพื่อนก็ยังคงอยู่ในเมืองเชียงใหม่ นั่งสังสรรค์กับเพื่อน พอกินเสร็จก็จะมานอนเป็นเพื่อนคุณสอง คุณสองก็เลยเข้าพักโรงแรมแห่งนึงในเชียงใหม่ โรงแรมแห่งนี้ด้านหลังจะมีน้ำพุ ด้านหน้าจะเป็นถนน ข้างๆก็จะเป็นโรงงานไซต์ก่อสร้าง โรงแรมนี้จะมี 5 ชั้น คุณสองได้ห้องชั้น 4 คุณสองก็เข้าห้องไป ไม่มีอะไรระบบเปิดปิดห้องจะใช้ระบบคีย์การ์ด พอเปิดไฟก็จะเสียบคีย์การ์ดเข้าไป ขวามือเป็นห้องน้ำ แล้วก็มีสวิตซ์ไฟอยู่หน้าห้องน้ำ และมีคัทเอาท์ดึงขึ้นดึงลงอยู่ด้านบน เวลานอนคุณสองจะเปิดไฟทิ้งไว้ เปิดทีวีทิ้งไว้ เปิดไฟทุกดวง เอาให้สว่างที่สุด โดยห้องที่คุณสองเลือกนอนนั้นก็เป็นฝั่งที่หันหน้าเข้าถนน ก็มีจะไฟจากถนนส่องเข้ามาด้วย

พอคุณสองอาบน้ำเสร็จ ใกล้จะนอน ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ โดยที่คุณสองบอกกับเพื่อนที่จะมานอนเป็นเพื่อนว่า ถ้าจะมาถึงโรงแรมแล้ว ให้โทรมาก่อน พอนอนไปได้ระยะนึง ถึงประมาณตี 2 คุณสองก็ตื่นขึ้นมาจะเข้าห้องน้ำ พอคุณสองลืมตาขึ้นมา ทั้งไฟ และทีวีที่เปิดทิ้งไว้ ดับทั้งห้อง แอร์ก็ดับ คุณสองก็เลยลองเดินไปดูตรงคีย์การ์ด ก็เห็นว่าคีย์การ์ดเสียบอยู่ สวิตไฟก็กดเปิดอยู่ จนคุณสองมองไปที่คัทเอาท์ที่อยู่ข้างบน สูงจนต้องใช้เก้าอี้ปีนขึ้นไปดึงลงถึงจะปิดได้ แต่ตอนนั้นคุณสองเห็นว่าคัทเอาท์ถูกดึงลงตอนนั้นคุณสองก็คิดว่าหรือไฟมันจะตัด แล้วคัทเอาท์มันสับลงเอง แต่ในใจลึกๆก็มีถึงเรื่องผี คุณสองก็เลยเอาเก้าอี้มาวางแล้วก็ปีนแล้วก็ยกคัทเอาท์ขึ้นเอง พอยกคัทเอาท์ขึ้น ไฟก็ติดขึ้นมาเป็นปกติ แล้วก็กลับไปนอนต่อ ก่อนนอนก็โทรหาเพื่อนว่าอยู่ไหนแล้ว แต่เพื่อนก็ไม่รับโทรศัพท์ คุณสองก็คงคิดว่า คงกำลังเมา กำลังสนุกสังสรรค์กันอยู่

หลังจากนั้นไม่กี่นาที หลังจากนอนเล่นโทรศัพท์เสร็จก็วางโทรศัพท์ไว้ที่ข้างเตียง เสียบสายชาร์ตแบตไว้ แล้วก็นอนคลุมโปงกำลังจะหลับ แต่คุณสองยังไม่ทันที่จะหลับ ก็ได้ยินเสียง แป๊ก ไฟก็ดับ แล้วก็มีเสียง แป๊ก อีกครั้ง ไฟเปิด เหมือนมีคนมาปิดเปิดคัทเอาท์ ตอนที่คัทเอาท์สับลง ยังพอเข้าใจได้ว่า มีไฟลัดวงจรแล้วมันตัดลง แต่ที่ดันขึ้นไปนี่ไม่ใช่ละ ตอนนั้นคุณสองก็ลุกขึ้นมา ใจคุณสองก็ไม่กล้าเดินไปดู เพราะไม่รู้ว่าจะไปเจอกับอะไร ไฟในห้องตอนนั้นยังติดอยู่ จังหวะที่คุณสองประมวลเหตุการณ์ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง คัทเอาท์ก็ถูกสับลงอีกครั้ง ไฟก็ดับลงทั้งห้อง ห้องมืดสนิท ทำให้คุณสองไม่กล้าเดินลงจากห้องไปข้างล่าง เพราะว่ามันจะต้องผ่านตรงคัทเอาท์

คุณสองกลัวสุดขีด เลยหนีออกไปอยู่นอกระเบียง เพื่อที่จะรับแสงไฟ รับเสียงรถจากข้างนอก พอออกไปข้างนอกคุณสองก็หาทางที่จะติดต่อกับพนักงานเพื่อที่จะให้พนักงานมาเปิดห้องให้ มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย แต่ว่าโทรศัพท์ของคุณสองนั้น อยู่ข้างในห้องและชาร์ตแบตเอาไว้ ตอนที่คุณสองนอน คุณสองเปิดผ้าม่านทิ้งไว้ ก็จะทำให้มีแสงไฟจากข้างนอกส่องเข้ามาในห้อง และสิ่งที่คุณสองเห็นก็คือ มีคนเดินออกมาจากห้องน้ำ ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นสาวประเภทสอง รูปลักษณ์เป็นผู้ชาย แต่งตัวเหมือนสาวประเภทสอง เขาเดินออกมา ทำท่าเช็ดเท้า ท่าทางออกตุ้งติ้งๆ พอคุณสองเห็นแบบนั้นก็หันกลับทันที

ห้องคุณสองนั้นอยู่ชั้น 4 คุณสองคิดว่าถ้าเป็นชั้น 1 คงจะปีนระเบียงก็น่าจะกระโดดลงไปได้ แต่อยู่ชั้น 4 ไม่สามารถทำได้ คุณสองก็มองลงไปข้างล่าง มองไปข้างๆห้อง ตะโกนลงไป มีใครอยู่ข้างล่างมั๊ย ช่วยด้วย แต่เวลานั้น ตี 3 ก็ไม่มีใคร ระหว่างนั้นคุณสองก็รู้สึกเสียวหลัง ใจก็ไม่อยากจะหันกลับไปมอง แต่ก็ต้องหันกลับไปดู ว่าเป็นยังไงบ้าง จะหายไปหรือยัง คุณสองก็หันไปอย่างกลัวๆ ก็เห็นว่า เขากำลังจะเดินทางมาที่ระเบียง ท่าเดินก็สไตล์ตุ้งติ้งๆ พอเขาใกล้จะถึง คุณสองก็หันกลับมา แล้วก็เอาขาปีนกำลังจะข้ามไปอีกห้องนึงตอนนั้นไม่รู้แหละว่า เขาเป็นใคร เพราะอารมณ์ตอนนั้น กลัวปีนแล้วตกก็กลัว กลัวผีก็กลัว จึงต้องทำให้ปีนไปห้องข้างๆ ที่มีระยะห่างที่พอจะก้าวขาข้ามไปอีกห้องนึงได้ และก่อนที่คุณสองจะปีนข้ามไปทั้งตัว ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา คุณสองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนแหละโทรมา

คุณสองก็หันไปดู ก็เห็นว่าเขาคนนั้นเอาหน้าแนบกระจกแล้วหันตามามองที่คุณสอง หน้าก็แนบกระจกจนหน้าบี้ๆ และก็ยิ้มให้คุณสอง คุณสองก็ข้ามไปอีกห้องทันที แล้วก็เคาะกระจกห้องที่คุณสองปีนข้ามไป เคาะๆ แล้วก็ร้อง พี่ๆ ช่วยหน่อยครับๆ โชคดีที่ห้องนั้นเป็นวัยรุ่น ยังเปิดไฟอยู่ มีผู้ชาย ผู้หญิงอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่เขาก็ไม่กล้าเปิด เพราะเขาไม่รู้ว่าใคร สภาพคุณสองตอนนั้น แต่งตัวเหมือนคนจะนอน หัวลุก น้ำหูน้ำตาไหล ชายหญิงห้องนั้นก็กลัว ไม่รู้ว่าเป็นใคร คุณสองก็พยายามเคาะ ขอให้ช่วย ผู้ชายก็เอาหูมาแนบฟัง แต่เขาก็ยังไม่กล้าเปิด จนสักพัก ผู้หญิงบอกว่า เปิดให้เขาหน่อยๆ โดยที่ผู้ชาย หยิบอุปกรณ์อะไรซักอย่างมาเพื่อป้องกันตัว

พอเปิดเข้ามาได้ คุณสองก็บอกไปว่า โดนผีหลอกๆ ช่วยด้วยครับๆ ในช่วงที่คุณสองเข้ามาในห้องข้างๆได้ ก็ได้ยินเสียงประตูกระจกห้องตัวเองเลื่อนปิด แล้วก็มีเสียงล็อคประตูดังมาจากห้องที่ปีนมา คุณสองก็ขอให้เขาช่วย โดยที่พูดไม่รู้เรื่อง เขาก็บอกให้ตั้งสติก่อนน้อง ค่อยๆพูด คุณสองกลัวมาก และก็ไม่กล้าเดินออกจากห้องนั้น เลยขอให้เจ้าของห้องโทรหาพนักงานให้ออกมาดูให้หน่อย ผมไม่กล้าเข้าไปในห้องคนเดียว หรือแม้แต่เพื่อนจะมาคุณสองก็ไม่กล้าเข้าไป เขาก็บอกว่า ได้ๆ แล้วก็โทรหาพนักงาน แต่ก็ไม่มีใครรับ คุณสองก็เลยขอยืมโทรศัพท์เขาโทรหาเพื่อน

เพื่อนก็บอกว่า กำลังจะถึงแล้ว โทรไปทำไมไม่รับ คุณสองก็เลยพูดสวนไปว่า กูโดนผีหลอก คุณสองพูดไปตรงๆเพื่อที่จะให้เพื่อนกลัว จะไม่ให้เพื่อนมาอยู่ เพื่อนก็บอกผีไหน แล้วจะไปนอนไหน เพื่อนก็เลยบอกว่า ถ้าไปนอนที่อื่น ก็ไปนอนไม่ได้แล้ว บ้านเขา ก็กลับไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจที่จะมาเที่ยวแล้วก็มาอยู่กับคุณสอง ถ้าจะกลัวขนาดนี้ก็ต้องนอนในรถแล้วแหละ เดี๋ยวกูนอนในห้องเอง

คุณสองก็บอกว่า ถ้าจะขึ้นมานอน ก็ขึ้นมา แล้วถ้าขึ้นมาเมื่อไหร่ มาเคาะที่ห้องเบอร์นี้นะ ข้างๆห้องของคุณสอง พอเพื่อนขึ้นมา เพื่อนก็มาเคาะ เพื่อนก็พยายามจะให้คุณสองนอนที่ห้อง แต่คุณสองยังไงก็ไม่นอน คุณสองก็เลยให้เพื่อนเก็บของข้างในห้องออกมาให้หน่อย ขอแค่แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เสื้อผ้า มาให้ก่อน เดี๋ยวไปนอนในรถเองก็ได้ แล้วคุณสองก็ขับรถออกไปจากตรงนั้นก่อน หาที่จอดรถนอน ก็นอนหลับไปไม่มีอะไร

พอตอนเช้ามา คุณสองก็โทรหาเพื่อนว่าเป็นยังไงบ้าง โทรไป 9 โมง 10 โมง ไม่รับโทรศัพท์ คุณสองก็คิดว่าคงเมา คงจะไม่ตื่น คุณสองก็เลยขับรถกลับไปที่โรงแรม แล้วก็โทรหาอีกครั้ง แต่ก็ไม่รับโทรศัพท์ คุณสองก็เลยตัดสินใจขึ้นไปเพราะมันสว่างละ พอไปถึงหน้าห้อง ห้องก็ล็อค คุณสองก็เคาะห้องก็ไม่เปิด แต่เสียงทีวียังมีอยู่ เคาะไปเรื่อยก็ยังไม่มีใครเปิด คุณสองก็เลยไปขอคีย์การ์ดข้างล่างเพื่อเอามาเปิดห้อง แต่พอเปิดเข้าไป ไม่เจอเพื่อนอยู่ในห้อง แต่ของทุกอย่างยังอยู่ และก็มีแก้วน้ำ แก้วเบียร์หล่นเต็มไปหมดเลยคุณสองก็เลยขับรถไปที่บ้านของเพื่อน ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก ระหว่างขับรถก็โทรหาเพื่อน คราวนี้เพื่อนรับ และพูดว่า เมื่อคืนนอนไม่ได้จริงๆ

เพื่อนเล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อคืน เขาก็นอนบนเตียงที่คุณสองนอนนั่นแหละ แล้วเพื่อนก็ได้ยินเสียงเหมือนคนฮัมเพลง แล้วเขาก็มานอนข้างๆตัวเพื่อน แล้วเขาก็มากระซิบข้างๆหูเบาๆว่า จะกลับเมื่อไหร่หละ พอเพื่อนได้ยินก็สะดุ้ง ลุกขึ้นมา เก็บข้าวเก็บของออก จากห้องทันที และก่อนที่จะปิดประตูก็ได้ยินเสียงอีกว่า จะมาอีกเมื่อไหร่หละ เพื่อนก็รีบวิ่งลงบันไดลงมาเลย แล้วคุณสองก็ไม่ได้อยากรู้และไม่ได้ไปถามประวัติของโรงแรมแห่งนี้ จึงทำให้ไม่รู้ที่มาที่ไปว่า โรงแรมนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เรื่องราวทั้งหมดก็มีประมาณนี้