ความเฮี้ยนของเตียงบริจาค

เราอยู่กับแม่และลูกชายอีกคนค่ะ ทำกิจการอยู่ที่บ้าน แม่เราอายุ 80 น้ำหนัก 50 แล้ว และป่วยด้วยโรคชราทั่วไปตามปกติ แม่แกไม่ค่อยอยู่นิ่งเวลาลุกเวลายืนก็เริ่มจะไม่ไหวหกล้มอยู่บ่อย ๆ เรากลัวว่าแม่จะเสี่ยงกับอันตรายที่มากขึ้นบวกกับเราเองก็ไม่ได้อยู่ดูแลท่านได้ตลอด เราจึงตัดสินใจโทรหาโรงพยาบาลรัฐเพื่อขอบริจาคเตียงคนไข้สักเตียงจะเอามาให้แม่นอน รอบแรกโทรไปทางโรงพยาบาลแจ้งว่ายังไม่มีใครมาบริจาคเตียง พอ 4 โมงเย็นทางโรงพยาบาลก็แจ้งว่ามีคนบริจาคเตียงแล้วจะรับมั้ย ??ด้วยความที่โรงบาลรัฐนาน ๆ จะมีเตียงว่างสักที เราจึงรีบตอบตกลง เมื่อเตียงมาถึงพร้อมที่นอนผ้าปูสีขาวเราทำความสะอาดแล้วพาแม่ขึ้นเตียง

ในขณะที่เราทำกับข้าวในครัว เราก็ชะโงกดูแม่แวบหนึ่งเราเห็นเงาดำของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ไปปลายเท้าแม่ เราตกใจมากหันกลับไปมองอีกทีนึงก็ไม่มีแล้ว ก็เลยคิดว่าตัวเองแต่ตาฝาดต่อมาไม่กี่วันลูกชายที่กำลังนั่งเล่นลูกบอลแล้วกลิ้งไปใต้เตียง เค้าจะมุดเข้าไปเก็บแต่ยังไม่ทันเข้าไปเค้าก็รีบวิ่งกลับมาหาเราร้องไห้แล้วเล่าว่าเห็นผู้หญิงหน้าตาน่ากลัวนั่งอยู่ใต้เตียงมองมาตลอด เราคิดว่าเด็กคงกลัวไปเองจึงไม่ได้คิดมากอะไร

ต่อมาเราเริ่มสังเกตุเห็นความผิดปกติของแม่ นับวันแกยิ่งผอมลงเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก น้ำหนักตัวเหลือเพียง 30 ไม่พูดไม่จาเลยพอจะอ้าปากก็ไม่มีเสียงไม่มีแรงผิดตัวเองก็ทำไม่ได้ สายตาของแม่แข็งจ้องตาขวางไม่หลบตาใคร คนในบ้านต้องหลบสายตา ทุกคนเริ่มกลัวคนอื่นมาหาก็ไม่พูดด้วยบางทีก็จ้องเหมือนคนไม่รู้จักแล้วที่แปลกคือแม่กินเยอะมากอะไรที่ตลอดชีวิตแม่ไม่กินแม่กลับเอากินเอา กินเอา กินทุกอย่างที่ไม่ชอบกินกินเยอะจนงงว่าทำไมกินขนาดนี้แล้วน้ำหนักลด บางทีเราก็สังเกตแม่จะพยายามถอดสร้อยพระออกจากคอพอเราเห็นก็จะรีบดึงลงมาไม่ให้ถอด บางทีแม่ก็เหมือนพูดกับใครแต่เราได้ยินไม่ได้ศัพท์ใจก็นึกว่ากลัวว่าแม่จะเป็นอะไร

นานวันเข้าแม่เริ่มมีอาการแปลกๆ เราจึงตัดสินใจไปถามอาจารย์ที่เรานับถือท่านได้ดูให้แล้วก็ถามถึงเตียงหลังจากคุยกันเราจึงรู้ว่ามีวิญญาณของเจ้าของเตียงตามมาพอหลังจากที่เสียชีวิตลูกสาวก็ยกรีบยกเตียงบริจาค คนเสียชีวิตติดมากับเตียงเพราะไม่รู้จะไปไหนแล้วเราก็อนุญาตให้เข้ามาบ้านเองจังหวะเดียวกันแม่ขึ้นไปนอนทับที่พอดีอายุที่มากแล้วทำให้แม่อ่อนแอจิตตกดวงวิญญาณนี้เข้าสิงร่างแม่เพื่อกินอวัยวะข้างใน อาจารย์บอกว่าแม่พยายามไล่วิญญาณนั้นไปพยายามเรียกให้คนช่วยแต่ไม่มีใครได้ยินวิญญาณนั้นเลยยึดร่างแม่ไว้แล้วกัดกินอวัยวะข้างในของแม่จนผอมหากอยากได้ช่วยท่านจะทำพิธีแต่เมื่อวิญญานนั้นไปแม่ก็จะเสียชีวิตไปด้วยภายใน 3 วัน

เราทุกคนทำใจเราสงสารแม่มาก แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจให้อาจารย์ทำพิธีเราทุกคนกราบขอขมาแม่แล้วท่านก็ทำพิธีอยู่พักใหญ่ทำจนเสร็จแม่ลืมตาตื่นขึ้นมาสายตานั้นคือสายตาของแม่เราแน่ๆ เราจำได้ แม่ยิ้มและพยายามยกมือไหว้อาจารย์ แล้วอาจารย์ก็บอกว่าตอนนี้วิญญาณอยู่ที่ปลายเตียงแล้วจะเข้าร่างแม่ไม่ได้แล้วและให้เตรียมตัวจัดงานศพให้แม่เราได้เลยเพราะแม่กำลังจะไปแล้ว

ผ่านไป 1 ชั่วโมงแม่เริ่มหายใจดังขึ้น เราต้องให้ออกซิเจนแต่ก็ไม่ดีขึ้นหายใจดังมองแต่ปรายเท้าเราเดินไปเดินมาไม่รู้จะทำยังไง แต่จู่ๆเราก็เดินไปหาแม่ยังไม่รู้ตัวแล้วทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาตลอดชีวิตคือขอโทษแม่ขอโทษ ที่นอกลู่นอกทาง ขอโทษที่บอกว่าไม่รักแม่ ใจไม่อยากให้แม่เสียชีวิต แต่เวลานี้ได้แต่บอกแม่ไม่ต้องห่วงอะไรเราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแม่ไปให้สบายนะผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีแม่ก็เงียบนิ่งหลับไปตลอดกาล

วันรุ่งขึ้นเราเคลื่อนศพแม่ไปวัดแล้วก็บริจาคเตียงนั้นคืนให้กับโรงพยาบาล เราคาใจจึงได้ถามกับทางโรงพยาบาลว่าเตียงที่ถูกส่งมานั้นคือเตียงของใคร เขาจึงแจ้งว่าคนไข้เป็นคุณยายเพิ่งเสียชีวิตหลังจากเคลื่อนศพไปวัดเขาจึงยกเตียงให้กับโรงพยาบาล แล้วเราคือคนที่ได้รับเตียงต่อ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับลูกสาวยายคนนั้นได้ความว่า ยายแกป่วยเป็นโรคชราเหมือนกับแม่เรานี่แหละ แต่อยู่ ๆ แกก็ผอมซูบลงไปหาหมอธรรมที่อยู่ในหมู่บ้านเขาบอกว่าแม่ถูกผีปอบกิน (ตามความเชื่อ) และไม่นานแม่ก็เสียชีวิตลูกสาวแกเชื่อว่าแม่เขาไม่ได้เป็นคนทำให้แม่เราเสียชีวิต แต่คิดว่าผีปอบได้ตามเตียงไปและไปกินแม่เราอีกคน เราได้บอกทางโรงบาลแล้วแต่เขาไม่เชื่อ… เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารายต่อไปจะคือใคร