สยองขวัญ ผีชุดไทยสไบเชียว

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเราอายุประมาณ 9 – 10 ขวบน่าจะได้ค่ะ ตอนนั้นเราอาศัยอยู่ที่บ้านพ่อย่านบางนา ตัวบ้านจะเป็นแบบอาคารพาพิช 3 คูหา ครอบครัวเราอาศัยอยู่ห้องแรก ห้องที่ 2 เป็นของป้าที่อยู่ต่างประเทศจึงไม่มีคนอยู่ ห้องสุดท้ายป้าอีกคนก็อาศัยอยู่กับลูกชายคนเล็กชื่อพี่หนึ่ง ซึ่งอายุห่างจากเรามากพอสมควรเพราะป้าเรามีลูกเร็ว แม่บอกว่าตอนเราเกิด พี่หนึ่งก็มาช่วยเลี้ยงเราด้วย มีอยู่วันหนึ่งหลังจากครอบครัวของเรากินอาหารมื้อเย็นเสร็จ ป้ากิว(แม่พี่หนึ่ง) ก็พาหญิงสาวหน้าตาดีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเข้ามาแนะนำให้บ้านเรารู้จัก ในฐานะว่าที่สะใภ้ของป้า เธอชื่อ วิ นิสัยค่อนข้างเรียบร้อยและชอบเล่นกับเรา

พี่วิชอบเล่นกับเด็กค่ะ ป้าก็คุยกับพ่อว่าจะไปจัดงานแต่งที่บ้านพี่วิเลยมาบอกกล่าวกันไว้ เพราะไม่มีใครสามารถไปได้เพราะพี่หนึ่งกับพี่วิเลือกจัดงานแต่ง ในวันธรรมดาจึงไม่ค่อยมีใครไปร่วมงานนัก หลังจากแต่งงานกันแล้วทั้งคู่ก็มาอยู่ที่บ้านป้าห้องที่ 3 ค่ะ ช่วงวันธรรมดา เราแทบไม่เจอกับพี่ๆ เค้าเลย จนมาวันหนึ่งพี่วิมาลาบอกว่าต้องย้าย ไปทำงานที่โรงแรมทางเหนือ เพราะป่วยสุขภาพไม่แข็งแรง ตอนนั้นเราจำได้ว่า พี่เค้าขนเสื้อผ้ากลับไม่ไหวเลยเอามาให้เราแทน เราก็ดีใจมากเพราะเสื้อผ้าพี่วิสวยๆทั้งนั้น แถมยังใหม่อยู่ด้วย แล้วพี่วิก็มากอดเราแน่นเลยแล้วก็บอกว่า “ไม่รู้พี่จะได้กลับมาหาหรือเปล่า ยังไงก็คิดถึงพี่บ้างนะ” พี่วิมองเราเศร้าๆ แล้วก็ยิ้ม

ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าพี่วิหมายความว่ายังไงแต่รู้ว่าใจหายมากๆ เศร้าไปหลายวันทีเดียว หลังจากวันนั้นพี่หนึ่งก็ทำงานหนักขึ้นต้องหางานพิเศษทำเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เจอหน้าพี่หนึ่งเลย ทั้งๆ ที่บ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง แต่เราก็ไปหาป้าที่บ้านอยู่บ่อยๆไปช่วยทำริบบิ้นติดพวงมาลัยค่ะและเราก็ถามหาพี่วิประจำจนป้าบอกเหตุผลว่าพี่วิต้องไปทำงานที่เหนือเพราะ พี่วิป่วยเป็นมะเร็งปอดไม่มีใครดูแลเลยย้ายไปอยู่กับแม่ที่นั่น เราก็ไม่ได้ถามอะไรอีกแค่ถามหาบ้างเวลาเจอพี่หนึ่ง

จนเวลาล่วงเลยไป 1 ปี คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์เราจำได้ดี เพราะแม่จะอนุญาต ให้เราดูละครหลังข่าวได้ ในขณะที่ละครกำลังสนุกอยู่ๆ เจ้าเกิลสุนัขที่เลี้ยงไว้ ก็เห่ากระโชกน่ากลัวมาก แต่เรากับแม่หันไปมองก็ไม่เห็นใคร หมาบ้านเราดุมาก เพราะเคยเป็นหมาเฝ้าสวนมาก่อนเวลาเห็นใครก็จะเห่าและขู่กัดได้กัดเลยค่ะ
มันเห่ากระโชกนานมากจนดูทีวีไม่รู้เรื่องเลยค่ะ เราจึงลุกไปดูที่ประตูมองส่องก็ไม่เจอ แล้วก็เดินไปหาสุนัขของเรามันก็ไม่หยุดเห่า ด้วยความอยากรู้เราเอาหน้า
ไปแนบกับหัวของมันแล้วมองไปทางเดียวกับมันที่จ้องและเห่าอยู่ ถึงกับใจหายวาบเลยค่ะ

เราเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่สไบสีเขียวผมเกล้ามวยแต่กระเซอะกระเซิงมองมาในบ้าน ด้วยสายตาที่โกรธจัด เรากับผู้หญิงคนนั้นสบตากันประมาณ 1 นาทีได้แล้วเธอก็หายวับไปกับตา เราก็ร้องเฮ้ย!!ผีหลอกลั่นบ้านเลยค่ะ หมาเราก็หยุดเห่าหลังจากที่ผู้หญิงนนั้นหายไป แม่เราก็พาเราไปดูตรงประตูที่เห็นปรากฏว่าเจอแต่ด้วงกวาง (ที่มี 3 เขาน่ะค่ะ) ตัวใหญ่มากซึ่งตรงนั้นไม่น่าจะมีได้มีแต่ตึก และที่สำคัญด้วงตัวนี้ก็ตายตรงหน้าเราด้วยค่ะ เหตุการณ์เป็นซ้ำแบบนี้อยู่ 3 วันค่ะ สุนัขเห่ากระโชกสลับกับหอนแบบโหยหวนและทุกเช้าก็จะเจอซากด้วงกวางนอนตายอยู่หน้าประตูตลอดเลย

แม่เราเห็นท่าไม่ดีเลยไปถามป้ากิวว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงหมาหอนไหม? ป้าก็สงสัยเหมือนกัน ว่าทำไมมันหอนนัก เราก็เล่าให้ฟังว่าเจอแบบนี้เมื่อคืนวันศุกร์ป้าเราก็หน้าเสียแต่ก็ไม่พูดอะไรมาก หลังจากคุยกันพอหอมปากหอมคอต่างก็แยกย้ายเพราะแม่ต้องส่งเรากับพี่ไปโรงเรียน พอเลิกเรียนกลับมาป้ากิวก็วิ่งมาหาเราหน้าตาตื่นมาบอกว่าพี่วิเสียแล้วด้วยโรคมะเร็ง แต่เราก็ยังงงว่าจะเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงสไบเขียวคนนั้น พอวันเสาร์ต่อมาเราก็ไปช่วยป้าทำริบบิ้นติดพวงมาลัยเราก็เห็นป้าเรารื้อของ รื้อเสื้อผ้ากับพี่หนึ่ง อยู่ในบ้านของเหล่านั้นเป็นเสื้อผ้าที่เหลือของพี่วิที่ส่วนใหญ่เป็นชุดทำงาน (งาน PR โรงแรม) เราดันไปเจอชุดสไบสีเขียวที่ร่วงอยู่กับพื้นโดยบังเอิญ เราก็หยิบขึ้นมาดูถึงกับสั่นเลยค่ะ

แล้วบอกป้าว่าผู้หญิงคนนั้นใส่สไบสีนี้ ลายนี้เลย พี่หนึ่งน้ำตาร่วงเลยค่ะ เค้าเล่าว่าวันศุกร์ที่เราเจอคือวันที่พี่วิเสีย พี่ไปดูใจพี่วิไม่ทันเธอคงโกรธเลยมาตามที่บ้าน แถมเอารูปตอนที่พี่วิใส่ชุดนี้มาให้ดู คือใช่เลยค่ะ!!!!

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36067053