เรื่องเล่าสยองขวัญ บ้านพักที่เกาะกูด!

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเจอมากับตัว แล้วยังกลัวไม่หาย เลยอยากจะมาเล่าให้ทุกคนฟังมากครับ เรื่องมันเกิดขึ้นในปลายฤดูร้อนปีหนึ่ง เมื่อ บรรดา สจ๊วตและแอร์รุ่นเดียวกับผม นัดรวมพลพรรคที่มีเวลาว่างตรงกันประมาณ 10 คน จัดทริปไปเที่ยวเกาะกูด โดยพักที่บ้านกึ่งรีสอร์ทบนเกาะเล็กๆส่วนตัว ห่างออกมาจากชายแดนของประเทศกัมพูชาไม่มากนัก

ระหว่างทาง พวกเราได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านที่มาทำงานที่รีสอร์ทแห่งนั้น ทุกคนต่างก็มีอัธยาศัยอันดี ยกเว้นแต่พ่อแม่ลูกสามคนที่มองผมและซุบซิบกันด้วยท่าทีแปลกๆ…

เมื่อเดินทางมาถึงรีสอร์ทเจ้าของรีสอร์ทก็จัดเตรียมอาหารให้เราเรากินจนอิ่มต้อนรับอย่างดี หลังจากนั้นพวกเราก็เลยอยากเดินออกมาสำรวจบ้านพักโดยรอบบังกะโลก็เหมือนบังกะโลทั่วไป แต่จะโบราณหน่อยๆ คือยกพื้นสูงเมตรกว่าๆ ตัวเรือนจะทำด้วยไม้มีหน้าต่างรอบมีอากาศถ่ายเทอย่างดีส่วนด้านหน้าก็มองเห็นท้องทะเลสีฟ้าสวยสวยงามมีบรรดาพืชพันธ์สัตว์ต่างๆ ออกมาส่งเสียงร้องเบาเบา แต่ที่ทำให้ขนลุกนั้นก็คือเสียงของตุ๊กแกตัวใหญ่ที่ไต่ยั้วเยี้ยหลายตัวอยู่ตามผนังบ้าน

พวกเราได้นั่งเฮฮาริมหาดจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืนเราจึงเดินกลับเข้าตัวบ้าน เราได้แยกย้ายกันเข้านอน หลังจากที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับผมได้ยินเสียงตุ๊กแกดังลั้นผมเลยเอาผ้าห่มคุมโปง เพราะผมไม่ชอบเสียงแบบนี้จริง ๆ

สักพักเสียงตุ๊กแกก็เงียบลงคราวนี้ผมได้ยินเป็นเสียงชายหญิงและเด็ก ผมก็พยายามฟังว่าเค้ากำลังพูดอะไรแต่ไม่สามารถฟังออกเพราะเขาพูดเป็นภาษาเขมร ผมลองพลิกตัวมองไปยังหน้าต่างซึ่งเป็นที่มาของเสียง ท่ามกลางความมืดมิดแต่ผมเห็นภาพหลังลางๆ คือมีชายหญิงและเด็ก ผมได้ถามเขาว่ามีอะไรมาทำอะไรกันดึกดึกแบบนี้ ทั้งหมดหันมาจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เย็นชา…

หลังจากผมพยายามเรียกเพื่อนแต่ไม่มีใครตื่นเสี่ยววินาทีนั้นเอง ที่ผมระสายตาจากพวกชายหญิงและเด็กพวกเค้ามาปรากฏอีกที่หนึ่งอยู่ตรงหน้าประตูด้วยเค้าถือไม้อันใหญ่แกว่งเล่นในมือ..ผมงงงันกับภาพเบื้องหน้า ไม่เข้าใจว่าเด็กนั่นแอบปีนเข้ามาในห้องพักของพวกเราตั้งแต่เมื่อไร เด็กพวกนั้นเริ่มวิ่งกระโดดข้ามเพื่อนผมที่ยังคงนอนขวางทางอยู่ และ เอาไม้ที่มือตีผนังดังก๊อกก๊อกแล้วส่งเสียงร้องโหยหวนจนผมต้องยกมือขึ้นปิดหู

ผมรีบวิ่งหาสวิทช์ไฟ แล้วกดปุ่มให้มันทำงาน…แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…ห้องทั้งห้องยังคงมืดมิด ผมจึงตัดสินใจบอกไอ้หนูหยุด !! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ !! แสงจากดวงไฟหลายดวงบนเพดานก็สว่างขึ้นเสียงอึกทึกที่เด็กน้อยร้องโหยหวนจนแสบแก้วหูกลับหายไปในพริบตาผมมองไปรอบรอบห้องเพื่อนๆ ผมต่างอยู่ด้วยความหวาดกลัว ผมรีบวิ่งเดินไปที่หน้าต่างตรงหัวนอนเพื่อมองหาเด็กพวกนั้นแต่กลับไม่พบอะไรเลย

พอเช้าตู่ผมเดินไปดูตรงบริเวณที่เห็นเดินไปคนเดียวเพราะเพื่อนกำลังเก็บของหนีกลับกรุงเทพพบว่ามี ศาลเล็กๆตั้งอยู่สองหลังได้แต่ถามเพื่อนว่าทำไมเมื่อวานเราไม่เห็นกันซักคน งงมาก

ผมเก็บของเสร็จรีบวิ่งมาเช็กเอาท์ออกจากรีสอร์ทและได้สอบถามสองผัวเมียที่เดินอยู่แถวนั้นเค้าเล่าว่ามีคนงานนั่งเรืออพยพมาจากกัมพูชาหนีสงครามมาแต่โชคร้ายเรือล่มจมน้ำทั้งครอบครัว ทำให้เสียชีวิต และศพถูกพัดมาเกยตื้นบริเวณหน้าหาดใกล้บ้านหลังนี้ และส่งเสียงร้องทุกคืนเราจึงสร้างศาลไว้ให้ ที่น่าแปลกก็คือ ไม่เคยมีใครเคยพบวิญญาณพ่อแม่ลูกครอบครัวนี้มานานแล้ว…