เมื่อรุ่นพี่เขา….เอาชฎามาสวมเล่น

สวัสดีค่ะ เรากลับมาอีกครั้งพร้อมกับประสบการณ์ที่เคยเจอ เรื่องในส่วนนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วเช่นกันค่ะมาแบ่งปันประสบการณ์ขนหัวลุกของตัวเราเองอีกเช่นเคยค่ะ ห่างหายไปตั้งปีกว่า ๆ เพราะเข้ามหาลัยแล้วเลยไม่ค่อยจะมีเวลาส่วนมากจะทำได้แค่ตามอ่านกระทู้คนอื่น ๆ ขอบอกว่าตรงนี้อีกครั้งว่าเรื่องนี้แล้วแตะความเชื่อส่วนบุคคลเพราะบางสิ่งบางอย่างเราก็ไม่ควรไปล้อเล่นกับมัน…

ย้อนไปเมื่อตอนนั้นเราอยู่ ป.3 เป็นช่วงที่ค่อนข้างทำใจได้กับเรื่องซิกเซ้นส์ของตัวเอง แต่ก็จะมีแอบกลัว ๆ บ้างเวลาที่เห็นแวบ ๆ เราขอแทนตัวเองว่าฟ้า รุ่นพี่นามสมมุติว่า พี่แก้ว และเพื่อนของเราว่า ไอ้กล้า

พี่แก้วจะเป็นคนร่าเริง ชอบพูดจาตลก ๆ เป็นเด็กผู้หญิงที่แก่นนิด ๆ และไม่ค่อยจะกลัวเรื่องผีเท่าไรเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเหมือนกับไอ้กล้า แต่กล้าจะเป็นคนไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่ เวลาที่มีคนชวนพี่แก้วเล่นผีถ้วยแก้วผีเหรียญพี่แก้วก็จะเล่นหมด แล้วชอบพูดท้าพูดให้ผีออกมา
มีอยู่วันนึงในช่วงเวลาพักกลางวันของโรงเรียน เราทานข้าวกลางวันเสร็จที่โรงอาหารจึงกลับมานั่งเล่นที่ห้องเรียนกับเพื่อนบางส่วน แล้วจู่ ๆ ก็มีไอ้กล้ามันเดินเข้ามาหาเราแล้วพูดว่า

“เฮ้ย ไอ้ฟ้า มีเซ้นส์ใช่ป่ะ ช่วยกุหน่อยดิ้”

หลังจากที่ไอ้กล้าพูดจบเราก็เราถามมันว่า

“มีเรื่องอะไรอะไรอ่ะ? ”

ไอ้กล้ามันก็เลยพาเราไปหาพี่สาวของมันซึ่งคือ แก้ว เรียนอยุ่ ป.6 พาไปที่ตึกเรียนของเด็กโต ในโรงเรียนของเรียนจะมีถึงแค่ประถม6 แยกเป็น ตึกอนุบาลอยู่ด้านหน้าโรงเรียน และตรงกลางตึกของเด็กประถม1-3 ตึกหลังคือตึกของเด็กประถม4-6 และเป็นตึกที่มีห้องคหะกรรมและห้องดนตรี ห้องเรียนจริยธรรมไว้สวดมนต์และจะมีพระเข้ามาสอน ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าเรียกวิชานี้ว่าอะไร 555555 เข้าเรื่องต่อ
หลังจากที่ไอ้กล้าพาเรามาหาพี่แก้ว พี่สาวของมัน มันก็เลยบอกว่าพี่มันไม่ยอมเล่าอะไรแต่อยากพูดกับเราที่มีเซ้นส์ เราก็เลยถามพี่แก้วว่า

“เรียกเรามา อยากจะคุยอะไรกับเราหรอ”

พี่แก้วที่มีสภาพหวาดระแวงบางอย่าง เขาหันซ้ายหันขวานิดหน่อยแล้วดึงแขนเราให้นั่งลงตรงโต๊ะเรียนข้าง ๆ และเขาก็เริ่มเปิดปากเล่าแบบกลัว ๆ ว่า เมื่อเดือนก่อนเขามีเรียนวิชานาฏศิลป์และวันนั้นมีสอนท่ารำไทยในระหว่างที่ครูประจำวิชาออกไปเข้าห้องน้ำ พี่แก้วเขาเหลือบไปเห็น โต๊ะที่วางพวกหัวโขนและชฎาอยู่
เขาเห็นว่าชฎาที่วางบนโต๊ะนั้นสวยดีอยากจะลองสวมลองเล่นเป็นนางรำ พี่แก้วจึงเดินไปหยิบชฎามาสวมบนหัวแล้วก็เริ่มรำไปมาแบบเล่น ๆ ตลก ๆ ให้เพื่อน ๆ ดู
แล้วก็นอนลงในท่ารำเอาหัวไถพื้นในขณะที่หัวมีชฎาสวมไว้ ไถ ๆ บริเวณกลางห้อง และเพื่อนก็ทักว่าให้ถอดไปเก็บเถอะก่อนที่ครูจะกลับมาเห็น พี่แก้วจึงถอดแล้วเอาไปวางไว้ลวก ๆ ที่เดิม พอเลิกเรียนก็แยกย้ายกันกลับบ้านตามปกติ ในคืนแรกพี่แก้วไม่เจออะไร แต่วันถัดมาในระหว่างที่พี่แก้วมา ร.ร.ต้องเดินผ่านห้องนาฏศิลป์เพราะเป็นทางที่ใกล้กับห้องเรียน ประตูห้องนาฏศิลป์เป็นประตูกระจก ในขณะที่ก้าวเดินผ่านห้องนาฏศิลป์ จู่ ๆ ก็มีเสียงดัง

ปึง!!

เสียงเหมือนกับมีคนเอามือกระแทกกับประตูห้องนาฏศิลป์ พี่แก้วสะดุ้งตกใจมากจึงหันไปมองแต่ว่าในห้องนั้นกลับไม่มีใครมาทุบหรือกระแทกที่ประตูกระจกเลยแม้แต่ของแข็งก็ไม่มีปาเข้ามา พี่แก้วคิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปเลยเดินเข้าห้องเรียนพอเดินเข้ามาวางกระเป๋านั่งที่โต๊ะปกติ จนกระทั่งหมดวัน ในวันนั้นแม่ของพี่แก้วมาจอดรถรอรับพี่แก้วและไอ้กล้า พี่แก้วมาถึงคนสุดท้ายพอขึ้นรถมา แม่พี่แก้วก็ทักว่า

“แก้ว แก้วพาใครมาน่ะลูก?”

พี่แก้วงง ๆ เลยถามแม่ว่า

“ใครไหน? หนูวิ่งมาคนเดียวนะแม่”

“ก็ผู้หญิงใส่ชุดนางรำไงลูก เมื่อกี้เขาเดินมากับหนูจนหนูขึ้นรถเมื่อกี้ ”

พี่แก้วรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เลยหันไปมองด้านหลังรถแต่ว่าก็ไม่มีใครที่สวมชุดนางรำสักนิดพี่แก้วเลยคิดว่าแม่คงตาฝาดไปเอง แล้วหลังจากวันนั้นทุกครั้งที่พี่แก้วเดินผ่านห้องนาฏศิลป์หรือมีคาบเรียนวิชานี้ก็มักจะรู้สึกว่าเหมือนถูกใครจ้องมองตลอดเวลาเป็นความรู้สึกที่อึดอัดและกดดัน จนมาวันนึงที่พี่แก้วกลับขึ้นห้องหลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ เห็นเพื่อนรุมที่โต๊ะพี่แก้ว เลยเดินมาที่โต๊ะตัวเองแล้วก็มีรอยขูดที่โต๊ะว่า

“มาขอขมากุเดี๋ยวนี้”

เนื่องจากโต๊ะเรียนสมัยนั้นจะเป็นโต๊ะไม้ พี่แก้วรู้สึกตกใจก็เลยถามเพื่อนว่ามีใครมาแกล้งรึป่าว เพื่อน ๆ ก็ต่างบอกว่าไม่ได้แกล้ง และตัวพี่แก้วเองก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องที่เอาชฎาไปเล่นในวันนั้น ก็เลยไม่ใส่ใจและยังใช้โต๊ะตัวนั้นอยู่เหมือนเดิม และก็มาถึงจุดที่พี่แก้วนึกได้เรื่องที่เล่นชฏาคือในคืนวันเสาร์พี่แก้วกำลังนออยู่ในห้องโดยเป็นเตียงสองชั้นพี่แก้วนอนเตียงล่างไอ้กล้านอนเตียงบน วันนั้นไอ้กล้ายังไม่เข้ามานอนยังนั่งดูทีวิกับแม่ จู่ ๆ พี่แก้วก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยเล่นคล้อยผ่านหูขึ้นมาเบา ๆ และบวกกับได้ยินเสียงคนย่ำเท้าไปมาในห้องรู้สึกรำคาญนิดหน่อยเลยลืมตามาดูปรากฏว่าเป็น ผู้หญิงสวมชุดไทยมีชฎาสวมหัวอยู่และเป็นชฎาอันเดียวกับที่พี่แก้วเคยเอาไปเล่น ผู้หญิงคนนั้นรำอยู่ไม่ห่างจากเตียงพี่แก้วมากนักแต่จะรำหันหลังให้ตลอด พอพี่แก้วกระพริบตาเพื่อดูให้ชัด ๆ อีกทีก็หายไปซะแล้ว พี่แก้วจึงลุกขึ้นนั่งมองหารอบ ๆ ห้องแต่ก็ไม่มีอะไร แล้วก็มีมือเอื้อมลงมาจากเตียงด้านบนลงมาจับขอบเป็นมือสีขาวซีด ๆ ที่นิ้วสวมเล็บฟ้อนรำไว้

“จะไม่ขอขมากุดี ๆ ใช่ไหม!!!”

จู่ใบหน้าของผู้หญิงที่สวมชฎาคนนั้นห้อยหัวโผล่ลงมาจากเตียงด้านบนห่างจากหน้าของพี่แก้วไม่กี่เซน แววตาอาฆาตอย่างรุนแรง น้ำเสียงเกรี้ยวกราดตะคอกลั่น ทำให้พี่แก้วรู้สึกกลัวมากจึงแหกปากร้องกริ้ด ๆ ถอยตัวไปขดด้านในสุดของเตียงชิดผนัง จนแม่และไอ้กล้าวิ่งเปิดประตูเข้ามาหาพี่แก้ว พี่แก้วก็ร้องไห้แหกปากไม่หยุดรู้สึกขวัญเสียมาก จนแม่ต้องมาปลอบ พี่แก้วเลยขอไปนอนกับแม่ พอมาตอนเช้าไอ้กล้าก็เลยถามพี่แก้วว่าเมื่อคืนเป็นอะไร ทีแรกพี่แก้วไม่ยอมเล่าจนไอ้กล้าถามว่า

“โดนผีหลอกหรอ”

พี่แก้วชะงักไปสักครู่แล้วยอมเปิดปากเล่าให้ไอ้กล้าฟังว่าไปเอาชฎาในห้องนาฏศิลป์มาสวมเล่น และเห็นผู้หญิงสวมชุดนางรำมาหาเมื่อคืนไม่รู้จะไปขอขมายังไงดี ไม่กล้าด้วยรู้สึกกลัว ไอ้กล้ามันก็เลยนึกถึงเราขึ้นมา
[เพราะเคยไปผจญโชคด้วยกันมาแล้วครั้งนึง เป็นเรื่องที่เคยไปท้าผี ถ้ามีโอกาสจะเอามาเล่าให้ฟังนะค่ะ ตอนเด็กจะต้องมีช่วงที่ชอบไปลองท้าผีเจอมั้งไม่เจอมั้งแต่ส่วนใหญ่พาเราไปจะเจอดีแทบทุกครั้ง 55555555555555]

ไอ้กล้ามันก็เลยบอกพี่แก้วว่าจะลองถามเพื่อนคนนึงให้ดู (เรานั้นแหละ555) ค่อนข้างมีเซ้นส์ อาจจะช่วยได้ หลังจากที่พี่แก้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟัง เราก็คิดขึ้นมาหน่อย ๆ ว่ามันคงไม่ง่าย และเราก็เป็นแค่เด็ก ป.3คงทำอะไรไม่ได้มาก เราก็เลยถามพี่แก้วว่าลองเล่าให้แม่ฟังยังเขาอาจจะช่วยได้นะ เรื่องแบบนี้ให้ผู้ใหญ่ช่วยจะดีกว่าเพราะพวกหัวโขนพวกชฎามันเป็นของมีครู เอาไปเล่นแบบนั้นมันเป็นการลบหลู่แล้วที่พี่แก้วทำนี้ลบหลู่มาก ๆ พี่แก้วก็ส่ายหน้าลูกเดียวเลยว่าจะไม่บอกแม่ กลัวแม่โกธรกลัวแม่จะไม่เชื่อ เราก็เลยถามว่า

“แล้วจะให้หนุช่วยอะไรล่ะ”

พี่แก้วเลยบอกว่า

“ฟ้าช่วยไปคุยให้พี่หน่อยว่าขอขมาเนี้ย ต้องขอยังไง ต้องทำอะไรบ้าง”

เราก็เลยแบบโอเค ๆ แค่คุยสินะไม่ได้ไปทำอะไรเรื่องขอขมาเขาต้องทำเอง ก็เลยไปที่ห้องนาฎศิลป์กันไปกับไอ้กล้า พี่แก้ว และเรา สามคน พอไปถึงเราก็เข้าไปนั่งคุกเข่าตรงโต๊ะที่วางพวกหัวโขน เลยเอ่ยปากถามไปตรง ๆ ว่า

“หากให้ขอขมาแล้ว ให้พี่แก้วทำอะไรตอนนี้พี่เขากลัว”

จากนั้นเราก็รู้สึกว่ามีคนมากระซิบที่ข้างหูว่า

“ให้มันรำให้กุ….”
เราก็เลยหันไปบอกพี่แก้วว่าเขาอยากให้พี่รำขอขมา พี่แก้วก็ส่ายหน้าแบบไม่เอาไม่รำกลัว ให้เรารำแทนให้หน่อย เราก็แบบเฮ้ย เราไม่ใช่คนทำนะจะให้เรามารำแทนได้ไง พี่แก้วก็ขอร้องเราอยู่นานว่าช่วยรำให้ที พี่ไม่กล้าพี่อายคนอื่น เราก็แบบโอเค ๆ ก็เลยลุกขึ้นยอมรำให้แต่ว่าไม่ได้รำเป็นอะไรหรอกนะได้แค่ตั้งมือยกแขนขึ้นรำไปมา แต่ว่ามันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นจู่ ๆ เราก็รู้สึกว่ามีมือมาจับที่มือเรา จับดัดมือดัดแขนดัดขาเราเลยซึ่งค่อนข้างรู้สึกเจ็บ ๆ แล้วก็พูดใส่หูเราดัง ๆ ว่า

“กุไม่เอารำ กุจะเอามันรำ!!”

แล้วเราก็หยุดรำไปเพราะคิดว่าไม่ไหวนี่มันเกินกว่าตัวเราด้วยซ้ำ เราเลยบอกพี่แก้วว่า

“เขาไม่ยอม เขาจะให้พี่รำ เพราะพี่เป็นคนกระทำไม่ใช่หนุ”

พี่แก้วก็ไม่ลูกเดียวไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่รำ แล้ววันนั้นภารกิจขอขมาก็ล่มเพราะพี่แก้วไม่ยอมรำและไอ้กล้าก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะพี่สาวมันไม่เอาลูกเดียว หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ถัดมา จู่ ๆ กลางดึกไอ้กล้าก็โทรมาหาเราว่าพี่แก้วหายออกจากบ้านไป ไอ้เราก็ตกใจพี่เขาจะหายไปได้ไง ไอ้กล้ามันก็บอกไม่รู้จู่ ๆ ก็หายไปเลยประตูบ้านเปิดทิ้งไว้ ในสมัยนั้นเราใช้มือถือรุ่นโนเกีย 6600 (มันจะมีเกมตบยุงซึ่งเราชอบมาก เหมือนเป็นกล้องถ่ายแล้วจะมีตัวการ์ตูนยุงบินผ่านไปมาให้เราตบมัน555555)หลังจากไอ้กล้าวางสายเราก็รู้สึกกังวลนิดหน่อยแต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเราหวังว่าจะตามหาเจอเร็ว ๆ ช่วงเวลา6โมงเช้า ก็มีลุงยามคนนึงเดินมาที่ตึกประถมเด็กโตมาเพื่อไขกุญแจเปิดตึก ลุงยามเดินผ่านห้องนาฏศิลป์เพื่อที่จะไปเปิดประตูอีกฝั่ง ตอนที่เดินผ่านแกก็รู้สึกถึงไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ แล้วแกก็เลยหันมองเข้าไปในห้องนาฏศิลป์

“เฮ้ย !!”

แกเห็นเด็กคนนึงสวมชฏาอยู่บนหัวแล้วนอนหงายอยู่ในท่าสะพานโค้ง หัวยันกับพื้นไว้ แขนขาหักบิดงอ กระดูกเข่าแทงออกมาจากผิวหนัง ข้อมือถูกบิดนิ้วหักเบี้ยวไปผิดทิศผิดทางเลือดไหลนองเต็มพื้นห้อง สองแขนยกขึ้นศอกยันพื้นสองมือประกบกันเหมือนพนมมือ หน้าหันไปทางโต๊ะหัวโขน ตาเหลือก ปากขยับพึมพำว่า

“ขอโทษค่ะ หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว… ”

ลุงยามเห็นจึงโทรเรียกรถพยาบาลมา พอแม่พี่แก้วทราบข่าวก็เลยรีบไปโรงพยาบาลพี่แก้วยังอยู่ในอาการช็อคก็เลยไม่สามารถเล่าอะไรได้ ส่วนเราก็มารู้จากไอ้กล้าอีกทีเรื่องที่เจอพี่แก้วในห้องนาฏศิลป์ เขาคงเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกที่พี่แก้วไม่ยอมมาขอขมาดี ๆ สักที หลังจากเหตุการณ์นั้นพี่แก้วก็ไม่มาโรงเรียนหลายเดือนเพราะแขนขานิ้วหักหมดต้องใช้เวลารักษา
เรื่องก็มีเท่านี้และล่ะค่ะ สิ่งของบางอย่างถ้าเกิดมันมีครูก็ไม่ควรเอามาเล่นเพราะว่าของเหล่านั้นอาจจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งลึกลับอาศัยอยู่ก็ได้ ให้เรื่องของเป็นอีกหนึ่งกรณีไว้เป็นเครื่องเตือนใจนะค่ะ ไว้คราวหน้าหน้าจะมาเล่าเป็นเรื่องย่อย ๆ ที่ไปผจญโชคกับเพื่อนมา และเรื่องสั้น ๆ ที่พบเจอมาบ้างไม่ได้ร้ายแรงเท่าไร

ขอบคุณที่อ่านนะค่ะ ขอตัวไปนอนก่อนล่ะพิมพ์ตั้งแต่ตี2เสร็จตี4ครึ่ง รู้สึกเมา ๆ ถ้าพิมพ์ผิดไปก็ขออภัยด้วยนะค่ะ ไม่อยากให้คนอ่านขาดช่วงเลยตัดสินใจพิมพ์ให้จบรวดเดียว บ้ายบายค่าา @__@

เครดิตเรื่องเล่าจากกระทู้ เมื่อรุ่นพี่เขา….เอาชฎามาสวมเล่น ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1580395