กอดสุดท้าย!!

ช่วงเย็นของทุกๆวัน ผมกับเพื่อนๆ 5-6 คน จะพากันไปเตะตะกร้อที่โรงเรียนของตำบลทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน ผมไปรอเพื่อนๆอยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้เวลา 17.30 น. เพื่อนผมคงกำลังมากัน ผมก็เดินเล่นไปพลางๆ สายตาไปสะดุดเข้ากับบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างเก่าเพราะไม่มีคนอยู่มานาน วันนี้มีป้ายเขียนว่า “ขายด่วน” ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ติดป้ายไว้

ผมเดินไปยืนดูใกล้ๆ แล้วเดินออกมา ยืนเดาะตะกร้อเล่นฆ่าเวลา เดาะไปเดาะมามันเท้าไปหน่อยเผลอเตะเข้าเต็มแรงตะกร้อพุ่งเข้าไปในบ้านหลังเมื่อกี้ ผมรีบปีนกำแพงเข้าไปคิดว่าคงไม่เป็นไรไม่มีใครอยู่นี่นา ผมวนๆหาตะกร้ออยู่นานแต่หาไม่เจอ หันซ้ายหันขวา ตัดสินใจแอบเข้าไปในบ้านทางหน้าต่าง ในบ้านมืดมาก ผมเดินไปเข้าหาตะกร้อ ค่อยๆเดินไป
เจอโต๊ะเก่าๆวางอยู่กลางบ้าน บนโต๊ะมีปืนพก 1 กระบอกสภาพเก่าวางอยู่ ด้วยความอยากรู้ผมจึงหยิบปืนนั้นขึ้นมา ทันใดนั้นเองผมได้ยินเสียงกระซิบเบาๆที่ข้างหู พร้อมลมพัดมาเบาๆ

“หลับตาลง หลับตาลง หลับตาลง” เสียงนี้ทำให้ผมเคริ้ม ผมก็หลับตาลงตาม

“อย่าเกร็ง อย่าเกร็ง ปล่อยตัวให้สบาย ปล่อยตัวให้สบาย”

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมควบคุมสติไม่ได้ ร่างกายทำตามเสียงกระซิบไปหมด แล้วมือข้างที่ผมถือปืนอยู่ก็ค่อยๆยกขึ้นเองโดยที่ผมไม่ได้บังคับ มือนั้นหันกระบอกปืนมาทางผม แล้วเริ่มโน้มเข้าหาผม ผมพยายามเกร็งข้อมือให้มันหยุด แต่มันไม่หยุด ยังโน้มเข้าหาผมอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ปากกระบอกจ่อเข้าใกล้ขมับผมทุกทีๆแล้ว “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยผมด้วย” ผมได้แต่ตะโกนในใจ เปร่งเสียงไม่ออก

ผมต่อสู้กับอาการประหลาดในตัวผม จนเริ่มเหนื่อย เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นเต็มใบหน้า และแล้วนิ้วชี้ข้างที่ถือปืนก็กำลังค่อยๆเหนี่ยวไกปืน ผมเกร็งข้อมือสุดชีวิต แต่ทำยังไงมันก็ไม่หยุด ผมสู้แรงมันไม่ได้ ผมจะต้องตายจิงๆใช่ไหมเนี่ยยยยยยยยยยย

“ปัง ปัง ปัง ปัง” ไอ้กันต์ๆๆ (เสียงเพื่อนผมเคาะประตูดังมาจากข้างนอก) ผมหลุดจากอาการประหลาดเมื่อกี้ทันทีที่ได้ยินเสียงเพื่อน ผมยืนอยู่ในท่าที่ถือปืนจ่อขมับตัวเอง ผมตั้งสติได้ผมรีบโยนปืนทิ้งทันที แล้วรีบวิ่งออกไปหาเพื่อน

“เฮ้ย มึงเข้าไปทำไรในบ้านนี้วะ พวกกูมาไม่เจอมึงเลยถามพวกเด็กๆ มันบอกเห็นมึงปีนเข้ามาในบ้านนี้” เพื่อนยิงคำถามใส่ทันทีที่เจอผม

“กล้าเข้ามาได้ไงวะคนเดียว บ้านหลังมันมีประวัติมึงไม่รู้หรือ”

“โครมมมมมมม” เสียงของในบ้านหล่น พวกผมพากันเผ่นแนบ พอปีนข้ามกำแพงบ้านไปได้ ผมหันไปมองบ้านนั้นอีกครั้ง จะว่าตาฝาดก็ไม่เชิงเพราะมันแว๊บเดียว ผมเห็นดวงตา 1 คู่ มองมาจากช่องลมใต้หลังคา