บ้านเช่าประหลาด

สวัสดีชาวพันทิปทุกคนนะคะ วันนี้เรามีประสบการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วมาแชร์ให้เพื่อนๆฟังค่ะ เริ่มเรื่องเลยนะคะ ย้อนกลับไปตอนนั้นเราอายุประมาณ 15-16 ปี ครอบครัวเราไปเช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ ที่เลือกเช่าหลังนี้เพราะมีคุณลุงที่รู้จักกับครอบครัวเราแนะนำค่ะ เขาบอกว่าเป็นบ้านญาติของเขา ซึ่งตอนนี้เจ้าของบ้านอาศัยอยู่ที่บ้านพักข้าราชการ เนื่องจากสามีเขาเป็นทหารค่ะ บ้านหลังนี้จึงไม่มีใครอยู่ เขาเลยปล่อยเช่ามาตลอด

สภาพบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ข้างล่างเป็นปูน ข้างบนเป็นไม้ มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สภาพค่อนๆไปทางเก่านิดนึงค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับทรุดโทรมมาก ภายนอกตัวบ้านดูไม่มีอะไรน่ากลัวเลยค่ะ เป็นเหมือนบ้านปกติทั่วๆไป แต่พอเข้าไปข้างในตัวบ้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือ หิ้งพระ และพระพุทธรูปต่างๆ คือมันมีตั้งอยู่หลายจุดของบ้านจนน่าแปลกใจ ตอนนั้นก็เดาเอาว่าคนที่อยู่ก่อนหน้านี้เค้าคงชอบบูชาพระมั้ง จากนั้นเราก็ขึ้นไปดูชั้นสองกันค่ะ ขึ้นไปจนสุดบันไดชั้นสอง ด้านขวามือจะมีซอกเล็กๆอยู่ พระ!!! เจอพระพุทธรูปอีกแล้วค่ะ ถูกวางไว้ที่พื้นในซอกเล็กๆตรงนั้น มีแก้วน้ำ แก้วธูปด้วย

สิ่งแรกที่คิดคือ “วางพระไว้ที่พื้นได้ด้วยหรอวะ” หลังจากนั้นก็กวาดสายตาไปมองห้องต่างๆ ก็เห็นว่าที่ประตูห้องทั้งสามห้องจะมีการ”เจิม”ทั้งหมดค่ะ เราก็คิดว่าส่งสัยเค้าเพิ่งทำบุญบ้าน การสำรวจบ้านก็จบไปค่ะ  หลังจากนั้นพวกเราก็ย้ายของเข้ามาอยู่ตามปกติ และจัดแจงหิ้งพระต่างๆให้เรียบร้อย ซึ่งเราไม่รู้ว่าแม่เอาพระไปไว้ไหน รู้อีกทีพระพุทธรูป หิ้งพระต่างๆก็หายไปแล้ว ลักษณะห้องนอนของบ้านหลังนี้ จะมี 2 ห้องนอนที่อยู่ด้านหน้าตัวบ้าน และอีก 1 ห้องนอนอยู่ด้านหลังตัวบ้าน เรานอนห้องด้านหน้าตัวบ้านค่ะ นอนกับยาย ส่วนพ่อกับแม่นอนห้องถัดไป ซึ่งอยู่ด้านหน้าเช่นกัน

มีวันหนึ่งเรานอนหลับอยู่ แล้วได้ยินเสียงเหมือนมีคนเอาผ้ามาเช็ดตรงผนังหัวเตียงที่เรานอน มันเป็นเหมือนเสียงผ้าแห้งที่เสียดสีกับไม้แรงๆอ่ะค่ะ เนื่องจากผนังเป็นไม้มันเลยทำให้เราได้ยินชัดมาก เราก็คิดว่าต้องเป็นยายมาทำความสะอาดแน่ๆ เพราะยายเราเป็นคนที่รักสะอาดมาก เช็ดทุกซอกทุกมุม ด้วยความที่ง่วงมากและรำคาญ ก็เลยตะโกนเรียก “ยาย” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราพูดไม่ได้ค่ะ มันไม่มีเสียงออกมา เราตกใจมาก ลืมตาขึ้นมา ตั้งสติแล้วลองตะโกนเรียกใหม่ แต่ก็เหมือนเดิม เราพยายามตะโกน จนน้ำตาคลออ่ะค่ะ ตอนแรกคิดว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรงแบบตื่นมาแล้วพูดไม่ได้

จนเราได้ยินเสียงเด็กค่ะ เป็นเสียงเด็กหัวเราะแบบสนุกสนาน คล้ายหัวเราเยอะ หัวเราะคนเดียวนะคะ เสียงใกล้เรามากแต่เรามองไม่เห็นนะ ตอนนั้นก็เดาๆเอาว่าโดนผีอำมั้ง แต่เราไม่กลัวนะคะเราโมโหแทน โมโหเสียงเด็กอ่ะ เรามโนเอาว่าเด็กมันต้องหัวเราะเยาะเราแน่ๆที่เราพูดไม่ได้ เราเลยตั้งสติค่ะ ค่อยๆหายใจเข้า-ออก พุทธ โธ ไปแป๊บนึง แล้วก็ลองรวบรวมสติตะโกนเรียก “ยายยยยยยยยยย” เห้ยเรามีเสียงแล้วค่ะ ยายเราได้ยินก็ขานรับ แล้วก็ขึ้นมาหาเรา เปิดประตูห้องนอน เปิดไฟ แล้วถามว่าเป็นอะไร เราตอบไปว่าโดนผีอำ! ยายตอบกลับมาว่า ไม่มีหรอกผีอ่ะ แล้วก็ปิดไฟ ปิดประตู ทิ้งเรานอนอยู่คนเดียว แต่เราก็นอนต่อนะคะ ไม่ได้กลัวอะไร เพราะเสียงนั้นมันหายไปหมดแล้ว

เหตุการณ์ต่อมา คืนนั้นเรานอนหลับกับยายปกติ แล้วก็ฝันว่าเราปวดฉี่แล้วปลุกยายให้ลงไปเข้าห้องน้ำข้างล่างเป็นเพื่อน (ชั้น2ไม่มีห้องน้ำ) ยายก็ลุกไปเปิดประตูห้องนอน พอเปิดออกมาก็เจอแม่กำลังจะลงไปเข้าห้องน้ำเหมือนกัน เราสามคนพากันลงไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นก่อนขึ้นข้างบนแม่เราก็เดินไปเปิดประตูหลังบ้านมองดูอะไรสักอย่างแล้วก็เดินกลับเข้ามา หลังจากนั้นเราก็ตื่นขึ้นมาจริงๆค่ะ เพราะปวดฉี่ แล้วเราก็ปลุกยาย เปิดประตูออกมาเจอแม่ ลงไปข้างล่างเข้าห้องน้ำ แล้วแม่ก็เดินไปเปิดประตูหลังบ้านมองๆอะไรไม่รู้แล้วก็ปิดประตู เหตุการณ์ต่างๆดำเนินไปตามที่เราฝันเป๊ะเลย เรางงมาก แต่ก็ไม่สนใจอะไร เพราะง่วงนอนมาก รีบขึ้นไปนอนแล้วหลับไป ตื่นมาก็ไม่ได้สนใจอะไร เหตุการณ์นั้นก็ผ่านไปค่ะ

หลังจากนั้นไม่นานเราแยกห้องนอนกับยาย เราไปนอนห้องที่ยังว่างอยู่ เป็นห้องที่อยู่ด้านหลังของตัวบ้าน สภาพในห้องจะมีกระดาษลายๆติดที่ผนังห้องฝั่งขวาทั้งแถบ เหมือนคนที่ทำเขาคงอยากได้อารมณ์เหมือนติดวอลเปเปอร์ ด้วยความที่กำลังโตเป็นสาว เลยอยากได้ห้องนอนสวยๆ ตกแต่งน่ารักๆ เราเลยทำการแกะวอลเปเปอร์นี้ออก และสำรวจไปที่ผนังรอบๆห้องว่ามันมีอะไรไม่สวยงามอีกไหม และมันก็มีสิ่งนั้นจริงๆค่ะ ไม่มีความสวยงามเลย ขวางหูขวางตาเรามาก มันเป็นแผ่นกระดาษเก่าๆ เลอะฝุ่นจนดำ ขนาดใหญ่ประมาณฝ่ามือ ถูกติดอยู่ที่มุมๆหนึ่งในห้อง อยู่ด้านบนเกือบถึงเพดาน พอเราเห็นเข้าก็รีบหาเก้าอี้เลยค่ะ ปีนขึ้นไปแล้วเอาไม้บรรทัดเหล็กแงะๆมันออกมา พอแงะเสร็จก็เอามาดูว่ามันคืออะไร ปรากฎว่ามันคือ “แผ่นยันต์” ค่ะ คือมันเก่ามากจนแทบจะไม่เห็นสีแดงเลย ในใจก็คิดว่า “ใครมันบ้าเอายันต์มายัดไว้ตรงนี้วะ”

หลังจากนั้นเหตุการณ์แปลกๆก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เราฝันอีกแล้วค่ะ ฝันว่าเราตื่นนอนแล้ววิ่งลงบันได พอไปถึงช่วงพักบันได เราได้ยินเสียงแม่ตะโกนถามว่า “กินข้าวเหนียวหมูปิ้งไหมมม” เราตอบแม่ว่า “กินนน” จากนั้นเราก็ตื่นขึ้นมาค่ะ เราคิดว่าเราคงหิวเลยฝันแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมันก็ไม่มีอะไรให้น่าสนใจเลย จากนั้นเราก็ลุกจากที่นอนทันที เพราะมันเช้าแล้วเราก็วิ่งลงไปข้างล่างตามปกติ พอถึงช่วงพักบันได เราได้ยินแม่ตะโกนว่า “กินข้าวเหนียวหมูปิ้งไหมมม” แล้วเราก็ดันตอบแม่ว่า “กินนน” พอมีสติขึ้นมาได้ถึงกับชะงักเลย มันเหมือนในฝันเป๊ะเลย ตอนนั้นก็ขำๆนะคะ เป็นแบบนี้มา 2ครั้งแล้ว รู้สึกตลกตัวเองที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าจากการฝันได้

ต่อมาวันหนึ่งเราอยู่บ้านกับแม่สองคน แม่นั่งอยู่ข้างล่าง ส่วนเราอยู่ในห้องนอนกำลังเตรียมทำงานส่งคุณครู ตรงนี้ขออธิบายละเอียดนิดนึงนะคะ เรากางกระดาษร้อยปอนด์ออกวางไว้บนพื้น แล้วเอาขวดน้ำที่มีน้ำวางทับไว้ที่มุมๆหนึ่งของกระดาษ ส่วนมุมที่เหลือใช้อย่างอื่นทับไว้ เพราะกระดาษมันงอจากการถูกม้วนมา เราวางกระดาษทิ้งไว้ รอมันหายงอก่อนค่อยทำงาน จากนั้นเราก็ลงไปนั่งเล่นกับแม่ข้างล่างค่ะ ผ่านไปประมาณ 5 นาที เราได้ยินเสียงขวดน้ำล้ม ตึ้งงง เสียงมาจากห้องนอนเรา เราก็เลยคิดว่าขวดน้ำที่วางทับกระดาษไว้มันล้มแน่ๆ เลยรีบวิ่งขึ้นไปดูเพราะกลัวว่าถ้าฝาน้ำปิดไม่สนิทแล้วจะหกใส่กระดาษ แต่สิ่งที่เห็นคือ ทุกอย่างอยู่เป็นระเบียบดี ไม่มีอะไรล้มหรือหล่น เราก็ไม่สนใจอะไรค่ะ ไหนๆขึ้นไปแล้วก็นั่งทำการบ้านซะเลย

หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่นาน สายๆของวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เรานอนหลับอยู่ในห้องนอนแล้วได้ยินเสียงคล้ายไม้แขวนเสื้อหลายๆอันมันร่วงกราวลงมา เราสะดุ้งตื่น เสียงนั้นน่าจะมาจากห้องพ่อกับแม่ เราก็คิดว่าแม่คงจะเอาไม้แขวนเสื้อไปตากผ้าแล้วทำหล่นแน่ๆ เราเลยลุกจากที่นอนแล้วเดินไปห้องพ่อกับแม่ พอเปิดประตูเข้าไปปรากฎว่าในห้องว่างเปล่า ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีไม้แขวนเสื้อที่หล่น เราเดินสำรวจรอบๆห้องก็ไม่มีอะไรหล่นเลย เราเลยเดินลงมาข้างล่างเพราะมั่นใจมากต้องมีคนใดคนหนึ่งอยู่บ้านแน่ๆ พอลงมาถึงชั้นล่างบ้านเงียบมาก ประตูปิดล็อคอย่างดี เราวิ่งไปที่หน้าบ้านก็ไม่เจอรถใครเลย พ่อกับแม่ต้องออกไปทำงานแน่ๆ ( พ่อแม่ทำงานแบบเลือกวันหยุดได้ค่ะ ซึ่งสัปดาห์นั้นเขาไม่ได้หยุดเสาร์ อาทิตย์)

ส่วนยายก็ต้องไปเลี้ยงหลานที่บ้านป้า ( ยายไปเลี้ยงหลานที่บ้านป้าเป็นประจำค่ะ ซึ่งบ้านก็อยู่ในซอยเดียวกัน ) สรุปคือเราอยู่บ้านคนเดียว ตอนนั้นตกใจมาก เพราะตอนตื่นเรามั่นใจมากว่าต้องมีคนอยู่บ้าน จากนั้นเรารีบอาบน้ำ ล็อคบ้านและปั่นจักรยานไปบ้านป้าทันทีค่ะ ไม่กล้าอยู่แล้ว และหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เราก็ไม่เจออะไรอีกเลยมาสักระยะหนึ่ง จนคืนหนึ่งหลังจากที่เราดูรายการประกวดร้องเพลง ( เดอะดาว ) จบแล้ว เราก็ปิดทีวีนอน คือเรามีทีวีในห้องนอนนะคะ สักพักเราได้ยินเสียงหายใจของคนค่ะ หายใจอยู่ข้างๆหูข้างขวา เราก็พยายามเงี้ยหูฟังว่าจริงๆมันคือเสียงอะไรกันแน่แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้

เราเริ่มรู้สึกประหลาดใจนิดๆ แต่ก็คิดว่าไม่น่ามีอะไร ก็เลยเปิดทีวีอีกครั้ง ดูทีวีไปเพลินๆ ก็เริ่มง่วง เราปิดทีวีและกำลังจะหลับ สักพักเสียงหายใจก็มาอีก เราก็งงว่าเอ้า ทำไมเสียงมันยังอยู่ มันคือเสียงอะไรกันแน่ เราก็เลยเปิดทีวีอีกครั้ง เพื่อให้เสียงทีวีกลบเสียงปริศนานั้น แต่เราก็ยังเงี่ยหูฟังอยู่นะคะ ว่ามันยังมีเสียงอยู่ไหม ซึ่งเสียงหายไปแล้วค่ะ เราเลยปิดเสียงทีวีให้เหลือแต่ภาพ เปิดทิ้งไว้แบบนั้นแล้วก็นอนค่ะ แต่!!! เสียงหายใจค่ะมันมาอีกแล้ว มาทางหูข้างขวาเหมือนเดิมเหมือนมีคนมานอนข้างๆอ่ะ เราเลยตัดสินใจตะแคงขวาสะเลยเพื่อให้หูขวาแนบไปกับหมอน จะได้ไม่ได้ยินเสียงอีก แต่!!! สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เสียงค่ะ เสียงหายใจมันเปลี่ยนมาอยู่ด้านซ้าย (เรานอนเตียง 5 ฟุตนะคะ เพราะฉะนั้นเวลานอนจะมีที่เหลือค่อนข้างเยอะ) มันทำให้เราจินตนาการไปว่า สิ่งที่เรามองไม่เห็นอ่ะ มันต้องย้ายมานอนอีกฝั่งหนึ่งข้างๆเราแน่เลย เรากลัวมาก ลุกขึ้นไปเปิดไปทันที มองไปรอบๆห้อง แล้วนั่งตั้งสติฟังเสียงหายใจนั้น แต่มันก็ไม่มีอีกแล้วค่ะ มันหายไปแล้ว

ตอนนั้นจำได้เลยว่าประมาณเที่ยงคืนแล้ว คือง่วงมากอ่ะ ก็เลยตัดสินใจปิดไปนอนอีกครั้ง เสียงหายใจนั้นหายไปค่ะ เรารู้สึกดีขึ้นและคิดไปว่าเราคงหลอนไปเอง แต่!!! ผนังด้านซ้ายของห้องที่เตียงวางติดอยู่ มันมีเงาคนอ่ะ ลักษณะคล้ายเงาผู้ชาย คือตอนนั้นสะดุ้งเลย รีบลุกไปเปิดไฟทันที สิ่งแรกที่ทำคือ เดินหาค่ะ เดินหาของในห้องที่ลักษณะคล้ายๆหัวคน ซึ่งไม่มีเลย จนหันมาเจอสิ่งๆหนึ่ง มันเป็นมุ้งค่ะ เราจะขึงมุ้งไว้4ด้านเหนือเตียงแล้วม้วนๆมุ้งขึ้นไป (วันนั้นไม่ได้กางมุ้งนอนค่ะ) ลักษณะเป็นกลมๆใหญ่ๆ ใกล้เคียงกับหัวคน คล้ายในเงาที่เราเห็น

ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจแล้ว มันต้องเป็นเงาของมุ้งนี่แหระ แต่ด้วยความอะไรก็ไม่รู้ เราอยากพิสูจน์ให้แน่ชัดไปเลยว่ามันเป็นมุ้งที่ม้วนไว้จริงๆ จะได้นอนได้อย่างสบายใจ เราก็เลยเดินไปปิดไฟ จากนั้นเดินมาที่ขดมุ้งอันนั้น เอามือไปจับรอบๆขดมุ้ง เรามองไม่เห็นเงาของมือตัวเองค่ะ คือถ้ามันเป็นเงาของมุ้งจริงๆ เวลาเราเอามือไปจับมันก็ต้องเห็นเงามือเราด้วย แต่เนี่ยมันไม่มีเงามืออ่ะ คือทุกอย่างกำลังจะบอกเราว่า มันไม่ใช่เงามุ้งนะ ทีนี้นอนไม่ได้แล้วค่าาาา ความกลัวเริ่มมากขึ้น ไม่กล้าไปปลุก พ่อ แม่ และยาย เพราะมันดึกแล้ว ไม่อยากรบกวนพวกเขา ก็เลยตัดสินใจเปิดไฟนอนละกัน สว่างๆไว้ จะได้ไม่เห็นเงาอันนั้น

เราบอกกับตัวเองว่าไม่มีอะไรหรอก แล้วล้มตัวลงนอน เราหลับไปค่ะ หลับสนิทเลย จนได้ยินเสียง ตุ๊บ!!! ดังมาก คล้ายๆมีอะไรหนักๆหล่นใส่หลังคาบ้าน เราสะดุ้งสุดตัว เด้งตัวเองลุกขึ้นนั่งทันที หัวใจเต้นแรงมากเพราะความตกใจ มองไปที่นาฬิกาตอนนั้นเวลาประมาณ ตี 1 กว่าๆแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว เพราะแทบไม่ได้นอนเลย เราตัดสินใจหอบหมอน ผ้าห่ม เดินไปเคาะห้องยาย ขอนอนกับยายเลยค่ะ บอกยายไปว่าอยากนอนกับยาย เราเก็บเรื่องทุกอย่างไว้ จนถึงตอนเช้า เราไปถามพ่อ แม่ และยาย ว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรหล่นใส่หลังคาไหม ดังมากเลย

ทุกคนตอบเหมือนกันเลยค่ะว่า “ไม่ได้ยิน” ตกดึกคืนนั้นเป็นคืนที่เรารอคอย เพราะจะไปดูว่าเงาที่คล้ายๆหัวคนนั้น มันยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่แสดงว่าอาจจะเป็นของในห้องเราเอง ที่สะท้อนเงาออกมาคล้ายๆหัวคน แต่แล้วคืนนั้นเงานั้นก็ไม่มีค่ะ ไม่มีอะไรที่ผนังเลย ทั้งๆที่เราไม่ได้ย้ายของ หรือขยับอะไรในห้องนอนเลย ตอนนั้นแปลกใจนะคะ แต่ก็คิดบวกว่า ดีแล้วแหระที่มันหายไป เราได้ไม่ต้องระแวง

หลังจากนั้นไม่นานเราก็ย้ายบ้านค่ะ ซึ่งก็คือบ้านหลังปัจจุบันของเราที่เพิ่งสร้างเสร็จ และบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านของคนที่แนะนำให้เราไปเช่าบ้านหลังนั้น ด้วยความที่เค้าเป็นญาติกับเจ้าของบ้านที่เราเคยเช่า พอมีโอกาสได้คุยกันแม่เราเลยไปเล่าให้เขาฟังว่า ครอบครัวของเราเจอเหตุการณ์แปลกๆจากบ้านหลังนี้นะ คุณลุงก็เลยเล่าว่า “ที่บ้านนี้เค้ามีลูกชายอีกคนหนึ่ง แต่ได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ” เรากับแม่ถึงบางอ้อเลยค่ะ สิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นในบ้าน และเงาผู้ชายที่เราเห็นอาจจะเป็นลูกชายของเจ้าของบ้านก็ได้ แต่เราก็ยังไม่ได้ฟันธง ว่าสิ่งที่เราเจอเป็นผีลูกชายเจ้าของบ้าน เป็นเจ้าที่เจ้าทาง หรือผีอื่นๆกันแน่ และอีกอย่างคือที่บ้านนี้ไม่มีศาลนะคะ ทั้งศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ไม่มีเลย

ทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อในอดีตค่ะ หลังจากย้ายออกมาเราก็ไม่เคยฝันแบบนั้น ไม่เคยโดนผีอำ และไม่เคยเจอกับวิญญาณหรือเสียงหายใจอะไรแบบนั้นอีกเลย ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ