เค้าตามมา….จากห้องชันสูตร

สวัสดีค่ะ… นี่เป็นกระทู้แรกของเรา เรื่องราวอาจไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่เราภูมิใจที่อยากจะนำเสนอในมุมแปลกๆ ที่เราเคยเจอ ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้นะคะ*** ขออภัยไปยังสถานที่ บุคคล ที่เราได้กล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ที่อยากทำงานด้านจิตอาสา

เมื่อประมาณต้นปี 57 เราได้มีโอกาสเข้าไปบริจาคโลงศพ ที่สถานที่แห่งหนึ่งในกทม. เราอยากให้พี่เจ้าหน้าที่พาเราเข้าไปดูศพเพื่อเป็นการปลง. (ปกติเราคนกลัวผีมาก) แต่วันนั้น นึกอย่างไรไม่รู้ เอ่ยปากขอพี่เจ้าหน้าที่ว่าอยากมาช่วยแต่งหน้าศพ!! พี่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิเสธค่ะ เพราะเข้าใจเจตนาของเราดี เราเริ่มทำตั้งแต่นั้นมาโดยไม่เคยมีเหตุการณ์ใดๆ ปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม. ช่วงเที่ยง-บ่าย จากนั้นเราก้อเข้าออฟฟิศ ไปทำงาน

ช่วงแรกพี่เจ้าหน้าที่ให้เราช่วยแค่แต่งหน้า หลังจากที่เค้า ผ่า-เย็บ ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย แต่พอไปบ่อยๆ เข้า พี่ๆ เค้าให้เราเลื่อนตำแหน่งค่ะ 555 ไปเป็นคนช่วยสระผม อาบน้ำ แต่งตัว และแต่งหน้า (ฉะนั้น แน่นอนว่าเราต้องเห็นผู้เสียชีวิตทุกท่านในสภาพที่ไม่ชวนมอง ) แรกๆ ทำไป ไม่เคยเจออะไรแปลก ๆ มีแค่กลิ่น ที่ตามมา พอขึ้นปีที่ 2 (ต้นปี 58) จำได้เลยว่าเป็นศพเด็กอายุประมาณ 1 ขวบ เสียชีวิตจากปอดบวม จนกระทั่งเสียชีวิต เราแต่งตัว ทาแป้งให้น้องค่ะ แต่วันนั้นเรารู้สึกสงสารน้องจับใจ และคิดในใจว่า น้องมีบุญน้อย ถ้าอย่างไรขอให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ถ้ามีบุญกับพี่ ก้อมาเกิดเป็นลูกพี่ได้นะ (ตอนนั้นคิดนะคะ)

หลังจากเสร็จงาน วันนั้น กลับคอนโด ระหว่างทางเจอเด็กๆ เล่นกันอยู่ เราก็เดินปกตินะ เด็กคนนึงมองหน้าเรา อีกคนมองตาม และก็ยิ้ม (ปกติเราหน้าโหดค่ะ เด็กไม่ค่อยกล้าสบตาเรา 555) แถมยังเดินตามมาอีกจนเกือบถึงหน้าลิฟท์ เราก็ยังไม่คิดอะไรค่ะ จนกระทั่งเข้าลิฟท์ มีคุณแม่อุ้มลูกเข้ามาในลิฟท์ เด็กน้อยคนนั้น มองเราตาไม่กระพริบเลยค่ะ (ไม่รู้ว่าแกเห็นอะไร ) เราเริ่มเอะใจ นึกถึงเด็กที่เราแต่งตัวให้เมื่อกลางวัน คืนนั้น เพื่อนมานอนห้องเราค่ะ กลางดึกเค้าลุกไปเข้าห้องน้ำ โดยไม่เปิดไฟในห้อง หรือไฟห้องน้ำ เพราะห้องเราถ้าไม่ปิดม่านจะสว่างเห็นได้หมด

ระหว่างที่เค้านั่งทำธุระอยู่ (สลึมสลือ เหมือนคนตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดีกอ่ะคะ) พอเค้าใกล้เสร็จธุระ ลืมตาขึ้นมา (แบบสลึมสลือนะ) เค้าเห็นเงาดำๆ เป็นเด็กผู้ชายค่ะ นั่งในท่าคุกเข่าอยู่ที่มุมสุดของพื้นห้องน้ำ มองเค้าอยู่ !! เค้าตัวสั่น และรีบเดินมานอนข้างเรา และเล่าให้เราฟังว่าเค้าเจออะไร (เราไม่ได้เล่าให้ฟังเรื่องของวันนี้ ที่เราไปมา เพราะเค้ารู้อยู่แล้วว่าเราไปที่นั่นบ่อยมาก ) เราไม่พูดอะไรค่ะ บอกเค้าว่าแค่ตาฝาดม้ง แต่ในใจเรารู้ทันทีว่าต้องเป็นน้องคนนั้นแน่เลย

จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น เรากับเพื่อนก็ลงลิฟท์ไปทำงานด้วยกันปกติ อีกแล้วค่ะ แม่อุ้มลูกเข้ามา เด็กเล็กประมาณ 6 เดือนได้ (แต่ไม่ใช่คนเดิมนะ ) คอนโดเรามีเด็กเยอะ มองเราอีกแล้วค่ะ ทีนี้มองเราแล้วเล่นใหญ่เลย ยิ้มและพูดอ้อแอ้ๆ ไปด้วย ทั้งๆ ที่เราแค่ยิ้มให้น้องเพราะเห็นเค้ามองเรา ตาไม่กระพริบ
ชัดเลยค่ะ น้องคนนั้นแน่เลย สงสัยแกคงตามเรามา เราเลยอธิฐานในใจ บอกให้เค้ากลับไปหาแม่ ป่านนี้แม่เค้าคงจะเดินทางมาติดต่อรับศพน้องแล้ว
หลังจากนั้น เหตุการณ์แบบนี้ก็ค่อยๆ หายไปค่ะ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราแวะเข้ามาทำหน้าที่ปกติในยามว่างค่ะ

โดยปกติเราจะช่วยงานไปโดยไม่คิดอะไรนะคะ
วันนั้น เราแต่งหน้า-ทำศพ ให้พี่ผู้หญิงท่านนึง (ขออภัยพี่ด้วยนะคะที่หยิบเรื่องพี่มาเล่า) แกอ้วนมาก .. อ้วนจนแกนอนเลยรถเข็น (นึกสภาพรถเข็นศพออกใช่มั้ยคะ ) เราก็แอบคิดในใจว่า พี่เป็นอะไรจึงเสียชีวิตนะ หรือแกอาจมีโรคประจำตัว เราก็แอบมองท่อนแขน ท่อนขาพี่เค้าเพราะใหญ่มากค่ะ (อันนี้นิสัยเราไม่ดีนะ) แต่หนูจะแต่งพี่ให้สวยที่สุดนะคะ

จิตอาสาเสร็จค่ะ วันต่อมาไปทำงาน ขออธิบาย ที่จอดรถของเราที่ออฟฟิศนะคะ เราได้ที่จอดแบบชิดกำแพงตึก หน้าเรามีกำแพง หลังเรามีเสาปูน เพราะงั้นเวลาเราจะเข้าจอด เราต้องหักหลายทีใช่มั้ยคะ … เราก็หักรถเข้าจอดปกติค่ะ แต่วันนี้รู้สึกตั้งลำ ยากแฮะ (เราขับรถมา 10 ปีแล้วนะ) จังหวะที่เราเผลอเหยียบคันเร่งแรงค่ะ รู้สึกตัวว่าเหยียบเบรคทัน แต่ช่วงเบรครู้สึกว่ารถหยุด !! แต่มันหยุดแปลกๆ เหมือนชนวัสดุอะไรสักอย่าง ที่นิ่ม ๆ เด้งๆ เหมือนฟูกหรือที่นอน เพราะรถมันเด้งกลับแบบเด้งๆ อ่ะค่ะ บรรยายไม่ถูก แว้บนึงเราโล่งใจแต่แอบสงสัย

ทำไมมันหยุดแบบนี้ ยังถอยไม่เสร็จค่ะ ถอยหลังอีกรอบ คราวนี้ถอยทับอะไรบางอย่าง ลักษณะเป็นท่อนๆ นิ่ม ๆ ใหญ่กว่ากระบอกข้าวหลามเบอร์ใหญ่สุดเลยค่ะ มีจังหวะรถยกขึ้น และลง เหมือนเราทับวัสดุท่อนๆ ยังงั้นเลย … เราก็ใจเสียแล้ว แต่สุดท้ายถอยรถเสร็จ จอดรถลงมาก้มๆดู ว่าเราทับอะไร ไม่มีอะไรสักชิ้นเดียว!!! เดินดูหน้ารถ รอบๆ ไม่มีอะไรที่เราชนแล้วนุ่มๆ … เรานึกถึงภาพร่างกายพี่สาวคนนั้นได้ชัดเจนเลย ก็เลยเอ่ยปากขอโทษ และขอบคุณที่มาส่ง แถมยังช่วยไม่ให้รถชนเสาอีก

ชายท่านนึง สภาพร่างกายปกติค่ะ แต่ที่ปากของพี่เค้าฉีก และต้องใส่หน้ากากอนามัยปิดไว้เพื่อให้ญาติไม่สะเทือนใจมากเมื่อมารับศพ  เราก็แต่งหน้าแต่งตัวให้พี่เค้าในชุดสีน้ำตาลที่เค้าใส่ ในใจก็อธิฐานด้วยความสงสาร ที่เค้าต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ เสร็จงานก็ขับรถเข้าออฟฟิศ ตลอดเวลาตั้งแต่เราขับรถ เราได้กลิ่นเหม็นๆ ตลอด  ก็ยังไม่เอะใจอะไร เพราะปกติจะติดเสื้อผ้า มาบ้างอยู่แล้ว สักพักก็คงหาย แต่วันนี้หนักกว่า ทุกๆที ที่ไปมา คือ เหม็นจนเรารู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา จนเข้าออฟฟิศ พยายามนั่งทำงานตามปกติ ก็ยังได้กลิ่นนั้นอยู่ เลยเดินไปปรินซ์งานที่เครื่องปรินซ์อีกฝั่งนึงห่างจากโต้ะ

พอเปิดตู้เอกสาร
แทบจะอ้วกเลยค่ะ กลิ่นประทะเข้ามาเต็มจมูก จนอยากจะอาเจึยน คือปกติกลิ่นตู้ที่เก็บพวกกระดาษ จะมีกลิ่นแบบกระดาษๆ แต่วันนี้ กลิ่นเหม็นเน่าคาวเลือดมาก ใจคอเริ่มไม่ดีแล้วค่ะ นึกย้อนไปว่าวันนี้เราคิดลบหลู่หรือคิดอะไรไม่ดีกับร่างไร้ชีวิตเหล่านั้นหรือเปล่า  แต่ก็นึกไม่ออก เลยเดินลงลิฟท์ไปสูบบุหรี่ (อันนี้ไม่ดีนะคะ) พอสูบเสร็จ ปกติทุกๆ ครั้งที่เข้าลิฟท์มา เราก็จะได้กลิ่นบุหรี่ที่ตัวเราแรงมาก แต่วันนี้กลิ่นบุหรี่แทบไม่มีติดตัวเลย ทั้งในจมูก ในลิฟท์ มีแต่กลิ่นคาวเลือด คละคลุ้งไปหมด จนเราใจเสีย

เข้ามาในออฟฟิศแม่บ้าน เค้าเป็นคนมีเซ้นส์พวกนี้ ค่ะ เห็นอะไรที่เราไม่เห็นได้ตลอด เค้ารีบเดินปรี่มาหาเราด้วยสีหน้าตื่นๆ  แม่บ้าน : คุณคะ ๆๆๆ คุณไปทำจิตอาสามารึเปล่าค่ะ เรา : ค่ะ พี่มีไรเหรอคะ แม่บ้าน : วันนี้คุณแต่งตัวให้ผู้ชาย ผอม ๆ ใส่เครื่องแบบอะไรสักอย่างมั้ย ชุดสีน้ำตาล ๆ  เรา : หน้าตาตื่น !! ( ปกติจะไม่เล่าให้ใครฟังเวลาไปมา )

ค่ะพี่ มีคนนึง ทำไมเหรอ แม่บ้าน : ดิฉันเห็นค่ะ เค้าเดินตามคุณมาตั้งแต่คุณออกจากลิฟท์ หน้าตายิ้ม ๆ เหมือนใจดี  เรา : ห๊ะ !!! ตามมา ?? แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหนคะ แม่บ้าน : เค้ายืนอยู่หน้าประตูค่ะ ยืนยิ้มให้ เรา : ____________ เราก็เลย พนมมือ คิดในใจ พี่เค้าอาจจะมาส่งเรา ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง ขอให้พี่ไปสู่ภพภูมิที่ดี และขอให้พี่กลับไปรับส่วนกุศลที่ญาติร่วมทำไปให้พี่นะคะ หลังจากนั้น เราก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย อาการพะอึดพะอม ก็หายไป

นอกเหนือจากการเข้าไปทำจิตอาสา บางครั้งก็จะจัดกิจกรรม เป็นตัวแทนบอกบุญแก่เพื่อนๆ คนรู้จัก รับบริจาคเงินไปซื้อผ้าดิบ และโลงศพ ให้แก่สถานที่อื่นๆ เป็นประจำค่ะ เพราะเราเชื่ออยู่เสมอว่าการทำบุญกับผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด หรือ รูปแบบใด มักจะมีสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ มาคอยปกป้องคุ้มครองเรา ให้แคล้วคลาด ปลอดภัยอยู่เสมอ เป็นบุญกุศลอันใหญ่หลวงของเรา … ซึ่งเป็นความเชื่อของเรานะคะ อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคลค่ะ