ผิดสถานี…เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างสถานีคลองบางพระ ก่อนจะถึงสถานีฉะเชิงเทรา

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 17 ปีที่แล้วที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณศรนั้นเรียนไม่จบม.3 เพราะเป็นคนค่อนข้างเกเร ไม่ได้เรียน ก็มีรุ่นพี่คนนึงชื่อ พี่วัฒน์ พี่วัฒน์ก็ชวนคุณศรไปทำงานก่อสร้างกับพี่มั๊ย ที่กรุงเทพ พี่วัฒน์ก็บอกว่า ได้ค่าแรงวันละ 250 คุณศรก็โอเคแล้วก็ได้ไปทำงานแถวๆบางรัก คุณศรก็ทำงานไปเดือนแรก เงินเดือนไม่ออก ผู้รับเหมาก็บอกเดี๋ยวจะจ่ายให้

เดือนที่สอง เงินก็ยังไม่ออก บอกเหมือนเดิมเดี๋ยวจะจ่ายให้ เดือนที่ 3 เงินก็ยังไม่ออก สุดท้ายคุณศรอยู่ได้ 4 เดือน ก็คือ ถูกผู้รับเหมาหลอกคุณศรและพี่วัฒน์ไปใช้งานฟรี โดยที่ไม่ได้ค่าแรง คุณศรก็คุยกับพี่วัฒน์ บอกว่า ยังงี้ไม่ไหวนะพี่ เรากลับบ้านกันดีกว่ามั๊ย ทำงานก็ไม่ได้เงิน เขาหลอกเรา พี่วัฒน์ก็บอก เออ กลับก็กลับ แล้วจะไปวันไหน คุณศรก็บอกงั้นไปวันนี้เลยละกัน

ตอนนั้นคุณศรมีเงินติดตัวอยู่ 20 กว่าบาท พี่วัฒน์ก็มีอยู่อีกหน่อยนึง คุณศรก็เดินกันมาจากบางรักมาถึงหัวลำโพง มาถึงประมาณ 6 โมงเย็น ซื้อตัวรถไฟเที่ยวสุดท้ายประมาณ 1 ทุ่ม 40 ค่ารถไฟตอนนั้น 12 บาท คุณศรก็มีกระเป๋า มีซาวน์เบาท์ใส่ถ่ายเปิดเพลงคุณศรก็นั่งรอรถไฟไป พี่วัฒน์ก็หาซื้อเบียร์นั่งกินรอ พอรถไฟมา คุณศรและพี่วัฒน์ก็ขึ้นรถไฟกันไป ด้วยความที่เดินมาเหนื่อย ทำงานมาไม่ได้ค่าแรง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย คุณศรก็หลับไป ระยะทางจากหัวลำโพงไปถึงฉะเชิงเทราจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง คุณศรก็หลับไปโดยที่ไม่ได้รู้อะไร ซักพักนึง ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ พี่วัฒน์ก็ปลุกคุณศรแล้วพูดว่า ศรๆ ถึงแล้วๆ ลง คุณศรก็ โอเคๆ แล้วก็ลงรถไฟกันมา แต่พอลงรถไฟมาแวปแรก

คุณศรก็เอะใจว่าทำไมสถานีบ้านเรามันเงียบจัง ซึ่งสถานีบ้านเราจะเป็นสถานีใหญ่ และช่วงเวลาขนาดนี้ 2 ทุ่ม 3 ทุ่มคนก็น่าจะมารอรถไฟเที่ยวสุดท้าย ต้องมีแม่ค้าขายของ แต่วันนี้ทำไมดูเงียบๆ พี่วัฒน์หลังจากลงรถไฟมาก็เดินไปฉี่ พอรถไฟแล่นไป คุณศรก็เห็นป้ายสถานี ว่า มันไม่ใช่สถานีบ้านเรานี่หว่า ลงผิดสถานี สถานีนี้คือ สถานีคลองบางพระ ก่อนจะถึงสถานีฉะเชิงเทรา ซึ่งคุณศรนั้นลงก่อนที่จะถึง พอพี่วัฒน์เดินกลับมา คุณศรก็บ่นพี่วัฒน์ว่า ทำไมพี่ไม่ดูว่าลงผิดสถานี พี่วัฒน์ก็ทำท่าตกใจ แกก็บอกแกจำผิด

คุณศรก็เลยวิ่งไปที่สถานี ที่กำลังจะเก็บสถานี มีร้านค้า คุณศรก็ถามป้าแม่ค้าว่า ยังมีรถไฟอีกมั๊ยครับ เขาก็บอกว่า ไม่มีแล้วไอหนุ่ม เที่ยวสุดท้ายแล้ว คุณศรก็ถามว่า ผมจะทำยังไงดีอ่ะครับ เขาก็บอกว่า เอางี้ เอ็งนอนที่สถานีเนี่ยแหละ เดี๋ยวเอาผ้าห่มมาให้ คุณศรก็มองไปที่พี่วัฒน์ พี่วัฒน์ก็ทำหน้าจ๋อยๆ เหมือนรู้สึกผิด คุณศรก็ถามป้าว่า ผมรู้แล้วว่าเหลืออีกสถานีนึงจะถึงสถานีฉะเชิงเทรา แล้วระยะทางมันกี่กิโล เขาก็บอกว่า ประมาณ 8-9 กิโล คุณศรก็พูดพรึมพรัมว่า มันก็ไม่ไกลนี่หว่า ป้าก็พูดว่า อย่าบอกนะว่าเอ็งจะเดิน คุณศรก็บอกว่า ครับ ผมก็คิดว่าอย่างงั้น

ป้าก็บอกว่า มันอันตราย กลางคืนไม่มีใครเดินกันหรอก ซึ่งในสมัยนั้น รถโดยสารจากสถานีที่คุณศรลงไปถึงตัวสถานีฉะเชิงเทราไม่มี คุณศรก็คิดว่ามันก็เดือนหงาน มันก็สว่าง ป้าก็บอกว่า อย่าไปเลย มันมีคลอง มีสะพาน ถ้าเดินไม่ดีเดี๋ยวจะตกสะพาน อันตราย นอนที่นี่แหละ เช้าเที่ยวตี 5 ก็มีรถมาแล้ว คุณศรก็ถามต่อว่า แล้วถ้าเดินไปทางถนนหละครับ ก็ประมาณ 17 กิโลมั๊ง คือ ถ้าเดินทางถนนระยะทางจะไกล แต่คุณศรคิดจะเดินไปตามทางรถไฟก็จะเหลือระยะทาง 8-9 กิโล

แต่สุดท้ายคุณศรกับพี่วัฒน์ก็เลือกที่จะนอนที่สถานีตามม้านั่ง ป้าก็ให้ผ้าห่มมา 2 ผืน ก่อนจะนอน พี่วัฒน์ก็บอกว่า เดี๋ยวไปซื้อเหล้าซื้อเบียร์มาอีกหน่อยดีกว่า แล้วก็ซื้อยากันยุงมาจุดกัน เวลาตอนนั้น ประมาณ 3 ทุ่มกว่า แล้วคุณศรกับพี่วัฒน์ก็นอนกันได้พักนึงแต่ก็ไม่ไหว เพราะยุงมันกัด ยุงเยอะ พี่วัฒน์ก็เดินมาถามคุณศรว่า ยังไม่หลับใช่มั๊ย คุณศรก็ตอบไปว่า ยังครับ คุณศรก็เลยชวนว่า เดินกลับกันมั๊ย คุณศรก็ถามว่า มันจะดีหรอพี่ พี่วัฒน์ก็บอกว่า ไม่คิดถึงบ้างหรอ อีก 8 กิโลจะถึงบ้านแล้วเนี่ย คุณศรก็เลยตัดสินใจ เดินก็เดินพี่วัฒน์ก็ถือเหล้า คุณศรก็ถือน้ำขวดนึง

ตอนที่เดินออกจากสถานี ทางรถไฟมันก็จะเป็นราง และก็จะมีไหล่ทางอยู่นิดนึง พอเดินไปได้ซักประมาณซักกิโลนึง ก็เริ่มจะมีป่ากก มีน้ำ มีคลอง บ้านคนไม่มีละ ซึ่งมันเปลี่ยวมาก แต่ด้วยความที่เป็นคืนเดือนหงานก็จะสว่างหน่อย คุณศรก็เดินไปฟังซาวน์เบาท์ไปพอถ่านหมด ก็เดินแหกปากร้องเพลงกันไปเรื่อยๆ พี่วัฒน์นั้นก็เดินนำหน้า คุณศรเดินตามหลัง เพราะว่า ทางรถไฟมันเดินคู่กันไม่ได้ ต้องเดินตามกัน แต่ระยะห่างก็มือถืงกัน พี่ก็กระดกเหล้าไป ร้องเพลงไป ข้างทางมีแต่ป่ากก ซักพักนึง พี่วัฒน์ก็ส่งเหล้ามาให้คุณศร คุณศรก็บอกว่า ไม่เอาหรอกพี่ พี่วัฒน์ก็บอก เอาหน่อยหน่า แก้หนาว เดี๋ยวคอแห้ง คุณศรก็กระดกเหล้า 40 ดีกรีไป ก็บอกว่า ไม่ไหวพี่ พี่เอาเลยครับ

แล้วก็เดินๆต่อไป น่าจะประมาณ 3-4 กิโล พี่วัฒน์ก็พูดขึ้นมาว่า กูให้มึงเอาไปกินนะ ไม่ใช่เอาไปเททิ้ง คุณศรก็ถามว่า เทอะไรทิ้งพี่ พอพี่วัฒน์หันกลับมา คุณศรก็หันกลับมา แล้วทั้ง 2 คนก็วิ่ง จากจุดๆนั้น วิ่งแบบไม่คิดชีวิต เพราะว่าสิ่งที่เห็นคือ ตอนที่หันมาเห็นเป็นเงาคนตัวดำๆใหญ่ๆ ถือขวดเหล้าและกระดกเข้าปาก แล้วก็ก็หยดเหมือนคนกระดกกินแต่ไม่มีร่างรองรับน้ำ ทั้ง 2 คนก็วิ่งกันไปจนไปถึงคอสะพาน พี่วัฒน์ก็เห็นหลังคาบ้านก็เดินลงไป แล้วก็บอกคุณศรว่า ไอศร มีบ้านคน คุณศรก็ใจเต้นตุ้บๆๆ เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้

แต่พอพี่วัฒน์เดินลงไปซักพักนึง ตรงนั้นก็จะเป็นแอ่งน้ำ คุณศรก็บอกว่า พี่วัฒน์ ตรงนั้นอ่ะ คอสะพานมันมีทางลง เดินเลียบคลองไปได้ พอไปถึงคอสะพาน พี่วัดก็เดินลงไปข้างทางอีกครั้ง คุณศรที่เดินตามหลัง คุณศรก็ตะโกนบอกพี่วัฒน์ว่า พี่วัฒน์ ไม่ต้องเดินไป พี่วัฒน์ก็ตกใจหันมามองคุณศร ว่ามีอะไร คุณศรก็เลยบอกว่า มันไม่ใช่บ้านคนพี่ มันเป็นศาลเพียงตา อยู่ข้างคลอง มีตุ๊กตา กุมารทองเต็มไปหมดเลย คุณศรก็บอกให้พี่วัฒน์ขึ้นมา

พอพี่วัฒน์ขึ้นมา คุณศรก็ได้ยินเสียงตู้ม ตู้ม พี่วัฒน์ก็ได้ยิน แล้วก็มีเสียงหัวเราะตามหลังมา พร้อมกับเสียง ตู้ม ตู้ม คุณศรก็มองไปทางเสียงที่มาจากศาล และสิ่งที่เห็นคือ ตุ๊กตาพวกกุมาร มากระโดดน้ำ จากศาลลงน้ำ คุณศรกับพี่วัฒน์ก็รีบๆออกจากตรงนั้นจนกระเป๋าที่สะพายมาหล่นหมด รองเท้าหลุดไปข้าง แล้วก็วิ่งหนีไป วิ่งจนวิ่งไม่ไหว แต่ก็เห็นแสงสุดท้าย เป็นไฟริบหรี่ ที่สถานีฉะเชิงเทรา คุณศรบอกกับพี่วัฒน์ว่า เรารอดละ ผมไม่ไหวละ ขอนั่งพักก่อน แล้วคุณศรก็เห็นต้นก้ามปูใหญ่ๆอยู่ข้างทางรถไฟ คุณศรก็กะว่าจะไปนั่งตรงกลางรางรถไฟ บริเวณต้นก้ามปู แล้วคุณศรก็คุยกับพี่วัฒน์ว่า เมื่อกี๋เราเจอะไรกันวะนี่ ทำไมมันซวยแบบนี้วะชีวิต

แต่พอเดินไปถึงต้นไม้ตรงนั้นไม่ใช่ต้นก้ามปู แต่เป็นต้นไผ่ แล้วกิ่งมันโน้มมาเลยทำให้คุณศรมองจากไกลๆเป็นต้นก้ามปู คุณศรก็นั่งอยู่ตรงนั้นประมาณ 2 นาที นั่งหอบกันอยู่ แสงไฟที่อยู่ข้างหน้าระยะทางไม่เกิน 2 กิโล ระหว่างที่นั่งพัก คุณศรก็มองๆดูของว่าอะไรหายไปมั่ง กระเป๋าหลุด รองเท้าหลุด ซาวน์เบาท์หาย แล้วอยู่ดีๆ พี่วัฒน์วิ่งอีกแล้ว โดยไม่ได้เรียกคุณศร คุณศรเห็นก็วิ่งตาม และก็ตะโกนถามว่า พี่วัฒน์เป็นอะไร แต่พี่วัฒน์ก็ไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตาวิ่ง คุณศรก็หันกลับไปดูตรงต้นไผ่ ถ้าตาคุณศรไม่ฝาด คุณศรเห็นผู้หญิงคนแก่ ใส่ผ้าถุง หัวหงอก นั่งชันเข่าอยู่บนยอดไผ่ที่เอนไปเอนมาตามลมพัด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

คุณศรกับพี่วัฒน์ก็กัดฟันวิ่งจนไปถึงสถานีฉะเชิงเทรา ไปถึงก็ร้องโวยวาย ช่วยด้วยๆ ผีหลอก แล้วที่สถานี ร้านค้าบางร้านก็ยังไม่ปิด ป้าก็มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจรถไฟก็ออกมาและกับตัวคุณศรกับพี่วัฒน์ คุณศรก็บอกช่วยด้วยครับผีหลอก ตำรวจรถไฟก็บอกว่า มึงไปฉกชิงวิ่งราวมาหรือเปล่า เพราะด้วยความที่ตื่นตระหนกไม่คิดชีวิต คุณศรก็พยายามบอก แต่ตำรวจก็ไม่เช่า แล้วตำรวจก็ถามต่อว่า เมากาวหรือเปล่า หรือไปลักของใครเขามา แล้วตำรวจรถไฟก็วอไปหาตำรวจ สภต.ของฉะเชิงเทรา เอารถตำรวจมาเลย

สรุป คุณศรและพี่วัฒน์โดนตำรวจจับขึ้นรถอีก แล้วตำรวจก็วอแจ้งเหตุว่า ในพื้นที่มีเหตุฉกชิงวิ่งราวมั๊ย ตอนนี้มีผู้ต้องสงสัย ท่าทางตื่นตระหนกวิ่งหนีมา ผู้คนที่อยู่แถวนั้นก็วิ่งมาดูกันเต็ม คุณศรก็ขึ้นรถตำรวจไปที่โรงพัก ตำรวจก็ถามว่าเป็นยังไงๆ คุณศรก็เล่าให้ฟัง เขาก็ถาม จริงหรือเปล่า เดี๋ยวคุมไว้ก่อน รอซัก 2 ชั่วโมง ถ้าไม่มีเหตุแจ้งเข้ามาก็จะปล่อยกลับ คุณศรก็นั่งรอไป จนผ่านไปชั่วโมงกว่าๆก็ไม่มีเหตุแจ้งอะไร ตำรวจก็ถามว่าบ้านอยู่ไหน คุณศรก็บอกอยู่แถวนั้น พี่วัฒน์บอกอยู่แถวนี้ ตำรวจก็เอารถไปส่งที่บ้าน

เช้ามา คุณศรและพี่วัฒน์ก็ไข้กิน อยู่ประมาณ 2 วัน หลังจากนั้น คุณศรกับพี่วัฒน์ก็ไปหาหลวงพ่อให้รดน้ำมนต์ให้ พอคุณศรกับพี่วัฒน์แข็งแรงดี ก็กลับมาเดินเก็บของที่ทำร่วงที่รางรถไฟตอนกลางวัน ทีนี้ก็มีเพื่อนไปอีก 2 คน เดินไปตรงต้นไผ่ ก็เจอรองเท้าของคุณศรตกอยู่ เดินไปอีก 2 กิโลก็เจอคอสะพาน เจอกระเป๋าตก แล้วก็เก็บกันมา จนเดินมาถึงสถานีคลองบางพระ ก็เจอป้าค้นที่ให้ผ้าห่ม ป้าก็ถามว่าเป็นไง วันนั้นเป็นยังไงบ้าง คุณศรก็เล่าให้ฟังว่า เจอแบบนี้ๆ ป้าก็บอกว่า มันไม่มีใครเขาเดินกันหรอก รู้มั๊ยว่าเส้นนี้ผีโคตรดุ แล้วคุณศรก็ถามพี่วัฒน์ว่า

วันนั้นที่นั่งตรงใต้ต้นไผ่ พี่วัฒน์วิ่งทำไม พี่วัฒน์ก็บอกว่า เขาได้ยินเสียงเหมือนคนบ้วนน้ำ แล้วก็มีน้ำอะไรไม่รู้หยดมาโดนแขน พี่วัฒน์ก็เลยมองขึ้นไปข้างบน ก็เห็นว่ายายนั่งบ้วนน้ำอะไรซักอย่างใส่พี่วัฒน์ พี่วัฒน์ก็เลยวิ่ง วันนั้นคุณศรก็สังเกตเห็นว่าที่แขนพี่วัฒน์มีคราบสีแดงๆ ตอนแรกคุณศรก็คิดว่าโดนหญ้าบาด แต่จากที่พี่วัฒน์เล่า ก็น่าจะเป็นรอยน้ำหมายของยายที่อยู่บนยอดไผ่ แล้วป้าก็พูดขึ้นมาว่า อ๋อ แกชื่อ ยายไพ แกโดนงูเห่ากัดตายตรงนั้น แต่แกตายไปหลายปีแล้วนะ

และที่คุณศรโทรมาเล่าเรื่องนี้ ก็เพราะว่า พี่วัฒน์เพิ่งเสียไป คุณศรก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ สรุปสุดท้าย ตอนนั้นเรียกได้ว่า ชีวิตคุณศรโคตรซวย ตั้งแต่โดนโกงค่าแรง ลงรถไฟผิดสถานี เจอผีหลอก และโดนตำรวจจับอีก เรื่องราวทั้งหมดก็มีประมาณนี้ครับ