แม่ศรีไพร…ค่ายหลอนแห่งหนึ่งในสระบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ค่ายแห่งหนึ่ง ที่อยู่ในจังหวัดสระบุรี เมื่อประมาณสิบสองปีที่ผ่านมา ช่วงนั้นคุณเต้ยได้ไปเข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายแห่งนี้ ในจังหวัดสระบุรี มีหลายโรงเรียนได้พากลุ่มลูกเสือมาจัดกิจกรรมที่นี่

พอถึงที่ ก็ช่วยกันกางเต้นท์ ตอนกลางคืนมีการจัดกิจกรรมรอบกองไฟ จากนั้นก็เตรียมตัวเข้าเต้นท์นอน กลุ่มของคุณเต้ยมีทั้งหมดประมาณหกคน คิดกันว่าจะไปหาแกล้งพวกโรงเรียนอื่น จึงได้แอบไปเอาเสื้อผ้าของนักเรียนโรงเรียนอื่นไปซ่อน แล้วถือไฟฉายเข้าไปแกล้งหลอกในเต้นท์อื่นๆ แล้วอยู่ๆ เพื่อนของคุณเต้ยที่ชื่อบอส ก็พูดขึ้นมาว่า “มีต้นตะเคียนอยู่ต้นนึง เค้าว่าศักดิ์สิทธิ์กันนักหนา ไปลองของกันดีป่าว”

บริเวณนั่นจะมีต้นตะเคียนต้นใหญ่ มีผ้าสามสีผูกไว้ พร้อมกับชุดนางตะเคียน และมีศาลเก่าๆพิงอยู่ตามใต้ต้นไม้เยอะมาก เหล่าครูอาจารย์ก็ได้เอาข้าวของเครื่องเซ่นมาไหว้อยู่ตรงจุดนั้น คุณเต้ยก็เลยไปเอาชุดนางรำที่แขวนอยู่ตรงต้นตะเคียนมาใส่ และหยิบดาบมาคู่หนึ่ง แล้วร้องเล่นเหมือนลิเก เพื่อนที่อยู่ด้วยกันก็หัวเราะกันสนุกสนาน จึงคิดว่าไปแกล้งโรงเรียนอื่นดีกว่า คุณเต้ยวิ่งไปตามเต้นท์ต่างๆ แล้วให้เพื่อนคอยเปิดเต้นท์ แล้วคุณเต้ยก็วิ่งเข้าไปแกล้ง

แต่น่าแปลกที่เวลาคุณเต้ยวิ่งเข้าไปแกล้ง คนในเต้นท์เหมือนไม่ได้กลัวคุณเต้ย แต่ร้องโวยวายกันแทน เพื่อนจึงบอกว่า พอก่อน ไปหาวิธีอื่นดีกว่า แล้วสักพักคุณเต้ยก็ได้ยินเพื่อนพูดว่า “กำลังจะกลับแล้ว” คุณเต้ยก็ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย หลังจากนั้น เพื่อนก็มาเล่าให้คุณเต้ยฟังว่า หลังจากที่ออกมาจากเต้นท์ของโรงเรียนอื่นกัน ครูของโรงเรียนอื่นๆก็ได้เดินมาถามว่า จัดกิจกรรมอะไรกันเหรอ คุณเต้ยก็ตอบออกไปว่า “ข้าอยู่ของข้าดีๆ พวกเอ็งจะมายุ่งกับข้าทำไม” แต่เสียงของคุณเต้ยฟังคล้ายกับเสียงของผู้หญิง “สาสมแล้วหละ ข้าจะเอาพวกเอ็งไปอยู่ด้วย” ครูก็เดินไปเขย่าตัวของคุณเต้ย แล้วถามว่า “เป็นอะไร” คุณเต้ยก็หมดสติล้มลง หลังจากนั้น ทางผู้อำนวยการของโรงเรียนคุณเต้ย ก็ได้สั่งให้คุณเต้ยและเพื่อนๆที่ก่อปัญหากลับออกไปจากค่าย และให้ครูไปส่งที่บ้าน คุณเต้ยกลับมาถึงบ้าน ก็ยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับทางครอบครัวฟัง เพราะกลัวโดนว่า เย็นวันนั้น สุนัขบ้านของคุณเต้ยเห่าเสียงดังอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ปกติแล้ว มันจะเห่าเฉพาะตอนที่มีคนเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน

คุณเต้ยนอนเล่นเกมอยู่บนเตียง แล้วเผลอหลับ ฝันว่าได้ไปยังสถานที่หนึ่ง เห็นผู้หญิงคนนึง ผมยาว น่าตาสวยมาก อายุประมารยี่สิบกว่าๆ ห่มสไบ แล้วเค้าก็พาคุณเต้ยเดินไปที่หมู่บ้านหนึ่ง มีแต่คนใส่โจงกระเบน ร่างกายสูงใหญ่กว่าคนปกติทั่วไป คุณเต้ยตกใจตื่นมาประมาณตีสองครึ่ง นอนตะแคงไปทางขวา แล้วรู้สึกว่าตัวเองกำลังนอนกอดอะไรอยู่สักอย่าง แข็งๆเย็นๆ แต่มองไม่เห็น เพราะในห้องมืดมาก แล้วเหมือนเส้นผมของผู้หญิง ปลิวมาโดนที่หน้า พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นๆลอยเข้าจมูก คุณเต้ยรู้ขึ้นมาทันทีว่าที่ตนเองกอดอยู่ตอนนี้คืออะไร พยายามจะดึงมือกลับ แต่ก็ขยับตัวไม่ได้ ต้องนอนตัวสั่นอยู่แบบนั้นจนไม่รู้สึกตัว

พอตอนเช้า คุณเต้ยรู้สึกไม่สบาย แล้วเวลาตกเย็นมา ก็จะตัวร้อน มีไข้ ไม่รู้สึกอยากทานอะไรเลย อยากนอนอย่างเดียว แล้วตอนนี้คุณเต้นนอน ผู้หญิงผมยาวคนนั้นจะมาเข้าฝันตลอด แล้วชวนให้ไปอยู่ด้วยกันในฝัน คุณเต้ยถามผู้หญิงผมยาวว่า มาจากไหน เค้าก็ตอบว่า เคยไปมาแล้วไม่ใช่หรอ มาอยู่ด้วยกันเถอะ แล้วคุณเต้ยก็ตกใจตื่น เพราะคุณแม่เรียกไปโรงเรียน แต่คุณต้นรู้สึกเพลียมาก คุณแม่ก็ทักว่าทำไมหน้าตาดูคล้ำๆ

คุณเต้ยจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณแม่ฟัง คุณแม่จึงรีบพาคุณเต้ยไปหาร่างทรงของเจ้าพ่อหลักเมือง ท่านก็ทักขึ้นมาว่า “เจอดีแล้วมั้ยหละ เอ็งไม่ถึงยี่สิบหรอก ถ้าทำตัวแบบเนี่ย” คุณแม่จึงถามว่ามีวิธีแก้มั้ย ร่างทรงบอกว่า ผู้หญิงที่ตามมา เป็นเจ้าแม่ตะเคียน ลอยมาจากแม่น้ำป่าสัก ชาวบ้านจึงช่วยกันดึงขึ้นมา แล้วนำมาตั้งไว้ที่คุณเต้ยไปเข้าค่ายกัน แล้วตั้งชื่อว่าศาลเจ้าแม่ศรีไพร หลังจากนั้น คุณเต้ยก็รู้สึกเบลอๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ตอนนอนผู้หญิงผมยาวก็มาเข้าฝันบอกว่า จะไล่กันใช่มั้ย ไม่รักกันแล้วใช่มั้ย ตอนนั้นใจของคุณเต้ยรู้สึกชอบผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาบ้าง ระยะหลัง ผู้หญิงผมยาวมาหาคุณเต้ยทุกคืน ที่ไม่ใช่ในความฝัน คุณเต้ยเองก็รู้สึกรักผู้หญิงคนนี้มาก จนไม่ยอมออกจากห้องไปไหน คุณแม่จึงไปปรึกษาครูบาท่านหนึ่ง ท่านมาจากจังหวัดอุดรธานี เป็นพระธุดงค์

ท่านก็เลยมาทำพิธีให้ เป็นพิธีตุ๊กตาตัวแทน แต่ผู้หญิงผมยาวก็ไม่ยอม คุณแม่จึงขอว่า ให้ลูกชายเรียนจบก่อนได้มั้ย ตั้งแต่นั้นมา คุณเต้ยก็ไม่เคยเจอผู้หญิงผมยาวอีก แต่ก็ไม่เคยสมหวังในความรักเลย เวลามีแฟนก็จะมีเรื่องต้องให้เลิกลากันไปทุกครั้ง และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด