บ้านที่อยู่ติดกัน

“เต้ย” เล่าเรื่องขนหัวลุกจากบ้านติดกัน…คุณยายสุมาลีเป็นหญิงชราวัย 85 ที่น่ารักมาก เราเป็นเพื่อนบ้านรั้วเดียวกัน ขณะที่รั้วหรือกำแพงสามด้านก่ออิฐและโรยเศษแก้วไว้ข้างบนด้วย แต่รั้วระหว่างบ้านเราเป็นแค่ไม้ระแนงสีนวลสูงแค่คอ เราคุยกันและส่งกับข้าวให้กันตรงนี้ละครับ! ถ้าเอารั้วออก สนามหญ้าบ้านเราจะเป็นผืนเดียว กันทันที คุณยายสุมาลีปลูกมะลิลากับมะลิซ้อนไว้หอมมาก ข้างบ้านก็มีต้นจำปี จำปาสูงใหญ่ ออกดอกสะพรั่ง ท่านชอบดอกไม้ไทยๆ อย่างนมแมว คัดเค้า บุนนาค ฯลฯ ส่วนคุณยายแจ่มของผมก็ปลูกพวงชมพู ดอกเข็ม และชวนชม

ผมรู้จักคุณยายสุมาลีมาตั้งแต่ผมเกิดเลยก็ว่าได้ ท่านจะทักทายและเล่นด้วย จนตอนนั้นผมโตอยู่ม.3 แล้ว ท่านก็ยังทักและพูดคุยกับผมอยู่ตามเดิม เมื่อปีที่แล้ว คุณยายแจ่มของผมไปสวรรค์อย่างสบายที่สุด คือหลับไม่ตื่นไงครับ! คุณยายสุมาลีดูเหงาไปเลย ต่อมาไม่นานผมไม่ค่อยเห็นคุณยายสุมาลีออกมาดูต้นไม้ของท่านอย่างที่เคย มารู้จากคนรับใช้ว่าท่านไม่ค่อยสบาย เดินไม่ไหวแล้ว ท่านเป็นโรคเข่าเสื่อม แล้วยังตามมาด้วยความดันเลือดและโรคหัวใจ

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แทบจะไม่รู้ตัว จนกระทั่งได้ยินข่าวน่าใจหาย คุณยายสุมาลีลื่นหกล้มในห้องน้ำ ตอนที่คนดูแลเผลอปล่อยท่านไว้ตามลำพัง ใบหน้าบวม ปากแตก ศีรษะแตกเลือดท่วม และไม่ได้สติเลย ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน บ้านคุณยายสุมาลีเงียบเหงา ตอนกลางคืนก็มืดสนิทเลยครับ เมื่อก่อนน่ะมีลูกสาวลูกชายอยู่ด้วย แต่ตอนนี้เขาแต่งงานแยกย้ายกันไปอยู่แถบชานเมือง ที่บ้านเหลือแต่คุณยายสุมาลีกับคนรับใช้ พอท่านมาป่วยแบบนี้บ้านก็ไม่มีใครอยู่เลย

ท่านป่วยได้ราวสองเดือนก็ตายครับ! บ้านถูกทิ้งร้าง หญ้าขึ้นสูงออกดอกขาวโพลน ปลิวเป็นระลอกตามแรงลม ผมมองบ้านคุณยายสุมาลีแล้วเศร้ามาก แต่ป้าอ้อยคนรับใช้เก่าแก่ของเราบอกว่าเห็นแล้วน่าขนหัวลุกที่สุด เธอกลัวผีคุณยายสุมาลีอย่างแรงเลยละครับ ผมละขำจริงๆ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็เกิดเรื่องที่ทำให้ผมขำไม่ออก! ตอนบ่ายวันเสาร์นั้น ฟ้าครึ้มเมฆอยู่นานพอดู แต่แล้วก็จางหายจนแสงแดดใสกระจ่างสาดส่องลงมา สว่างไสว…ป้าอ้อยอยู่ว่างๆ ก็หยิบกรรไกรไปตัดเล็มต้นไม้ใบหญ้าริมรั้วในแสงแดดอ่อน

ผมกำลังเล่น คอมพ์อยู่ในห้องนอน ก็พลันได้ยินเสียงป้าอ้อยกรี๊ดลั่น…ผมวิ่งลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พบคุณแม่และสาวใช้อีกสองคนกำลังปลอบป้าอ้อยผู้ตัวสั่นเทา คุณแม่สั่งให้เด็กละลายยาหอมให้แกกิน ป้าอ้อยเล่าว่าขณะที่แกกำลังตัดเล็มกอหญ้าอยู่นั้น ก็รู้สึกว่ามีคนเดินมาหาจากตัวบ้านของคุณยายสุมาลี มาหยุดยืนริมรั้วฝั่งตรงข้ามกับป้าอ้อย แกเลยเงยหน้ามอง แล้วก็ต้องเย็นวาบไปทั้งตัวในบัดดล!

ท่ามกลางแสงแดดสดใสยามบ่ายจัด คุณยายสุมาลียืนอยู่ที่นั่น! ป้าอ้อยเห็นเต็มๆ ท่านยิ้มให้ตามปกติทุกอย่าง เหมือนกับท่านยังไม่ตายยังงั้นแหละ!! “ว่าไงจ๊ะอ้อย” คุณยายสุมาลีทักทายยิ้มๆ “สบายดีเหรอ? คิดถึงนะ…” แค่นั้นแหละ ป้าอ้อยหงายหลังผลึ่ง กรี๊ดออกมาซะสุดเสียง…แกบอกขนาดตัวเองได้ยินยังตกใจแทบตาย เป็นอันว่าเรากลัวผี ไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้ริมรั้วนั่นอีกเลยครับ! มีแต่ผมนี่แหละครับ ที่ทำท่าจะกล้าหาญมากกว่าเพื่อน นั่นคือ ตอนกลางคืนชอบเปิดหน้าต่างมองไปที่บ้านนั้น ผ่านบริเวณมืดทะมึน ต้นจำปีจำปาไหวตามแรงลม

บรรยากาศเปล่าเปลี่ยว เยือกเย็นน่าวังเวงใจ เหมาะสมกับบ้านที่ตกอยู่ในความรกร้าง ไม่มีใครดูแลตามเดิม ทว่าในความคิดของผมน่ะ ยังเห็นคุณยายสุมาลีเคลื่อนไหวอยู่ในบ้าน ประหนึ่งท่านไม่ได้ล้มหายตายจากไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ไหนเลย…อาจจะเกิดจากจินตนาการก็เป็นได้ ผมยังเห็นท่านเดินไปเดินมา ใช้ชีวิตหลังความตายอยู่ในความมืด…จะว่าไป ผมก็หวาดๆ เหมือนกันนะ เพราะกลัวว่าอยู่ดีๆ ท่านจะโผล่หน้าต่างมาจ๊ะเอ๋ทักทายผมอย่างที่ทักป้าอ้อย…มีหวังผมลมจับแน่ๆ เลยครับ งานนี้น่ะ! บรื๋อออ…

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์