เสียงเคาะเขย่าขวัญ – คุณตังเม

เรื่องนี้คุณตังเมรับฟังมาจากพี่ที่รู้จักกันท่านนึง เกี่ยวกับของโบราณชิ้นนึง พี่คนนี้เป็นพี่ที่เคยทำงานกับคุณตังเมเมื่อหลายปีที่แล้ว พี่คนนี้ชื่อว่า พี่นุ่น (นามสมมุติ) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 3 -4 ปีที่แล้ว ทางคุณแม่ของพี่นุ่น เขาตัดสินใจว่า จะรีโนเวทบ้านใหม่ หลังจากที่คุณพ่อของพี่นุ่นเสียชีวิตแล้ว 2 ปี ทางลูกๆก็เห็นด้วย สนับสนุน ให้รีโนเวทบ้าน ลูกๆก็รวบรวมเงินให้แม่เอาไปทำบ้านอย่างเต็มที่ อยากทำอะไรทำเลย

ช่วงที่ระหว่างทำบ้าน คุณแม่ของพี่นุ่นก็โทรมาหาพี่นุ่น เล่าความคืบหน้าของบ้านเป็นระยะๆ ตัดสินใจว่าจะทำแบบนู้นแบบนี้ เลือกสี เปลี่ยนแบบ ทุบผนัง ต่างๆนาๆ แล้วคุณแม่ตั้งใจจะแต่งบ้านเป็นแนวโบราณๆ แบบที่แม่ชอบ มีเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า แต่ทางลูกๆก็ไม่ค่อยชอบกันเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ขัดใจแม่ เพราะตั้งใจที่จะตามใจแม่ ทำได้แค่เตือนให้แม่ดูของดีๆละกัน อย่าให้ไปเจอคนหลอกว่าเป็นของเก่าอย่างงั้นอย่างงี้แล้วขายแพง แล้วแม่ก็เล่าให้พี่นุ่นฟังอีกว่า ไปเจอร้านขายของเก่าร้านนึง แถวๆจังหวัดรอบๆกรุงเทพ ซื้อมาตั้งหลายชิ้น ได้ราคาดีมากเลย ไม่ต้องต่ออะไรมากมาย เจ้าของร้านก็ขายให้ พี่นุ่นก็ฟังแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

จนเวลาผ่านไปเกือบๆ 2 เดือน คุณแม่ก็โทรกลับไปนัดลูกๆ พี่นุ่นมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน พี่นุ่นเป็นคนเล็กสุด แม่ก็โทรนัดบอกว่า เนี่ย บ้านใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวนัดกันมานอนที่บ้านกันดีกว่า พร้อมหน้าพร้อมตา มาเจอกัน เหลือเก็บรายละเอียดอีกวัน 2 วันก็น่าจะเสร็จแล้ว ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่จะถึงก็เป็นวันหยุดยาว คุณแม่ก็เลยนัดทุกคนมานอนที่บ้าน หลังจากนั้น ลูกๆทุกคนก็เตรียมตัวที่จะกลับบ้าน แต่ไม่กี่วันก่อนที่จะถึงวันนัดไปบ้านแม่ คุณแม่ก็โทรมาบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีว่า ขอเลื่อนวันนัดไปอีก 2 อาทิตย์ได้มั๊ย แล้วค่อยมา โดยที่ไม่ได้อธิบายอะไร ตัวพี่นุ่นเองก็งง ไหนบอกว่าจะเสร็จแล้ว มีปัญหาอะไรหรือเปล่า คุณแม่ก็อึกอัก ไม่ตอบอะไร ไม่อธิบายอะไร แต่พี่นุ่นก็ไม่อยากที่จะถามอะไรแม่มากมาย แล้ววแต่แม่ละกัน

จนบ้านเสร็จ พี่นุ่นและพี่น้องอีกทั้งหมด 4 คน ก็กลับไปที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันในคืนวันศุกร์ คุยกันถึงดึกดื่น แล้วแม่ก็พาดูบ้านใหม่ นี่ห้องของแม่ นี่ห้องของลูกแต่ละคน ทีนี้ ตัวพี่นุ่นไปได้ห้องสุดท้าย ซึ่งจริงๆแล้วห้องๆนั้นไม่ใช่ห้องนอนเพราะห้องนอนคุณแม่เตรียมไว้ให้ 4 ห้องนอนใหญ่ พี่อีก 3 คนแต่งงานกันหมดแล้วก็ได้ห้องใหญ่ไป คุณแม่ก็นอนห้องแม่ พี่นุ่นก็ได้เป็นเหมือนห้องที่เอาไว้สำหรับรับแขก แล้วพี่นุ่นก็ไปสะดุดตากับสิ่งๆนึง ก็คือ ประตูห้องที่พี่นุ่นจะต้องเข้าไปนอน เป็นประตูไม้โบราณ ลักษณะเป็นประตู 2 บ้าน ปิดเข้าหากัน แล้วขัดกลอนจากข้างในอย่างเดียว เปิดจากข้างนอกไม่ได้ ซึ่งต่างจากห้องอื่นๆ

ตกกลางคืน พี่นุ่นก็เข้าไปนอน แล้วพอถึงช่วงเวลาประมาณตี 1- 2 พี่นุ่นได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ ก๊อกๆๆ พี่นุ่นก็นึกว่าเป็นพี่ๆมาเรียก หรือจะเอาของอะไรหรือเปล่า พี่นุ่นก็งัวเงียๆ ถามไปว่า มีอะไร จะนอน อย่าเพิ่งกวน แต่เสียงก็เงียบไป ไม่มีเสียงเคาะต่อหรือพูดอะไร ซักพักก็มีเสียงเคาะรอบสอง คราวนี้เสียงเคาะถี่ขึ้น แต่เสียงยังเบาๆเหมือนเดิม พี่นุ่นก็ขานรับว่าใคร มีอะไร แต่ก็ไม่มีใครตอบเหมือนเดิม พี่นุ่นก็พยายามจะข่มตาหลับอีกรอบนึง แต่ก็มีเสียงเคาะรอบที่สาม คราวนี้เคาะหนักขึ้น พี่นุ่นก็เลยลุกขึ้นไปเปิดประตูดูว่าเป็นใคร พอเปิดไปก็ไม่เจอใคร มองออกไปซ้ายขวา ก็ไม่เห็นใคร แล้วก็ปิดประตู แต่ก็มีเสียงเคาะประตูครั้งที่สี่ คราวนี้เป็นเสียงทุบประตู ปังๆๆ เหมือนไม่พอใจ พี่นุ่นก็เปิดประตูทันทีหลังจากได้ยินเสียงเคาะ แต่พี่นุ่นก็ยังไม่เห็นใคร พี่นุ่นก็รู้สึกกลัวแล้ว ก็คิดว่าไม่นอนในห้องนี้แล้วดีกว่า แล้วก็ไปเปิดไฟ นั่งเล่นอยู่ที่ห้องรับแขก ในคืนนั้น พี่นุ่นก็นั่งหลับนอนหลับอยู่ที่ห้องรับแขก

เช้าวันรุ่งขึ้น ก็ไม่มีใครพูดอะไร พี่นุ่นก็คิดว่าตัวเองคงคิดมากไป และก็ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้กับทุกคน เพราะว่า บ้านก็เพิ่งจะเสร็จ พอคืนที่สอง ก็เกิดเหตุการณ์เหมือนคืนแรก เคาะประตูครั้งที่ 1 เบาๆ เคาะครั้งที่ 25 ถี่ขึ้น เคาะครั้งที่ 3 ที่เริ่มเป็นทุบ และพอเคาะประตูครั้งที่ 4 ที่เคาะดังๆ พี่นุ่นก็ยังไม่เปิดเหมือนคืนแรก เพราะว่าในคืนแรกเปิดไปไม่เจอใคร ของคืนสอง พอเคาะ ปังๆๆ เสร็จ พี่นุ่นก็ยืนรอ กลัวว่าเปิดไปจะเจออะไร ที่ไม่ควรเจอ ระหว่างที่ยืนรอ พี่นุ่นก็ได้ยินเสียงเหมือนของเหลวหยดลงกับพื้นที่หน้าประตูห้อง ซักพักพี่นุ่นก็เปิดประตูออกไป แต่ก็ไม่เจอใคร พี่นุ่นก็รู้สึกว่า ไม่น่าจะเป็นคนมาเล่นอะไรกันแล้ว โตๆกันแล้ว ดึกแล้วด้วย หลานก็ไม่น่าจะตื่น พี่นุ่นก็ตั้งใจรอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น คราวนี้ไม่หลับละ แล้วก็ไม่ปิดประตูเปิดทิ้งไว้เลยเพราะกลัวว่าจะมีเสียงเคาะประตูอีก

เช้าวันรุ่งขึ้น พี่นุ่นก็คุยกับทางครอบครัว บอกว่า เขาเจอเรื่องแปลกๆ กับห้องๆนี้ พอเล่าจบ พี่ชายคนโตก็เล่าว่า เขาก็เจอเรื่องแปลกๆเหมือนกัน คือ เขาได้ยินเสียงของนุ่น ถามว่า ใคร มีอะไร พี่ชายก็เลยเปิดประตูห้องเขามาดูว่า นุ่นเรียกใครหรือเปล่า พอเปิดประตูออกไป พี่ชายเห็นเหมือนผู้หญิง เดินจากหน้าห้องพี่ชายไปที่หน้าห้องของนุ่น แล้วก็หายไป เป็นผู้หญิงวัย 40-50 ปี เดินไปเร็วมากแล้วก็หายไป พอเล่าเรื่องทุกอย่างเสร็จ คุณแม่ของพี่นุ่นก็นิ่งเงียบหน้าซีด พี่นุ่นก็ถามว่า แม่มีอะไรหรือเปล่า พี่นุ่นก็เลยเล่าให้ฟังว่าที่ต้องมีการเลื่อนนัดมาอีก 2 อาทิตย์เนี่ย ก็เพราะว่า ประตูเนี๊ย ตอนแรกเอามาไว้ที่ห้องแม่ แล้วก็เจอแบบเดียวกับที่พี่นุ่นเจอ แล้วแม่เจอหลายๆคืนติดๆกัน ก็เลยเปลี่ยนเอามาไว้ที่ห้องของพี่นุ่นแทน โดยแม่คิดว่า ลูกคงไม่น่าจะเจอ

ทีนี้ลูกๆทุกคนก็บอกให้แม่เอาประตูบานนี้ไปคืนที่ร้าน เขาจะคืนเงินหรือเปล่าก็ช่างเขา แต่ยังไงก็ต้องเอาไปคืน แล้วก็คุยกันให้รู้เรื่องว่าเกิดไรขึ้น ทีนี้ก็พาคุณแม่ไปที่ร้านที่ซื้อมา ตอนที่แม่พี่นุ่นมาซื้อประตู คนที่ขายนั้นเป็นลูกชายของเจ้าของร้าน พอแม่ไปถึงร้าน สีหน้าของลูกเจ้าของร้านดูไม่ค่อยดี คุณแม่พี่นุ่นก็บอกว่า ชั้นเอาประตูมาคืน เขาก็รีบบอกว่า ผมขอโทษมากครับ ทุกคนก็งงว่า ขอโทษอะไร หรือว่ารู้เรื่อง ทีนี้ ตัวเจ้าของร้านที่เป็นแม่ของลูกชายก็เดินออกมา ต่อว่าลูกชายเขาทันทีว่า ขายไปได้ยังบานนี้ บอกแล้วใช่มั๊ย ว่าอย่าเอาออกมาตั้ง ให้เก็บไว้ เพราะจะเอาไปไว้ที่วัด

ทางบ้านพี่นุ่นก็เลยถามที่มาที่ไปของประตูบ้านนี้ว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น ยึกยักกันอยู่ซักพัก เจ้าของร้านก็เล่าให้ฟังว่า เขาได้ให้เงินกับคนที่เขารู้จัก เพื่อแลกกับประตูบานนี้มา และเรื่องราวที่พอจะรู้ก็คือ ประตูบานนี้มาจากบ้านหลังนึง ที่มีพ่อ แม่ และลูกสาวอยู่ด้วยกัน ทีนี้ พ่อ ออกไปทำงานต่างจังหวัดบ่อย จะกลับมาช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ก็เหลือแค่ ภรรยา และลูกสาวอยู่ที่บ้าน ตัวลูกสาวก็เป็นวัยรุ่น ก็จะหนีเที่ยวบ้าง ไปเจอเพื่อนบ้าง จนมีคืนนึง ลูกสาวแอบปีนหน้าต่างออกไปเที่ยว แล้วประตูบ้านนั้นก็เป็นประตูของห้องลูกสาวที่ล็อคประตูได้จากข้างในห้องอย่างเดียว ลูกสาวก็ล็อคห้องแล้วก็ปีนหน้าต่างออกไปเที่ยวกับเพื่อน

โดนที่ลูกสาวไม่รู้ว่า คืนที่เขาออกไปเที่ยวคืนนั้น มีขโมยขึ้นบ้าน แล้วแม่ด้วยความที่ห่วงลูก พอได้ยินเสียงขโมยขึ้นบ้าน ก็เลยมาเคาะที่ประตูห้องลูกสาวเบาๆก่อน ลักษณะการเคาะก็เหมือนที่พี่นุ่นได้เจอ ก็คือ เคาะเบาๆเพื่อไม่ให้ขโมยได้ยิน ครั้งที่สองเริ่มถี่ เพราะถ้าลูกหลับอยู่น่าจะพอได้ยินบ้าง ครั้งที่่ 3 เริ่มทุบ พอถึงครั้งที่ 4 แม่ก็ทุบประตูหนักมาก แล้วโจรก็มาแทงคุณแม่ที่หน้าประตู ตายหน้าประตู และเหมือนว่าจิตสุดท้ายแม่คิดว่าจะต้องให้ลูกหนี โดยที่แม่ไม่รู้ว่าลูกเขาไม่อยู่บ้าน พอลูกกลับมาบ้านเจอแม่ที่เสียชีวิตก็แทบจะเสียสติไปเลย คุณพ่อก็เลยตัดสินใจขายของในบ้านออกทั้งหมด แล้วหลังจากนั้น ประตูบานนี้ก็มาอยู่ที่ร้านๆนี้ แล้วแม่ของพี่นุ่นก็ไปซื้อประตูบานนี้มาจึงทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้