3 ครั้ง 3 ครา คุณน้ำฟ้า

เหตุการณ์ทั้งหมดที่จะเล่าให้ฟังต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์จริงจากน้องน้ำฟ้า แต่ว่าเกิดขึ้นต่างสถานที่ ต่างเวลา
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่โรงแรมแห้งหนึ่งในพัทยา น้ำฟ้าและเพื่อนอีก 4 คนได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่นั่น และได้เข้าพักที่ รร แห่งหนึ่ง ซึ่งด้านข้างจะมีวัดตั้งอยู่ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยน้ำฟ้าและเพื่อนก็ได้เข้าพักที่ห้อง 101 ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 แต่เป็นห้องสุดท้ายริมสุดทางเดิน หลังจากทุกคนเข้าพักที่ห้องแล้ว วันนั้นน้ำฟเ้ารู้สึกเหมือนจะไม่สบาย จึงขอตัวเพื่อนๆนอนพักอยู่ในห้องเพียงลำพังคนเดียว

 

ส่วนเพื่อนที่เหบือก็ออกไปเที่ยวข้างนอกกันหมด ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า น้ำฟ้านอนอ่านหนังสือการ์ตูน
และเปิดทีวีทิ้งไว้ ในห้องน้ำจะเป็นเตียงเล็ก 2 เตียง อีกเตีงหนึ่งเพื่อนๆได้เอาหนังสือพิมพ์วางเอาไว้บนหมอน ส่วนน้ำฟ้าก็นอน อ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ที่อีกเตียงหนึ่ง

 

 

ระหว่างที่นอนอ่านอยู่ดีๆนั้น ก็ได้ยินเสียงเหมือนกับสวิทช์ไฟเปิดๆปิดๆ แต่น้ำฟ้าคิดว่าเสียงจากทีวีก็เลยไม่ได้ใส่ใจมากนัก . เพียงแต่ว่าได้ยินบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น ก็เลยหยุดอ่านหนังสือก่อนแล้วก็นอนฟัง สายตาก็จับจ้องไปที่ทีวี ภาพในทีวีนั้นก็ไม่ได้มีอะไร . ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดปิดสวิทช์ไฟเลย ระหว่างที่นอนฟังอยู่นั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนหนังสือพิมพ์ดัง เหมือนมีใครนั่งทับบนหนังสือพิมพ์ เสียงดัง แกร็บๆ ในวินาทีนั้นน้ำฟ้าเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นน่าจะมีอะไรผิดปกติ ระหว่างที่หนังสือพิมพ์ยังดัง อยู่ที่เตียงข้างๆนั้น น้ำฟ้าไม่กล้าหันไปมองตรงๆก็เลยใช้หางตาชำเลืองมองไป ภาพที่เห็นนั้นทำให้น้ำฟ้าถึงกับนอนตัวแข็งทื่อ เพราะสิ่งที่เห็นคือ เตียงค่อยๆยุบตัวลงไปตรงบริเวณหมอน เหมือนมีอะไรนอนหรือนั่งทับ หนังสือพิทพ์ก็ยุบตาม วินาทีนั้นน้ำฟ้าตัวแข็ง ขยับไม่ได้

 

 

ในใจพยายามสวดมนต์แต่ก็ทนกับความกลัวนั้นไม่ไหว จนถึงที่สุดก็กลั้นใจถีบตัวเองลุกขึ้นจากเตียง รีบวิ่งออกนอกห้อง
วิ่งตรงไปที่รีเซ็พชั่นของ รร นั่งรอเพื่อนอยู่ที่นั่นโดยที่ประตูห้องก็ไม่ได้ปิด พอเพื่อนๆกลับมาก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟัง นั่นคือเหตุการณ์แรกที่น้ำฟ้าได้พบเจอ เหตุการณ์ที่ 2 ไม่นานหลังจากเหตุการณ์แรกผ่านไป น้ำฟ้าก็ได้มีโอกาสกลับไปที่พัทยาอีกครั้ง

 

แต่ว่าครั้งนี้ได้เข้าพักอีก รร หนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก รร ที่เคยเกิดเหตุการณ์แรก วันนั้นพอขับรถไปถึงที่ รร ทุกคนก็เอาของขึ้นไปเก็บกัน แล้วน้ำฟ้าก็ถือโอกาสเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย แต่ว่าพอเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาไม่มีไม้แขวนอยู่สักอัน น้ำฟ้าก็เลยเอากางเกงพับเป็นสามทบ แล้วก็เอากางเกงวางไว้บนโต๊ะเล็กๆในตู้เสื้อผ้า แล้วก็ปิดตู้ หลังจากนั้นน้ำฟ้ากับเพื่อนๆก็ออกไปเที่ยวกัน กลับมาประมาณตี 3 ได้

 

ทุกคนง่วงนอนกันมาก เพื่อน 2 คนนอนบนเตียง อีก 2 คนนอนที่พื้น ส่วนน้ำฟ้าเอาเก้าอี้มาต่อกันแล้วนอน น้ำฟ้าก็หลับไป
รู้สึกตัวตื่นอีกครั้งน่าจะประมาณตี 5 กว่าๆ อยากไปเข้าห้องน้ำก็มองไปเห็นเพื่อนทั้ง 2 คนนอนอยู่ที่พื้น ทั้งคู่นั้นยังไม่หลับ
น้ำฟ้าจึงถามออกไปว่า “ทำไมแก2 คนไม่นอนกัน” ทั้งคู่ก็หันมาบอกว่า “นอนไม่หลับ” แล้วน้ำฟ้าก็ลุกขึ้นกำลังจะเดินไปห้องน้ำ เพื่อนทั้งคู่ถามอีกว่า “จะไปไหน” น้ำฟ้าจึงบอกว่า “จะไปเข้าห้องน้ำ” แล้วเพื่อนทั้งคู่ก็พูดขึ้นมาว่า “แกไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยหรอ” น้ำฟ้าจึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ แล้วก็เงียบพยายามฟัง เสียงที่ได้ยินก็คือ เหมือนกับว่าเสียงนั้นดังมาจากห้องข้างๆ เหมือนกำลังรื้ออะไรสักอย่าง

 

หลังจากเก็บของลงกระเป๋า ลักษณะของห้องนั้น ห้องน้ำจะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับตู้เสื้อผ้า แต่เสียงนั้นดังมาจากทางตู้เสื้อผ้า
ซึ่งน้ำฟ้าก็เดาว่าน่าจะดังมาจากห้องข้างๆ ก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมานอนโดยไม่ได้สนใจเสียงนั้นอีก
ระหว่างนั้นก็ยังหันไปบอกเพื่อนทั้ง 2 คนว่า “พวกแกก็นอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นกันแต่เช้า” แล้วน้ำฟ้าก็หลับไป
ตื่นอีกทีประมาณ 9 โมงเช้า มองไปที่พื้นก็เห็นเพื่อนทั้งคู่นอนคุยกันอยู่ พอน้ำฟ้าลุกขึ้นเพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนเพื่อนทั้งคู่นอนกันไม่ได้เลย ทั้ง 2 คนได้ยินเสียงเหมือนว่าใครกำลังจัดตู้หรือจัดนู่นนี่อยู่ตลอดเวลา น้ำฟ้าก็เลยบอกว่า “ก็น่าจะเป็นห้องข้างๆนั่นแหละ อย่าไปยุ่งเขาเลย” แต่เพื่อนทั้งคู่เถียงพร้อมกันว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่แน่ๆ เพราะเสียงที่ได้ยิน นอนฟังดีๆมันดังออกมาจากตู้เสื้อผ้า” น้ำฟ้าก็พูดว่า “พวกแกคิดมาก

 

ไม่มีอะไรหรอก” แล้วระหว่างนั้นน้ำฟ้าก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า และกำลังจะเปิดออก เพื่อนทั้ง 2 คนพยายามห้าม แต่ก็ช้าไปแล้ว น้ำฟ้าเปิดตู้ออกมา สิ่งที่ปรากฏในตู้เสื้อผ้าคือ ไม้แขวนเสื้อเป็นสิบๆอันวางอยู่เกลื่อนพื้น และกางเกงของน้ำฟ้าที่พับเอาไว้วางอยู่บนตู้เล็กนั้น ก็ถูกกางออก เหมือนกับมีใครมารื้อกระจัดกระจายไปหมด โดยที่เพื่อนๆทกคนก็ยืนยันว่าตั้งแต่มาที่ รร แห่งนี้ยังไม่มีใครเปิดตู้เสื้อผ้าเลย นอกจากน้ำฟ้าเพียงคนเดียว ประวัติของ รร แห่งนี้นั้นได้ยินมาว่า เคยเป็นอพาร์ทเม้นมาก่อนแล้วก็เอามาทำเป็น รร ที่ปิดไปเพราะว่า มีคนจีนหนีมาหรืออะไรสักอน่างนี่แหละ มาจับคนในหอพักเป็นตัวประกัน แล้วเกิดมีการวิสามัญฆาตกรรมคนเหล่านั้นเกิดขึ้น

 

เห็นว่าตายกันหลายศพ ก่อนหน้านี้น้ำฟ้าก็เคยมาพักที่ รร แห่งนี้มาก่อนแล้ว มีเหตุการณ์แปลกๆก็แค่การโดนเคาะห้องหลายๆรอบ แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น แต่ครั้งนี้ ไม้แขวนเสื้อเป็นสิบอันมาจากที่ไหน และก็มาถึงเหตุการณ์ที่ 3 ที่น้ำฟ้าได้มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่น้ำฟ้าอยู่ที่อเมริกา ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณตี 5 น้ำฟ้าก็ลุกขึ้นมาเพื่อปิดประตูให้คุณป้าออกจากบ้าน พอคุณป้าออกไปทำงานแล้ว น้ำฟ้าก็ปิดประตูล็อก

 

เรียบร้อยแล้วก็กลับไปนอนต่อเพราะตอนนั้นรู้สึกง่วงมาก แต่ว่านอนหลับไปได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่รอบห้อง เสียงเหมือนใครสักคนเดินเหยียบกระดาษอยู่ ผ่านไปไม่กี่นาทีก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ก็เลยวิ่งไปรับ ในสายนั้นคือน้องสาวของน้ำฟ้า โทรทางไกลมาจากประเทศไทย น้องสาวบอกว่าคุณพ่อเสียแล้วแล้วสายก็ตัดไป น้ำฟ้าคิดว่าตัวเองละเมอหรือไม่ก็ฝัน ก็เลยเดินกลับไปนอนต่อ แล้วก็เริ่มได้ยินเสียงคนเดินเหยียบกระดาษอีกครั้ง แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ครั้งนี้พอเดินมารับเป็นเสียงของคุณแม่

 

ซึ่งก็ยังบอกอีกว่าคุณพ่อเสียแล้ว คุณพ่อเสียแล้วจริงๆ น้ำฟ้าจึงเก็บของเพื่อกลับประเทศไทย 2 คืนแรกน้ำฟ้าไม่ได้อยู่งานสวด คืนนั้นพอบินมาถึงก็ยังไม่ได้ไปวัดเพราะว่าดึกมากแล้ว พอมาถึงที่บ้านคุณแม่ก็้เล่าให้ฟังว่า หลานของน้ำฟ้าอายุแค่ 2 ขวบกว่า ในช่วงนั้นเป็นเด็กที่กินอาหารยากมาก ถ้าเกิดจะกินก็ต้องมีคุณตาหรือพ่อของน้ำฟ้านี่แหละเป็นคนบอกถึงจะยอมกิน คืนแรกแม่เล่าว่า หลานไม่ยอมกินอะไรเลย แต่อยู่ๆประมาณตี 2 หลานก็มาปลุกน้องสาวของน้ำฟ้า บอกว่าหิว อยากกินข้าว น้องของน้ำฟ้าก็เลยลุกขึ้นมา

 

 

ทำอะไรให้ทาน ระหว่างนั้นน้องสาวของน้ำฟ้าก็ถามหลานว่า “หิวหรอลูก” แต่หลานกลับตอบว่า “หนูไม่หิว แต่ตาดุ ตาบอกให้กินข้าว” น้องสาวได้ฟังถึงกับนิ่ง แล้วก็ถามกลับไปว่า “อ้าว แล้วตอนนี้คุณตาอยู่ที่ไหนล่ะ” หลานก็ชี้ไปที่ข้างตัวของน้องสาวแล้วบอกว่า “นั่นไง นั่งอยู่ข้างๆแม่” น้องสาวจึงบอกกับหลานว่ารีบๆกินจะได้ไปนอน วันถัดมาตอนเย็นที่วัด ตอนนั้นแขกยังมากันไม่มาก คุณแม่เดินมาเล่าให้ฟังว่า แม่เอาข้าวไปไหว้พ่อที่โลงศพ แล้วหลานก็วิ่งเล่นอยู่บริเวณนั้น อยู่ดีๆหลานก็ตะโกนไปที่โลงศพว่า “ตาๆ ลงมา ไปนั่งทำไม ลงมาๆ เดี๋ยวตก”

 

คุณแม่ได้ยินแค่นั้นก็งง หันมาถามหลานว่าคุยกับใคร หลานก็ตอบว่าคุยกับคุณตาอยู่ คุณแม่ถามว่า “ตาอยู่ที่ไหน” หลานก็เลยชี้ไปที่โลงศพ แล้วบอกว่า “นั่นไงตาอยู่ข้างบน นั่งกินข้าวอยู่ไม่ยอมลงมา” คุณแม่ก็เลยจุดธูปบอกคุณพ่อว่าไม่ต้องห่วง เนื่องจากคุณพ่อรักหลานมาก น่าจะเป็นห่วงก็เลยมาคอยดูแล เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้…