ป้าศรี!!

ป้าศรี อายุเกิน 70 ปีแล้วแกก็ยังนั่งขายลอตเตอรี่อยู่ริมถนน แกมีบุคลิกแปลกๆ คนมาซื้อลอตเตอรี่หากพูดจาไพเราะแกก็มักจะพูดจาข่มขู่ หยาบๆ คายๆ ใส่อยู่ตลอด ตรงข้ามหากพูดหยาบคายหรือห้วนๆ แกก็มักจะพูดจาสุภาพกลับ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแม่ค้าขายของใกล้กัน หรือลูกค้าซื้อลอตเตอรี่มักจะเห็นว่าแกชอบนั่งพูดงึมงำอยู่คนเดียว

หญิงสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ในซอยที่ป้าศรีนั่งขายลอตเตอรี่ แม่ค้าพ่อค้าไม่รู้จักหน้าค่าตา อาจจะเพราะเพิ่งมาอาศัยหรือมาจากที่อื่นก็ไม่รู้ เห็นป้าแกพึมพำแปลกๆ ก็ถามว่าป้าพูดว่าอะไรหรือ

 

 

“22 หนูอายุ 22″ ป้าพูดพลางจ้องหน้า

“ใช่ๆ ป้า” หญิงสาวผงะเล็กน้อย แปลกใจที่ทำไมทราบอายุของตัวเอง

“เห็นคนที่ยืนซื้อผลไม้บนทางเท้ามั้ย นั่น 38 ผู้ชายคนข้างๆ 27 แม่ค้า 23 สามีของแม่ค้า 28″

“โหป้า ป้าทายอายุแม่นขนาดนี้เลยหรือ”

 

 

ป้าศรียิ้ม ไม่ตอบ แต่พูดว่า “คนสมัยนี้บาปหนา ไม่ชอบทำบุญ ทำแต่บาป อีแม่ค้านั่นมันคบชู้รู้ไหม ผัวมันก็เอาแต่กินเหล้า นานๆ ออกมาช่วยเมียขายของสักที ว่าไปเมียมันสวมเขาให้มันก็สมควรอยู่หรอก”

“อะไรนะป้า หนูงง” “ผู้หญิงที่กำลังซื้อแตงโมนั่นก็ชอบขโมยของบริษัทตัวเอง ผู้ชายนั่นก็ขายยาบ้า โน่นอีกคนที่เดินเข้ามาเพิ่งขับรถชนคนตายมาไม่ถึงชั่วโมง ช่างไม่รู้สึกรู้สาเอาเสียเลย คนอาไร้ เฮ้อ!”

 

 

“ป้ารู้ได้ไง” หญิงสาวพูดในใจพลางนึกว่าป้าคนนี้ต้องเพี้ยนแน่ๆ เธอกำลังจะเดินหนี ป้าก็พูดขึ้นว่า “หนูเองก็เพิ่งมาอยู่ในซอยนี้ เสี่ยเลี้ยงละสิ”

 

 

หญิงสาวตกใจ ป้าคนนี้รู้เรื่องได้ไง ป้าศรียังพูดต่อ “ที่จริงป้าไม่ชอบยุ่งเรื่องผัวๆ เมียๆ หนูทำให้เมียเสี่ยต้องนอนร้องไห้ทุกคืน แต่ความผิดของหนูไม่ทั้งหมด ไอ้ตัวเสี่ยนั้นด้วย ต้องรับผิดอีกครึ่ง เพราะตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก”

หญิงสาวโกรธที่ถูกหลอกด่า เธอคิดเดินหนี แต่ความที่ป้าแกรู้เรื่องของเธอได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยบอกใครแถวนี้ การทายเรื่องเสียๆ หายๆ ของคนที่ซื้อผลไม้รวมทั้งแม่ค้าผลไม้นั่น ทำให้เธอสนใจและแปลกใจมาก

 

 

“ป้าเป็นหมอดูหรือ”

“ไม่ใช่ แต่ชั้นรู้ว่าทุกอย่างกำลังจะเกิดตรงหน้า”

“หมายถึงอะไร เกิดตรงหน้า”

“ที่บอกว่าหนูอายุ 22 แม่ค้ากับผัวมันและคนที่มาซื้อของอายุเท่าไหร่ มันไม่ใช่อายุปัจจุบันหรอก”

 

 

หญิงสาวงุนงง ป้านี่ท่าทางจะเพี้ยนจริง

ป้าศรีพูดต่อ “แต่มันคืออายุขัย”

“หา อะไรนะ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า อีกไม่ถึงสามนาที จะมีรถเบรกแตกพุ่งเข้ามาชนแม่ค้า คนซื้อของและชนหนูที่ยืนตรงนี้ตายหมด”

 

 

“บ้าแล้ว นี่ชั้นกำลังคุยกับคนบ้าหรือ” หญิงสาวตวาดใส่ป้าศรี

“แต่ถ้าหนูอยากรอดตายก็ซื้อลอตเตอรี่ของป้าสิ”

“โธ่ ไอ้ป้าบ้า ที่แท้ก็วิธีขายลอตเตอรี่ของแกสิ เวรเอ๊ย!”

“คุณน่ะ” ป้าศรีพูดไพเราะขึ้นมาทันที “เชื่อดิชั้นสิคะ แค่ซื้อเลขอายุตัวเอง คุณหนูอายุ 22 ก็ซื้อเลข 22 เท่านี้ก็รอดตาย”

 

 

“ป้าเอ๊ย อีป้าบ้า” หญิงสาวยิ่งตะคอกเสียงดังจนผู้คนหันมามอง

แม่ค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวก็เล่าให้ฟัง ป้าศรีมองหน้าแม่ค้าคนนั้นแล้วพูดว่า “อีนังพร เอ็งอายุยังไม่ถึงฆาต แต่ถ้าเอ็งมายืนตรงนี้ เอ็งก็จะตายโหง ถูกรถชนไปด้วย วิญญาณของเอ็งจะวนเวียนไปอีกหลายสิบปีกว่าจะหมดอายุขัย ทรมาทรกรรม ข้าว่าเอ็งอย่ามายุ่งเลยดีกว่า”

 

 

แม่ค้าชื่อพรนึกฉุน “กูว่าป้าบ้าไปแล้ว ไปศรีธัญญาเถอะ คนห่าอะไรวะ รู้อนาคต รู้ความตายของคนอื่น บ้าชัดๆ”

“กูเตือนมึงแล้วนะ” ป้าศรีพูดเบาๆ “ไปหนู อย่าไปสนอีป้าประสาทๆ อย่างมันเลย เราไปกันเหอะ” แม่ค้าชื่อพรหันไปพูดกับหญิงสาว ทันใดนั้นเองก็เกิดเสียงรถเบรกเอี๊ยดๆ ดังลั่นมาแต่ไกล หลายคนหันไปดู เห็นเป็นรถกระบะสีดำทะยานข้ามเกาะกลางกำลังพุ่งตรงเข้ามาที่แผงขายผลไม้ของแม่ค้า

 

 

ผ่านไปอึดใจ ป้าศรีพูดขึ้นขณะมองศพของแม่ค้า สามีของแม่ค้า ผู้ชายผู้หญิงที่มาซื้อ โดยเฉพาะหญิงสาว “โถนังหนู บอกแล้ว ข้าบอกทางรอดให้เอ็งแท้ๆ เฮ้อ บุญเอ็งคงมีเท่านี้”

 

ป้าศรีมองแผงลอตเตอรี่ของตัวเองที่ล้มเละเทะ คนเยอะแยะแย่งกันเก็บลอตเตอรี่ของแก “เปรตชัดๆ ไอ้พวกนี้” ก่อนหันไปพูดกับแม่ค้าชื่อพร

“ข้าบอกเอ็งแล้วอีพร อย่ามายุ่ง” แม่ค้าชื่อพรซึ่งตอนนี้เริ่มรู้สึกตัวในสถานะใหม่ลุกขึ้น ได้ยินป้าศรีพูดเหมือนมาจากที่ไกลๆ ว่า “ไป ไปกะข้าเถอะ ข้าจะพาไปอยู่ด้วย”