บทสวดที่ขาดหายไป นะโมตัสสะ…แล้วภะคะวะโต หายไปไหนล่ะไอ้หนู…!

สำหรับเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่เกิดกับผมในช่วงก่อนบวชนะครับ ช่วงที่เรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากจบ ม.6 เด็กอยุธยาก็เข้ามาเรียนที่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางพลี ผมเรียนที่นี่ตั้งแต่ซัมเมอร์ครับ ตอนนั้นก็มีกลุ่มเพื่อนจากโรงเรียนเดียวกันมาเรียนอัก 8 คน ต่างคณะกันไป ซึ่งนักศึกษาใหม่ทุกคนต้องอยู่หอในของมหาลัยก่อน อย่างที่บอกตอนนั้นเป็นช่วงซัมเมอร์ครับ เด็กใหม่น้อยมาก ประกอบกับหอในอีกฝั่งกำลังสร้างอยู่ (ปัจจุบันเป็นหอหญิงล้วนครับ ) หอในที่นี่จะเป็นรูปตัวแอล มีเสาแดงอยู่ตรงกลางเยื้องๆทางเข้า (รู้เลยที่ไหน) ว่ากันว่าเสานี้สร้างเพื่อสะกดวิญญาณ เพราะที่หอในแห่งนี้เป็นป่าช้าเก่า (อันนี้ไม่รู้จริงรึเปล่านะครับ)

มาเข้าเรื่อง… ผมก็เข้าพักที่หอในแห่งนี้ ซึ่งตอนนั้นมีการปรับปรุงหอครั้งใหญ่ครับ หอในจะมีคนอยู่แค่ตึกเดียว และชั้นเดียวคือชั้น 3 และ 4 ผู้หญิงจะอยู่ชั้น 3 ผู้ชายจะอยู่ชั้น 4 หอในตอนนั้นจะเป็นห้องเล็กๆ มีเตียง 2 ชั้น 2 เตียง นอนได้ 4 คน มีห้องน้ำรวมอยู่ทาง 2 ฝั่งของห้อง จากเด็กที่ไม่เคยห่างบ้าน ตอนแรกนี่โคตรว้าเหว่ เพื่อนก็อยู่คนละคณะ อยากกลับบ้านมาก แต่ดีมีรุ่นพี่ร่วมห้องอีก 1 คน เป็นคนอยุธยาเหมือนกัน ผมเป็นคนมีเซ้นส์อยู่แล้ว ก็ลองเดินทั่วๆ หอ บอกตรงๆ โคตรกลัว มันมีหลายอารมณ์ในตอนเดียวครับ มันรู้สึกเศร้า เหงา หดหู่มากๆ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาบริเวณหอ

คืนแรกมีการรับน้องหอ ก็ไม่มีอะไรครับ เหมือนเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมหอเฉยๆ หลังจากรับน้องและประชุมกันเสร็จก็อาบน้ำกันครับ ขอบรรยายลักษณะห้องน้ำหน่อย คือเป็นห้องน้ำที่ฝั่งหนึ่งเป็นโถฉี่ผู้ชายครับ อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นห้องอาบน้ำ ผมก็อาบน้ำครับ อาบไปสักพักก็เห็นคราบแดงๆ ไหลไปตามประตู ผมนี่กรี๊ดลั่น สักพักก็มีเสียงหัวเราะดังลั่น ใช่แล้วครับ เพื่อนผมมันเอาน้ำแดงราดไว้บนประตูแล้วพากันหัวเราะ หัวใจจะวายตอนนั้น พออาบเสร็จก็แยกย้ายเข้าห้องนอน คืนนั้นนอนไม่หลับครับ นอนยังไงก็ไม่หลับ สักพักก็ปวดฉี่ก็ลุกมาเข้าห้องน้ำคนเดียว แล้วเรื่องสยองก็เริ่มต้นตรงนี้ครับ ในคืนแรกเลย

ผมก้าวข้ามประตูห้องน้ำ มือขวารูดมือซ้ายควักเจ้าหนอนน้อยออกมาเพื่อฉี่ ยังไม่ทันเบ่งครับ น้ำจากฝักบัวห้องอาบน้ำด้านหลังไหลออกมาเหมือนมีคนเปิดสุด ผมเริ่มใจคอไม่ดี ยังไม่ทันหันกลับมาดูเจ้าหนอนน้อย โถฉี่ริมสุดของห้องก็ดัง โครกกก… โถต่อมาก็ โครกกก… เรียงกันมาจนจะถึงโถผม เท่านั้นแหล่ะครับ ไม่คิดอะไรแล้ว ด้วยความกลัวว่าประตูห้องน้ำใหญ่จะปิดเหมือนในหนังผี ผมนี่รีบวิ่งกลับห้องตัวเองอย่างไว เจ้าหนอนน้อยได้ออกมาสู่โลกกว้างก็วันนี้แหล่ะครับ ไม่มีเวลาเก็บ พอไปถึงผมก็ปิดประตูห้องดังปัง! ยืนหอบอยู่ตรงประตู จนรูมเมทรุ่นพี่ที่ห้องตื่นแล้วถามว่าเป็นอะไร ผมบอกว่าผมเจอผี ฝักบัวกับโถฉี่ได้เปิดเอง แล้วขอร้องให้ไปฉี่เป็นเพื่อนหน่อย เมทรุ่นพี่เองก็กลัวเหมือนกัน แต่ด้วยความสงสารก็ไปเป็นเพื่อนผม แต่เข้าห้องน้ำอีกฝั่งหนึ่งของตึก คืนแรกเป็นการรับน้องได้โหดพอสมควรนะครับ หลังจากคืนแรกผ่านไป เรื่องของผมก็ดังพอสมควร ทุกคนรู้จักผม แล้วรุ่นพี่ก็นัดประชุมกันในคืนที่ 2 และ 1 ในเรื่องที่ประชุมกันคือเรื่องผี…การประชุมได้ดำเนินไปจนเข้าเรื่องของผม รุ่นพี่ในหอตอนนั้นมีประมาณ 5-6 คน ผมจำไม่ได้ โดยผลัดกันเล่าเรื่องผีที่ตัวเองเคยเจอมาในหอแห่งนี้เพื่อปลอบรุ่นน้อง… (ใช่เหรอ)

คนที่ 1. เรื่อง…บทสวดที่ขาดหาย

พี่คนที่ 1 ก็ได้เล่าว่า ตอนนั้นห้องแกมีกันอยู่ 3 คน 2 คนนอนเตียงอีกฝั่ง อีกคนนอนอีกฝั่ง นั่นก็คือพี่แกนั่นแหละ โดยพี่แกนอนชั้นล่างของเตียงแล้วเอาพวกเสื้อผ้ามาแขวนไว้กับราวชั้น 2 ของเตียง คืนนั้นเป็นคืนวันลอยกระทงครับ เพื่อนแก 2 คน ยังไม่ขึ้นมานอน แกนอนอยู่คนเดียวจนกลางดึกแกได้ยินเสียงคนเดินในห้องครับ แต่แกไม่สนใจคิดว่าเพื่อนแกคงกลับมาแล้ว แต่แกต้องแปลกใจ เพราะเสียงนั้นเดินมาที่เตียงแกแล้วเหมือนจะขึ้นไปบนเตียงชั้น 2 เนื่องจากมีการโยกของเตียง แกก็ไม่เอะใจเท่าไหร่ คงคิดว่าเพื่อนแกคงอยากเปลี่ยนที่นอน แต่ความคิดนั้นจบลงครับ เมื่อเสื้อผ้าที่แกแขวนไว้ค่อยๆถูกแหวกออก ใบหน้าของชายชราหน้าหนึ่งค่อยๆ โผล่เข้ามาตรงที่แกนอนทีละนิด พี่แกทำอะไรไม่ถูกครับ ได้แต่สวดมนต์ซ้ำๆ วนไปวนมาว่า…“นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ…” พร้อมกับหลับตาปี๋ จนผ่านไปสักพักมีเสียงกระซิบข้างๆ หูแกว่า…“ภะคะวะโต ไปไหนล่ะไอ้หนู…!”

คนที่ 2. เรื่อง…หญิงสาวในห้องน้ำชาย

วันนั้นเป็นช่วงซัมเมอร์ของปีที่แล้วแกติด 0 อยู่ แกต้องแกตอนซัมเมอร์ ช่วงนั้นเป็นซัมเมอร์ที่คนน้อยมาก หอในดูเงียบและวังเวงมาก เย็นวันนึง แกได้ยินเสียงไก่ขัน ขันตอนหกโมงเย็น สลับกับเสียงหมาหอนกันระงม แกก็แปลกใจอยู่อย่างหนึ่งคือ วันนั้นเป็นวันที่มืดเร็วมาก หกโมงเย็นมืดสนิท แกก็กินข้าวใต้หอแล้วขึ้นไปบนห้องตามปกติ โดยที่เสียงหมาหอนยังคงไม่หยุด จนค่ำแกก็เข้าอาบน้ำ ตอนนั้นแกบอกห้องข้างๆ มีเสียงคนอาบน้ำอยู่แกก็อุ่นใจ ก็อาบไปสักพักก็ได้ยินเสียงกรีดร้องครับ…เป็นเสียงผู้หญิงกรีดร้องแบบทรมาน แกก็ ‘เฮ้ย! นี่ห้องน้ำผู้ชาย แล้วผู้หญิงเข้ามาได้ยังไง มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า’ แกก็รีบวิ่งออกมาดูตามเสียงนั้น เปิดประตูเข้าไป

ภาพที่แกเห็นเป็นผู้หญิงในชุดนักศึกษานุ่งกระโปรงทรงเอ หว่างขามีเลือดออกมานองเต็มพื้น แกบอกแกตกใจมากเลยวิ่งออกไปตามคนมาช่วย แกไปเจอแม่บ้านคนนึงครับ แกเลยตามมา พอทั้ง 2 มาถึงก็ไม่พบผู้หญิงคนนั้นแล้ว ไม่พบแม้แต่รอยเลือด แม่บ้านเลยถามว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ เค้าเลยบอกวันที่ 29 กุมภาพันธ์ แม่บ้านเลยบอกว่า อ่อ เมื่อ 2 ปีก่อน ชั้นนี้เคยเป็นหอหญิงมาก่อน แล้วมีนักศึกษาคนหนึ่งไปทำแท้งมาแล้วตกเลือดเสียชีวิตในห้องน้ำ วันนั้นแม่บ้านช่วยกันทำความสะอาด แต่คราบเลือดล้างยังไงก็ล้างไม่ออก จนต้องปล่อยไปเลยตามเลย ช่วงแรกๆ แม่บ้านโดนหลอกกันทุกคน จนไม่มีใครกล้ามาทำความสะอาดชั้นนี้หลังหกโมงเย็นกันเลย ไม่นึกว่าน้องเค้าจะยังอยู่…

คนที่ 3. เรื่อง…ห้องน้ำผีสิง

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ห้องน้ำแห่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังอยู่หรือไม่ เป็นห้องน้ำอยู่บริเวณเยื้องประตูเล็ก ทางเข้าสู่มหาลัยในตอนนั้น ปกติห้องน้ำแห่งนี้จะไม่มีใครเข้าครับ เพราะมีข่าวมาว่าเคยมีนักศึกษาเสียชีวิตในห้องน้ำนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นการฆาตกรรมหรือเปล่า บางข่าวว่ามีการฆ่าข่มขืนนักศึกษาคณะหนึ่ง บางข่าวว่าเกิดการทะเลาะกันของคู่หนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน และผมเองเมื่อไปถึงมหาลัยครั้งแรกก็เคยใช้ห้องน้ำแห่งนี้เหมือนกัน เพราะไม่รู้ประวัติ รู้แค่ว่าเมื่อเข้าไปห้องน้ำค่อนข้างใหม่ครับไม่สกปรก แต่มีคราบน้ำแห้งๆ เหมือนไม่มีคนใช้มานาน ความรู้สึกคืออึดอัด เศร้าๆ แปลกๆ แต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกตินะครับ อาจจะเพราะผมเข้าห้องน้ำชาย ซึ่งเหตุเกิดจริงๆ คือห้องน้ำหญิง

เข้าเรื่องเลยดีกว่า พอดีพี่คนนี้เป็นคนลุยๆ ครับ ไม่เชื่อเรื่องผี วิญญาณอะไร หลังจากพี่แกเตะบอลเสร็จก็ปวดฉี่ ห้องน้ำดังกล่าวก็อยู่ข้างสนามบอล ตอนนั้นก็เย็นแล้วครับ 5-6 โมงเย็นได้ ด้วยความไม่ค่อยกลัวแกเลยจะเข้าห้องน้ำที่นี่โดยมีเสียงคัดค้านจากเพื่อนแกอีก 2-3 คน แต่วันนั้นประตูห้องน้ำผู้ชายล็อคไว้ครับ พี่แกเลยลองบิดประตูห้องน้ำหญิง ปรากฏว่าเปิดได้แกก็เข้าไปโดยมีเพื่อนอีก 3 คนอยู่ด้านนอก พอเข้าไปด้านในฉี่อะไรเสร็จเรียบร้อย กำลังจะล้างมือที่อ่างล้างหน้า ไฟในห้องน้ำก็กะพริบๆ ไม่ถึงกับดับ ความกลัวเริ่มมาครับ

แกหันไปมองกระจกที่ประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ โอเคไม่มีอะไร แต่พอหันกลับไปนี่แทบช็อค แกบอกเห็นเป็นหน้าของหญิงสาวกำลังเหมือนกับก้มมองตรงช่องว่างระหว่างพื้นกับประตู ดวงตา 2 คู่จ้องมาที่พี่แกเขม็ง ปากค่อยๆเผยอยิ้มจนเห็นฟัน เท่านั้นแหล่ะครับ สับขาวิ่งตีนแตกแหกปากลั่นห้องน้ำ จากคนไม่กลัวกลายเป็นคนขี้กลัวไปเลย ตอนผมเรียนที่นั่นก็ตลอด 4 ปี ก็เห็นคนเข้าบ้างนะครับ แต่ไม่ค่อยมีใครเข้า บางวันก็เปิด บางวันก็เอาไม้มาปิดขวางประตูไว้ ตัวผมเองก็ไม่กล้าจะลองซะด้วย เลยไม่รู้ว่าที่แห่งนั้นมีวิญญาณวนเวียนอยู่จริงๆหรือเปล่า

คนที่ 4. เรื่อง…ใครในห้อง

เรื่องราวเวียนมาถึงคนที่ 4 ครับ ซึ่งพี่คนนี้เป็นรูมเมทผมเอง แกเล่าว่าแกเป็นคนกลัวผีมากๆ แทบไม่เคยนอนคนเดียวที่ห้องเลย เพราะมีอยู่วันหนึ่ง พี่แกไม่มีเรียนช่วงบ่ายเลยกลับมานอนหอ พอไปถึงแกเห็นเหมือนเงาของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในห้อง ผ่านช่องบานเกล็ดข้างๆ ประตู แต่ด้วยความที่บานเกล็ดนั้นมีมุ้งลวดกั้นอยู่อีกชั้นประกอบกับมีฝุ่นจับอยู่ที่มุ้งลวดค่อนข้างหนา แกเลยเห็นไม่ค่อยชัด เลยเคาะประตูก่อนเพราะคิดว่าอาจจะเป็นแฟนของเพื่อนที่แอบเข้ามาหาก็ได้ (แกบอกว่า สมัยนั้น ผู้หญิงสามารถแอบขึ้นมาชั้นผู้ชายได้เพราะไม่มีประตูกั้น ซึ่งมีการแอบขึ้นมาหลายครั้งหลายคน ทั้งเพื่อนทั้งแฟนเป็นเรื่องปกติ)

พอแกเคาะเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ แกเลยไขกุญแจเข้าไป ปรากฏว่าไขไม่ได้ครับ หมุนกุญแจได้แต่เปิดไม่ออก แกก็ไขอยู่สักพัก ตาก็คอยมองเข้าไปในห้องเรื่อยๆ ก็ยังคงเห็นเงาร่างของผู้หญิงคนนึงอยู่ จนแกถอดใจเลยลงมาหาข้าวกินใต้หอ จะแจ้งคนดูแลก็กลัวมีปัญหาว่ามีผู้หญิงอยู่ในห้อง จนแกกินข้าวเสร็จก็ขึ้นมาลองไขดูอีกที ปรากฏว่าไขเข้าครับ เข้าง่ายเลย เข้าไปในห้องก็ไม่เห็นใคร จนเพื่อนแกมาทั้ง 2 คน แกก็ถามเพื่อนว่าพาใครขึ้นมาไหม เพื่อนแกบอกไม่มีครับ เค้าเรียนอยู่ทั้งวันเพิ่งเลิก เมทผมก็แปลกใจ ว่าคนที่เห็นคนนั้นเป็นใครกัน เข้าไปในห้องได้ยังไง

อาทิตย์ถัดมาเมทผมก็ไม่มีเรียนบ่ายเช่นเดิมกลับมาห้องเช่นเดิม และ… เห็นเป็นคนเหมือนเดิมครับ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือมุ้งลวดสะอาดขึ้นเห็นชัดแจ๋วเลยทีนี้ แกเห็นเป็นผู้หญิงครับ นั่งอยู่ชั้นล่างของเตียงฝั่งเพื่อนแก แต่ที่พิเศษคือผู้หญิงคนนั้นไม่มีขา ไม่มีช่วงล่างตั้งแต่เข่าลงมา ผมยาวใส่ชุดธรรมดา นั่งแกว่งเท้าอยู่บนเตียง ด้วยความใจแข็งครับไขประตู แกร๊กกก… เหมือนเดิมคือหมุนได้แต่เปิดไม่ออก เสียงแกร๊กของลูกบิดพร้อมกับการหันหน้ามาของผู้หญิงคนนั้น ซึ่งพอแกเห็นผู้หญิงคนนั้นก็หายไปพร้อมกับประตูที่เปิดออก

แกลงมาทำใจใต้หอรอเพื่อนครับ จนเพื่อนแกมา ก็เล่าสิ่งที่แกเห็นให้เพื่อนร่วมห้องอีก 2 คนฟัง เพื่อนแกเลยบอกว่าเคยเห็นเหมือนกัน แต่เห็นเป็นส่วนเท้าที่ห้อยลงมาจากเตียงชั้นบน แต่คิดว่าคงตาฝาดเพราะเห็นแค่ครั้งเดียว จากนั้นทั้ง 3 คนก็พากันไปทำบุญ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นอีกเลย

คนที่ 5. เรื่อง…ผีหวงเตียง

พี่คนที่ 5 เล่าว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับแกโดยตรง แต่เป็นเพื่อนผู้หญิงของแกเล่ามาอีกที แกเล่าว่า เพื่อนผู้หญิงคนนี้อยู่หอในซึ่งเป็นหอหญิงล้วนที่เพิ่งสร้างเสร็จ อยู่กันผู้หญิง 3 คน ปรากฏว่าทุกครั้งที่อยู่ห้อง เหมือนมีคนอีกคนอยู่ด้วย เหมือนอยู่กันมากกว่า 3 คน เวลาอาบน้ำในห้องคนเดียวเหมือนมีใครเดินวนเวียนอยู่ในห้อง ทั้ง 3 คนรู้สึกเหมือนกันหมด จนนานเข้าทั้ง 3 คนก็ออกไปนอนห้องเพื่อนบ้าง เพราะทุกคนบอกเหมือนกันว่าอึดอัด อยู่แล้วไม่สบายใจ นอนไม่ค่อยหลับ

จนมาวันหนึ่งเพื่อนแกนอนอยู่ห้องคนเดียว เพราะอีก 2 คนได้ไปนอนห้องอื่น ด้วยความไม่คิดอะไรก็อาบน้ำ ตอนแกอาบน้ำเหมือนมีเสียงเดินในห้อง เสียงก็อกแก็กๆ เหมือนมีคนกำลังรื้ออะไรอยู่ ด้วยความที่คิดว่าเป็นเพื่อนคนในคนนึงมาเอาของก็ไม่คิดอะไร พออาบเสร็จออกมาก็ไม่เจอใคร มานั่งบนเตียงเปิดโน็ตบุ๊กดูทีวีในเน็ต ปรากฏว่าน้ำจากฝักบัวไหลครับ ไหลเอง แกก็คิดว่า อ่อ เพิ่งอาบน้ำเสร็จน้ำอาจจะค้างปลายสาย หรืออาจปิดไม่แน่น แกเลยลุกไปเข้าห้องน้ำ พอลงจากเตียงปั๊บโน๊ตบุ๊คที่วางไว้บนเตียงได้เอียงคว่ำลง เสียงที่วีในนั้นหาย ทั้งห้องเงียบสนิท จนตาแกเหลือบไปตรงที่นอนของเพื่อนแก

ปรากฏว่าที่นอนบุ๋มลงเป็นร่างคนครับ เหมือนมีคนนอนอยู่แต่ไม่มีใคร เป็นร่างชัดเจน ด้วยความตกใจก็เปิดประตูวิ่งไปตามเพื่อนอีก 2 คนมาดู พอมาถึงเตียงก็ยังบุ๋มเป็นร่างคนเหมือนเดิม ทั้ง 3 จึงตัดสินใจขอย้ายห้อง จนมารู้ทีหลังว่า ห้องนี้เคยมีนักศึกษาอยู่ แต่ประสบอุบัติเหตุทางถนน เสียชีวิตคาที่ เหมือนกับว่าคนนี้เค้ายังไม่รู้ตัวว่าตายครับ ยังคงวนเวียนอยู่ที่ห้องแห่งนี้ตลอดเวลา จนเมทผู้เสียชีวิตอยู่ไม่ได้ต้องย้ายออก เตียงอันนี้คนกี่คนก็นอนไม่ได้ นอนไม่สบาย อึดอัด นอนไม่หลับ บ้างโดนอำบ้าง บ้างเห็นเป็นรอยเตียงบุ๋มบ้าง บ้างเจอแบบจังๆ บ้าง จนมาถึงรุ่นดังกล่าวก็เจออีก จนทางหอได้ตัดสินใจเปลี่ยนเตียงแล้วนำเตียงนั้นไปเผา จากนั้นก็ไม่มีใครพบเจออะไรอีก

คนที่ 6. เรื่อง…ใครเคาะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดังมากในยุคของรุ่นพี่กลุ่มนี้ เนื่องจากแทบทั้งรุ่นเจอเหมือนกันหลายสิบคน เรื่องมีอยู่ว่า… กลางดึกคืนหนึ่งในหอชั้นของผู้ชาย ได้มีการรวมกลุ่มนั่งเฮฮาปาร์ตี้ในห้อง 3 ห้องติดกัน เนื่องจากเป็นวันสอบเสร็จ เด็กหอทั้งชั้นจึงมารวมกลุ่มกัน เล่นไพ่บ้าง กินเหล้าบ้าง เหตุการณ์ก็เป็นไปตามปกติ จนมีเสียงเคาะประตู ป๊อกๆๆ… ทั้งเหล้าทั้งไพ่ในห้องด้วยเกรงว่าจะเป็นอาจารย์มาตรวจก็ถามว่าใคร ไม่มีเสียงตอบรับ คนในห้องก็เอาเหล้าเอาบุหรี่ไปซ่อนเรียบร้อยก็ไปเปิดประตู ปรากฏว่าไม่มีใคร ก็กลับมาเฮฮากันต่อ

สักพัก ป๊อกๆๆ เสียงเคาะดังขึ้นอีก พอเปิดก็ไม่มีใครอีก ป๊อกๆๆ… เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง แต่มีเสียงลอดผ่านประตู เป็นเพื่อนข้างห้องด้วยกันเอง พูดว่า “เคาะห้องกูทำไม มีอะไรหรือเปล่า” พี่คนหนึ่งจึงเดินไปเปิด แล้วบอกว่า “นั่นแหล่ะเคาะห้องกูตั้ง 2 เที่ยว 3 เที่ยว พอเปิดก็ไม่มีใคร จะแกล้งกันใช่ไหม” พี่อีกห้องก็ทำหน้างงแล้วเดินกลับห้องตัวเองไป สักพักป๊อกๆๆ… ทุกคนในห้องเริ่มมองหน้ากัน แต่ส่วนหนึ่งก็คิดว่าห้องข้างๆ คงอำเล่น และเริ่มโมโหด้วยฤทธิ์แอลกอฮอร์ จึงตะโดนด่าไป เบาๆ 1 ชุด ป๊อกๆๆ เสียงนั้นยังคงดังอยู่ พี่คนหนึ่งจึงลุกไปเปิดประตู ไม่มีใครเหมือนเดิม แล้วเดินไปเคาะห้องข้างๆ เรียกคนข้างในออกมา

ป๊อกๆๆ… ประตูห้องทั้ง 2 ห้อง เปิดอยู่ เสียงเคาะดังเป็นจังหวะเรื่อยๆ ห้องข้างๆ ริมสุดก็เปิดออกมาดูด้วยเห็นว่ามีเสียงเอะอะหน้าห้องกลาง ป๊อกๆๆ เสียงยังคงดัง ทุกคนมองหน้ากันด้วยความเงียบ มีแค่เพียงเสียงป๊อกๆๆ ดังเป็นช่วงๆ ทุกคนในห้องทั้ง 3 ห้องออกมากันหมด เสียงเคาะหายไป ปรากฏร่างของป้าแม่บ้านคนหนึ่ง ยืนถือไม้กวาดอยู่ตรงบันไดด้านล่าง แหงนหน้ามองขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมกับถามว่า พวกน้องทำอะไรกัน พี่คนนึงจึงเดินไปหา เพื่อไปบอกว่าไม่มีอะไร แต่ยังเดินไปไม่ถึง ร่างป้าคนนั้นก็หายไป หายวั๊บไปกับตาเป็น 10 คู่ ที่เห็นพร้อมกันหมดในตอนนั้น

งานเลี้ยงถึงกับต้องเลิก ทุกคนแยกย้ายกันกลับห้อง เช้ามาจึงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ป้าแม่บ้านคนหนึ่งฟัง แกเลยบอกว่า มีแม่บ้านคนหนึ่งได้เสียชีวิตลง แกมาทำความสะอาดที่หอแห่งนี้เกือบทุกคืน แม่บ้านด้วยกันเองเจอแกบ่อย เห็นแกมากวาดพื้นหอเป็นประจำจนชินกันหมดแล้ว แต่แกจะอยู่เฉพาะแค่ชั้น 4 แกจะไม่ไปชั้นอื่น แกคงไม่พอใจที่เด็กๆ เอาเหล้าขึ้นมากิน เอาบุหรี่มาสูบแหละมั้ง…

ปล. เรื่องดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องที่ผมฟังมาอีกที อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ได้ ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านน๊าา เรื่องที่เล่ามาอาจตกรายละเอียดไปบ้างเนื่องจากผ่านมานานพอสมควร ผมก็ลืมๆ ไปบ้าง อิอิ ใครมีเรื่องเสริมอะไรก็เล่าได้นะครับ ผมเชื่อว่าเรื่องเล่าพวกนี้ได้ถูกเล่ามาจากรุ่นสู่รุ่นแน่นอน