โรงแรมหลอนใจกลางเมืองนครสวรรค์

“เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน”

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15-17 ปีที่แล้ว ในจังหวัดนครสวรรค์จะมีโรงแรม โรงแรมหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตอนสมัยนั้นก็ยังไม่ได้เก่ามาก (แต่ก็เก่าอยู่) ทางโรงแรมเหมือน ไม่ค่อยมีคนเข้าพัก เลยเปิดให้บริการเป็นเช่ารายเดือน ที่ราคาถูกมาก เพื่อนเราเป็นเด็กต่างอำเภอ เห็นเค้าปิดประกาศก็สนใจ เพราะเที่ยบกับราคาหอที่เพื่อนเช่าอยู่ถูกกว่ากันครึ่งๆ แล้วมีครบ แอร์ น้ำอุ่น ลิฟท์ (สมัยนั้น WiFi ยังไม่มี โทรศัพท์ทันสมัยสุดก็ 3310)

ตอนที่เพื่อนไปดู ห้องพักเราไม่ได้ไปด้วยนะคะ เรารู้ก็ตอนบอกว่าให้ไปช่วยขนของหน่อย เราก็ถามเพื่อนนะว่าไปได้หอที่ไหน เพื่อนก็บอกว่าใกล้ๆบ้านเรา เราก็โอเค เดียวไปช่วย พอถึงโรงแรมเราก็แปลกใจว่าทำไมเค้าถึงทำเป็นรายเดือน เราก็บอกกับเพื่อนว่า บรรยากาศน่ากลัวเหมือนกันเนอะ วังเวง วิเวก โหวงเหวงมากกก แต่ก็ขำๆ กันนะคะ ก็ขนขึ้นลิฟท์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ ชั้น 10 หรือ 11 นี่ล่ะค่ะ พอลิฟท์เปิดออก จะมีหลอดไฟนีออนยาวๆ แขวนแบบเหมือนพึ่งซื่อมาแขวน ห้อยๆ ช่วยให้ความสว่าง

ด้วยปกติเป็นคนชอบสงสัย ก็ถามเพื่อนนะ ว่ามีคนมาอยู่ยังวะ มีใครอยู่อีกป่าวชั้นนี้ แม่มน่ากลัว คือพอ ออกจากลิฟท์ ด้านซ้ายมือ คือมืดมากกกก ด้านขวาจะมีไฟนีออน ขาวๆ แขวนไว้ให้แสงสว่างฝั่งขวามือ แต่ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็ช่วยกันขนของ จนรอบสุดท้าย เราลงมาเอาของกับน้องสาวเพื่อน กดลิฟท์ แต่รอบนี้ลิฟท์มันหยุด อยู่ตรงชั้นสอง เราก็คิดว่าใครจะขึ้นไปด้วยป่าว พอประตูลิฟท์เปิดก็ไม่มีคน เราเองเลยโผล่หน้าไปมองซ้ายมองขวา ก็ไม่มีคน

แล้วมันแปลกตรงที่ว่า ชั้นสองเหมือนเค้าทิ้งร้าง เพราะเก้าอี้ โต๊ะ มันวางไม่เป็นที่เป็นทาง เศษกระดาษ เกลื่อนพื้นไปหมด ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรนะคะ ก็เฉยๆ แล้วคืนนั้นเพื่อนบอกว่าให้นอนเป็นเพื่อนหน่อย มันแปลกที่ มันกลัว ที่น่าแปลกกว่าคือ ทำไมมีห้องเพื่อนเราแค่ห้องเดียว นอกนั้นเงียบสนิท เราก็คิดอีกว่าคงไม่มีอะไรหรอก เค้าคงยังไม่กลับเข้ามาหรือเพื่อนอาจจะเป็นลูกค้ารายแรกที่เข้ามาอยู่ แล้วด้วยสมัยนั้น เราก็ไม่ค่อยจะสงสัยสังเกตวิเคราะห์อะไรมากมาย เราก็เฉยๆไม่ได้สนใจ นอนคืนแรก เราแบบคันตัวมาก นอนไงก็นอนไม่หลับ แต่ก็คิดว่าคงแปลกที่ คืนที่ 2 ก็อาการเดียวกัน แล้วก็นอนไม่หลับ ก็ยังคิดว่าแปลกที่อยู่

แต่คืนที่ 3 ปวดฉี่ เราลุกมาเข้าห้องน้ำ แต่ต้องชะงัก เพราะว่า ในโถส้วม มันมีก้อนเลือดใหญ่ๆ ลอยตุ๊บป่องอยู่ในน้ำ เราก็โวยวาย ว่าใครอึแล้วไม่กดส้วมวะ เพื่อนก็บอกว่ายังไม่ได้อึเลย แล้วเราก็เรียกเพื่อนไปดู ว่ามันคืออะไร สามคนเอาหัวมุงดูโถส้วม แต่มันไม่ใช่ อึของใครอ่ะค่ะ มันเป็นก้อนเลือด และมีเมือกๆเลือด ลอยอยู่ !!! สรุปไม่มีใครรู้ สงสัยกันหมดนะคะ แต่ใครจะกล้าเอาอะไรมาเขี่ยๆ หรือก้มไปดูใกล้ๆ พอหาข้อสรุปไม่ได้ว่าคืออะไร เราก็กดทิ้งเพราะว่าฉิ้งฉ่องจะแตกแล้วตอนนั้น วันที่ 4 วันนั้นเราก็บอกเพื่อนว่าเดี๋ยวจะกลับบ้านแล้วนะ แม่ตามแล้ว เพื่อนก็บอกนอนอีกคืนดิ

คืนนี้ไปเที่ยวกัน เราก็โอเค จนไปเที่ยวกลับมาห้องพร้อมเพื่อนอีก 4 คน รวมน้องสาวเพื่อน เราด้วย เป็น 6 คน แล้วเตียงที่ห้องเป็นเตียงเดี่ยวและแยกเบาะออกมาได้อีก เพื่อนก็ช่วยกันแยกเตียง พอดึงเตียงออกมา เท่านั้นละ โหยยยย !!! มันเป็นคราบๆ สีน้ำตาล ตอนนั้นทุกคนคือ เงียบมองหน้ากัน แล้วลากเตียงกลับไปไว้ที่เก่า แล้วมากระจุกอยู่ ตรงเตียงที่เรานอน เราก็บอก โอ่ยยย ไม่มีไรหรอก (ตอนนั้นเกือบจะตี 4 ได้นะคะ ถ้าสมัยเราผับเค้าจะเปิดถึงประมาณตี 5)

สถานการกลับสู่ความปกติ เราหลับไปตอนไหนไม่แน่ใจ แต่ตื่นมาตอนได้ยินเสียงสวดแปลกๆ ข้างๆหู ลืมตาขึ้นมา เห็นเพื่อนเล่นไพ่กันอยู่ มองออกไปนอกหน้าต่างคือคิดว่าเช้าแล้วแต่ไม่ใช่ แล้วฝนตกหนักมาก เราก็คิดว่าคงเป็นเสียงลม ทำให้ได้ยินเป็นเสียงสวด สักพักเสียงมันเริ่มดังขึ้น เราก็ถามเพื่อนว่าได้ยินเสียงอะไรไหม กูได้ยินเสียงเหมือนคนสวดอะไรสักอย่าง เพื่อนทุกคนสายหน้าหมด เราก็คิดว่า เออ หูแว่วเอง…จนเพื่อน อีกคนมองหน้าเรา แล้วค่อยๆ ลุกมาหาเราที่เตียง คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ทุกคนหน้าซีดหมด เราก็แบบอะไรของพวกมึง กูอึดอัด จนมันบอกว่า “กูได้ยินเสียงสวดนั้นละ” ทีนี้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ เราเลยบอกว่า ลงไปข้างล่างเหอะ กูว่ามันแปลกๆหว่ะ

พอออกจากห้อง ตรงทางเดิน จากไฟสีห้าดวง เหลือ 1 ดวงที่ติดตรงหน้าลิฟท์ แล้วมันมืดมากกกกก เราก็เกาะกลุ่มกันเดินไป แต่ลิฟท์มันไม่จอด จนคิดว่า…เดินลงกันมะ ตรงข้างลิฟท์ จะเป็นบันได ก็ตกลงว่าเดินลงกัน แต่เดินยังไม่พ้นชั้นที่เราอยู่ มันมืดไม่มีแสงสว่าง คือมันจะเป็นไปได้ไงอ่ะคะ ว่าชั้นล่างตรงนั้นไม่มีคนพัก แล้วมันมีแค่ชั้นที่เราอยู่กันเหรอ ??? เราก็ไม่กล้าเดินลงกัน มันน่ากลัวมากอ่ะค่ะ มึดแบบไม่เห็นอะไรเลย สักพัก ไอ้ไฟดวงนั้นมันดับ แล้วเสียงสวดดังมาก เพื่อนก็กรี๊ด เราก็กลัวนะ แต่พยายามดึงสติ เลยบอกว่าอย่าวิ่งนะ จับกันไว้ เดียวกลับห้องกันก่อน ใกล้จะเช้าละเดียวค่อยออกกัน อีกแปบเดียว !!! ในใจเราแบบ อยากกลับบ้านแล้ว แม่จ๋าหนูกลัวมาก ฮือออ… เรารวมทั้งเพื่อน 6 คน ค่อยๆ พากันเดินกลับห้อง เข้าห้องมา ก็เออไม่มีอะไร ไอ้เสียงสวดมันเงียบหายไป แต่ความรู้สึกตอนนั้นมันเงียบสงัด แบบเงียบหูวิ้งๆเลย

ทุกคนเข้าห้องมาและกระจุก กันอยู่ตรงหน้าประตู แล้วจังหวะนั้น ประตูห้องน้ำ เป็นเสียงคนกระชากประตูเปิด ทั้งที่ไม่มีใคร “แกร๊กกกกก !!!” เราวิ่งไปกระจุกกันอยู่ตรงมุมห้อง แล้วเสียงสวดที่หายไป อิบ้า !!! มันกลับมาอีกแล้ว ในห้องน้ำก็เสียงกึ๊กๆ หลอนประสาทมากตอนนั้น ไอ้คนที่เมาก็หายเมาสนิท แต่ตอนนี้ เราทั้งหมด เห็นเพื่อนอีกคนนอนอยู่บนเตียงเตียงนั้น แบบไม่ไหวติง ตอนออกจากห้อง มันก็ออกไปกับเรา กลับเข้ามาก็พร้อมกัน แล้วตอนนับว่าออกมากันครบหรือเปล่าก็ครบ แล้วทำไมอยู่ดีดี มันไปนอนตรงนั้น ไม่กลัวหรือไง แต่เพื่อนคนนี้ มันเกาะแขนเราตลอดเวลานะคะ เราก็เอะใจ ขนในตัวตอนนี้ ไม่มีที่จะให้ลุกได้อีกแล้ว

คิดสภาพนะคะ มันนอนหันหน้าเข้าข้างฝาตะแคงข้าง คอมันค่อยๆ หมุนมา ทางพวกเราที่อยู่ตรงมุมห้อง แบบมันน่ากลัวมาก เราก็ได้แค่สวดมนต์วนไปมาได้แค่ “นะโม นะโม” แล้วร่างนั้นหายไปตอนไหนนี่จำไม่ได้นะคะ เราวูบหมดสติไปเลย รู้ตัวอีกทีก็เช้ามืดในเวลาที่พอจะมีแสงสว่างจากท้องฟ้าแล้ว เราก็พากันออกมาด้านนอกห้อง จากนั้นเราก็กดลิฟท์ลง พอเข้าไปในลิฟท์ เจอป้าแม่บ้าน เราก็สักถามแกนู่นนี่เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ ป้าแกก็หน้าเสียๆ แล้วลิฟท์มันก็มาจอดตรงชั้น 2 ป้าแม่บ้านก็พยายามกดปิดๆๆ แล้วมันไม่ปิดมันไม่ลง สิ่งที่ป้าแม่บ้านทำกับพวกเราคือ ป้าแกวิ่งหนีคนแรกเลย คิดดูเถอะค่ะ แล้วพวกเราผู้หญิง 5 กระเทย 1 จะรออะไร !!!

หลังจากวันนั้น เพื่อนเราโทรให้ทึ่บ้านมารับกลับบ้านย้ายออกทันที แต่เพื่อนเราคนนั้นไม่เหมือนเดินแล้วนะคะ ตั้งแต่เหตุการณ์นั่้นมา เพื่อนคนนี้กลายเป็นคนช้าๆไปเลย แล้วก็ตกใจง่าย แล้วก็ดูระแวงตลอดเวลา แล้วนี่ก็ติดต่อกันไม่ได้ มา 5-6 ปีแล้ว อยู่ดีๆ เพื่อนคนนี้ก็หายไปจากเพื่อน ติดต่อไม่ได้ซะงั้นเลย โรงแรมนี้ยังอยู่นะคะ เมื่อปีที่แล้วเราถามคนดูแล ว่ายังเปิดอยู่หรือเปล่า เค้าบอกว่าไม่ได้เปิดแล้ว มีคนจากกรุงเทพมาเซ้งไปแล้ว แล้วก็มาจ้างเค้าดูแล ใครมาเช่าก็อยู่กันไม่ได้ เจ้าของเลยปล่อยเซ้งต่อแต่ก็ไม่มีใครซื้อ นี่เค้าก็ไม่ได้ค่าจ้างนะ เวลาใครมาจอดรถในพื้นที่โรงแรม เค้าก็เก็บเงิน จ่ายค่าน้ำค่าไฟ แต่ยังมีคนอยู่ 1 ห้อง ชั้น 9 เค้าก็บอกว่า ทั้งโรงแรมอยู่กัน 2 คน เราเลยถามว่าเค้าไม่กลัวหรอ คนดูแลเค้าบอกว่า เค้ามีของๆ ดี เค้าอยู่มาหลายปีแล้ว

“เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ”