สี่แยกไฟแดงหลอนที่สุราษฎร์ธานี

ต้องเกริ่นก่อนนะครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี ประมาณปี 2547 หรือประมาณ 14 ปีที่แล้วนั่นเอง เรื่องนี้เกิดกับคนใกล้ตัวผมเองครับ จะเป็นรุ่นพี่ที่สนิทก็ไม่เชิง แต่เรื่องของเรื่องคือ เหตุการณ์หลังจากนั้นมากกว่า

คืนสยองมันมีจุดเริ่มต้นมาจาก วัยรุ่น 2 กลุ่ม ไล่ตีกันมาตั้งแต่ในตลาดจนมาออกถนนใหญ่ แต่แล้วมันมีอยู่คนนึง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวัยรุ่น 2 กลุ่มนี้เลย เขาแค่ไปตัดยาง อยู่ๆ ก็โดนถีบแฮนด์รถ ทำให้ล้มลงไปนอนกลิ้งบนถนน เยื้องๆ กับสี่แยกไฟแดงพอดี แต่พวกวัยรุ่นที่ตามมานั้น ในมือมีทั้ง มีด ดาบ อาวุธครบมือ คือกระหน่ำฟันผู้ชายที่นอนอยู่บนถนน จนเลือดนองพื้น หลังจากนั้น พวกวัยรุ่นกลุ่มนั้นก็แยกย้ายกันหนีไปคนละทิศคนละทาง ปล่อยให้เหยื่อนอนรอความตายอยู่กลางถนนกับกองเลือดสีแดงฉาน

อย่างที่รู้กัน ตอนกลางคืนรถบรรทุกสิบแปดล้อจะขับรถทุกแร่ ไปๆ มาๆ บนถนนใหญ่อยู่แล้ว แล้วด้วยความที่มืดมาก รถบรรทุกคันนั้นดันขับมาทับขาผู้ชายที่นอนอยู่บนถนนจนเละ ขาดออกจากร่างท่อนบน คือจริงๆ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ตายเพราะโดนฟันนะครับ เขาตายเพราะเสียเลือดจากการโดนสิบล้อทับจนขาขาด กว่าจะมีคนพบศพก็ตี 3 แล้ว (คนตัดยางพารา)

นับตั้งแต่วันนั้น ก็ผ่านมาประมาณ 3 อาทิตย์ได้แล้ว พ่อแม่คนตายแจ้งความ แต่ตำรวจตามจับไม่ได้สักคน ทั้งที่รู้ว่ากลุ่มไหนเป็นคนทำ คนไหนเป็นคนลงมือ เพราะในกลุ่มมีลูกตำรวจ อย่างที่รู้กันสมัย 14 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นรถมอเตอร์ไซค์แต่งกำลังบูม ณ เวลานั้นวัยรุ่นทุกคนเหมือนต้องมีประจำกายไว้ 1 คันเสมอ และมันก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะพาความชิบหายมายังกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้

มันเป็นคืนที่พระจันท์เต็มดวง แสงจากดวงจันทร์ส่องสว่างสะท้อนมายังเส้นสีขาวโพลนของถนนใหญ่ แล้วเป็นคืนที่กลุ่มวัยรุ่นนัดรวมตัวกันเพื่อประลองความเร็วรถ เป็นประจำเกือบทุกๆ คืน อยู่แล้ว แต่ความชิบหายมันเริ่มมาจากชายคนนี้…

คือมันมีอยู่คนนึงปากดีไม่เข้าเรื่อง อาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า มันดันท้าทายเพื่อนๆ ในกลุ่มว่า กล้าไปแข่งรถกันตรงสี่แยกไฟแดงหรือเปล่า กล้าไหม? บังเอิญคนอื่นๆ ก็บ้ายอตามสะงั้น ดันคึกคะนอง กล้าท้าก็กล้ารับสิวะ ทุกคนเบิ้ลรถไปรวมตัวกันตรงแยกไฟแดงที่นัดหมาย ซึ่งมันก็คือแยกที่น้องคนนั้นถูกพวกมันฟันจนโดนสิบล้อทับตาย

หลังจากนั้นได้ไม่นาน ผู้ชายคนเดิมอีกแล้ว พูดจาเย้ยหยัน ตอนแรกก็มีคนห้ามนะว่า

“เฮ้ย! มึงก็พูดเกินไป มันตายไปแล้วนะ”

แต่ผู้ชายคนเดิมมันไม่สนหรอก มันปากดีกว่าเก่าอีก มันพูดว่า “แน่จริงก็ออกมาสิวะ!” ด้วยความเมาบวกกับเพื่อนอยู่กันเยอะ

และแล้วก็ไม่ต้องให้รอนาน อยู่ๆ เสียงดังแกร๊บๆๆๆ ดังขึ้นมา เสียงเหมือนกระดูกแตกแบบละเอียดยิบ คือเสียงมันดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเสียงมันเหมือนมาอยู่ตรงจุดที่กลุ่มวัยรุ่นนี้ยืนอยู่ คือตอนนั้นบรรยากาศเงียบมาก เสียงจิ้งหรีดเสียงนกเสียงแมลงไม่มีเลยจริงๆ ทุกคนด้วยความกลัวก็มายืนกองกันตรงกลาง คือจากเสียงที่ได้ยินนั้น เหมือนมันคลานอยู่รอบๆ อยู่ใกล้ๆ นี้เลย

จำคนปากดีได้ไหม คือมันรู้สึกเหมือนมีหยดน้ำอะไรหยดใส่หัวไหล่ มันเลยลองเอามือไปแตะน้ำหนืดๆ นั้นดู เอ๊ะ! นี้มันเป็นน้ำเหลืองไม่ใช่เหรอ โคตรเหม็นสุดๆ แต่พอมันเงยหน้าขึ้นไปเท่านั้นแหละ มันเห็นเต็มสองตาเลย…

มีผู้ชายนั่งห้อยขาอยู่บนเสาสัญญานไฟ แต่ภาพที่เห็นคือ ขาทั้งสองขา ไม่มี มีแต่หยดเลือดหยดน้ำหนองไหลนองลงมาเต็มพื้นที่พวกมันยืนกันอยู่ แต่ที่แปลกก็คือ เหตุการณ์นี้มันเกิดพร้อมกันทุกคน คือคนในกลุ่มเห็นกันหมด แต่ต่างกันที่แต่ละคนจะเห็นผู้ชายขาขาด ในจุดที่แตกต่างกันไป

บางคนก็เห็นนอนอยู่บนพื้นกำลังคลานเข้ามา บางคนก็เห็นกำลังเกาะขาตัวเองอยู่ บางคนก็เห็นนั่งพิงกับมอเตอร์ไซค์ของตัวเองอยู่ แต่ทุกๆ คนล้วนแล้วแต่เห็นชายขาขาดเลือดเต็มตัวเหมือนกันทุกคน

คราวนี้แหละ สติแตก วิ่งหนีสุดชีวิต… อยู่ๆ ก็พากันวิ่งข้ามไปอีกเลนสะงั้น คงพยามจะวิ่งไปบ้านคนใกล้ๆ แต่อาจเป็นเพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาหรืออะไรดลจิตดลใจ ให้รถพ่วงสิบแปดล้อสองคัน ขับตีคู่กันมา เหมือนแข่งกัน กวาดเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ขณะวิ่งข้ามถนน 5 คน แขนขา หัว ลำตัว เละเทะ สยดสยอง เกินที่จะอธิบายให้เห็นภาพได้ แต่มีอยู่คนนึงรอดมาอย่างเหลือเชื่อ เสียแค่ขาสองข้างไป

มันยังไม่จบ… คนปากดีที่รอดตายมานั้น ตั้งแต่เวลาตี 1 นับตั้งแต่โดนสิบล้อเหยียบ เป็นเวลา 2 ชม. ที่เขาต้องนอนจ้องมองศพเพื่อนๆ ที่ชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายรายล้อมรอบตัวเขา

ยังไม่พอ ชายขาขาดที่พวกเขาเคยรุมฟันจนโดนรถเหยียบตาย ก็ค่อยๆ คลานข้ามจากอีกเลน จากปีกเกาะกลางมานอนจ้องหน้าอยู่ข้างๆ คนปากดีคงกลัวสุดๆ ก็เลยพยายามใช้แขนคลานหนี แต่แขนหักทั้งสองข้าง ทำให้ต้องนอนอยู่เฉยๆ ได้แต่ร้องด้วยความกลัว คือต่อให้หลับตาลงเพราะกลัว มันก็เอามือเบิกลูกตาให้จ้องหน้ามันอยู่ดี จนเวลาตี 3 ผีชายขาขาดก็คลานกลับข้ามไปเลนที่ตัวเองโดนรถเหยียบตาย และนั้นถือเป็นจุดสิ้นสุดของความสยอง 2 ชั่วโมง ที่ชายคนนี้ต้องเจอ

จุดสิ้นสุด คือนรก…

กว่าจะมีคนตัดยางขับผ่านมาทางนี้ก็เกือบตีสามครึ่ง ถึงจะมีคนมาเห็น แล้วช่วยประสานงานให้ตำรวจและมูลนิธิมาเก็บศพ และช่วยเหลือ ชายปากดีที่ขาขาด

สรุป
– ทั้ง 6 คน เหลือรอดมาได้แค่คนเดียว
– คนรอดตายเสียขาทั้งสองข้างไป
– จนทุกวันนี้ก็เป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก ขาขาด 2 ชั่วโมงควรจะเสียเลือดตายไปแล้วแต่รอดมาได้ยังไง (หลายๆ คนคงคิดเหมือนกันว่า ผีขาขาดคงอยากให้ผู้ชายคนนี้มีชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวด ที่ต้องเสียขาทั้งสองข้าง เสียเพื่อนไป และนอนรอความตายโดยมีผีชายขาขาดนอนเฝ้าจ้องหน้าอยู่ข้างๆ)
– จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครสามารถตามจับรถบรรทุกสิบแปดล้อสองคันนั้นได้ (ลอยนวล)
– ชายขาขาดที่รอดชีวิต เป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้คนที่แกสนิทฟังรวมถึงรุ่นพี่ผมด้วย

ขอขอบคุณที่มา: ซอคเกอร์ซัคดอทคอม