มันอยู่บนจอหนัง…เหตุการณ์เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี

เรื่องนี้ส่งเข้ามาโดยคุณนกครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี คุณนกเล่าว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา เรากำลังนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในห้อง แฟนเราก็เดินมาหา (แฟนเราชื่อเต๋า) แล้วบอกเราว่า “มี๊…เดี๋ยวสิมันจะมาหานะ” (เพื่อนแฟนเราชื่อสิ) เราก็อื้อๆ ไป เพราะเล่นเกมอยู่ สักพักสิก็มาแล้วแฟนเรามันก็ออกไปคุยกันนอกห้อง

คุยเสร็จแฟนก็เดินกลับมาบอกว่า จะไปกินเบียร์กับสินะ เราก็โมโหเพราะไม่อยากให้ไป แฟนเราเลยบอกว่า “งั้นไปกินที่บ้านปะป๊าก็ได้เดี๋ยวเอามี๊ไปด้วยโอเคไหม?” ตอนแรกก็ไม่อยากไปเพราะบ้านแฟนสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดี แต่เขาก็ทำท่างอนๆ ที่เราจะไม่ไป สุดท้ายแฟนก็ลากเราไปด้วยจนได้ ก่อนจะมาที่บ้านป๊าแฟน เขาก็ไปแวะซื้อของกินพวกเบียร์พวกขนมมาจนครบ แล้วก็มารอสิอยู่หน้าบ้าน พอสิมาถึงสองคนนั้นเขาก็นั่งกินเบียร์ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ จนเวลาประมานสามทุ่มเศษๆ สิก็ชวนไปเที่ยวงานวัด แฟนเราก็หันมาถามเราว่าเอาไงไปไหม? เราก็กำลังเบื่อๆ อยู่พอดี เลยตอบไปว่าไปก็ได้ แฟนเราเลยใช้ให้เราจูงรถไปไว้หน้าบ้าน เราก็ทำตามที่บอก

จังหวะที่เราจูงรถไปจอด เราเห็นต้นไม้ 4 ต้น ตอนแรกก็ไม่สนใจอะไร จนแฟนเดินมาคร่อมรถและสตาร์ทรถ ไฟหน้ารถเลยส่องไปกระทบกับต้นไม้ แต่! ต้นไม้ที่กระทบกับแสงไฟมันมีเเค่ 3 ต้น เราเลยรู้ว่าอีกต้นที่เราเห็นมันไม่ใช้ต้นไม้แล้วล่ะ แต่เราก็ไม่ได้พูดหรือทักอะไร เพราะกลัวว่าสิ่งที่เราเห็นจะตามเราไปด้วย เรานั่งรถไปกับแฟนคันหนึ่ง ส่วนสิก็ขับอีกคันหนึ่ง ขาไปก็คุยกันสนุกสนาน จนมาถึงทางเข้าวัดแห่งหนึ่ง บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยว ถนนเริ่มเงียบ รถวิ่งเข้า-ออกเริ่มน้อยลง จนเรียกได้ว่าไม่มีเลยก็ว่าได้

บนถนนตอนนั้นมีรถของพวกเราแค่ 2 คัน กับคนอีก 3 คน ตอนนั้นก็ยังคุยกันตามปกติ คุยไปคุยมาแฟนก็เริ่มบ่นๆ ว่า “ไหนงานวัดวะ ไม่เห็นมีรถเลย ไฟงานก็ไม่เห็นมี” เราก็เออออตามน้ำไป เพราะไม่รู้จะพูดอะไร จนใกล้จะถึงวัด ก่อนถึงวัดจะเจอโค้งเยอะมาก แฟนเรากับสิเลยต้องชะลอรถให้ช้าลงเวลาเข้าโค้ง ยิ่งใกล้ถึงวัดมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งใจคอไม่ดี เรารู้สึกว่ามีหลายๆ อย่างมันแปลกไป เช่น ทำไมไม่มีรถขับสวนหรือแซงเลยสักคัน หมาแถวๆ นั้นหายไปไหนหมด ปกติมันต้องออกมาวิ่งเห่าวิ่งไล่รถเครื่องที่ไม่คุ้นสิ?

จนมาถึงหน้าวัด ปรากฏว่าไม่มีงานวัด ไม่มีอะไรเลย นอกจากลานโล่งๆ กับจอหนังที่ยังเก็บไม่เสร็จ ตอนนั้นเราเห็นอะไรบางอย่าง แต่เราไม่กล้าบอกแฟน เรานั่งเงียบและแกล้งทำเป็นไม่เห็นมัน แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เพราะสิ่งนั้นมันกำลังเดินมาทางรถเรา เราขนลุกไปทั้งตัว จังหวะที่แฟนเราเลี้ยวหัวรถเพื่อกลับออกมาทางเดิม มันยื่นมือมาหาเราข้างนึง! ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถามแฟนว่าถึงทางตรงหรือยัง?!! ตอนนั้นเราเริ่มร้องไห้ แฟนเราเลยบอกว่า ทำไม! มีอะไร? เราก็บอกแค่ว่า ให้ขับไปเร็วๆ เถอะ เรากลัวมาก จนเริ่มร้องไห้เสียงดังขึ้น แฟนเราก็ขับเร็วขึ้น สิที่ขับรถตามมาก็เริ่มขับเร็วขึ้นเหมือนกัน เพราะเหมือนจะรู้ว่าเราเห็นอะไร

เราเริ่มร้องไห้หนักว่าเดิม แฟนเราเลยหยิบพระรอดในกระเป๋ามาให้เรากำไว้ในมือ และบอกเราว่าให้คิดถึงแม่ไว้ ขี่กันมาจนจะถึงถนนใหญ่ เราเลยตะโกนออกไปว่า “รถคนนี้มาแค่สองคน คนนึงชื่อเต๋า อีกคนชื่อนก ไม่มีใครอื่นอีก ไม่มีใครตามมาได้!” เราพูดจบก็ค่อยๆ หันไปมองข้างหลัง แต่เรายังเห็นมันอยู่ เราเลยบอกให้สิพูดแบบที่เราพูด พอสิพูดจบ เราก็หันไปมองข้างหลังอีกรอบก็ไม่เห็นอะไรแล้ว…แฟนเรามันก็ถามว่าเราเห็นอะไร เราก็ไม่ตอบ บอกแค่ว่าให้ถึงห้องก่อน พวกเราขับมาจนถึงสี่แยกหอนาฬิกา สิก็ขับรถมาจอดข้างๆ พร้อมกับถามเราว่า มันไม่ตามมาแล้วใช่ไหม! เราพยักหน้าไป สิก็ถามอีกว่าหญิงรึชาย เราก็ส่ายหน้า บอกเลยว่าเราไม่รู้จริงๆ ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย แฟนเห็นว่าเราไม่ไหวแล้วเลยบอกสิว่าจะกลับห้องเลย สิเลยขอให้ไปส่งที่บ้านหน่อยเพราะเริ่มใจคอไม่ดีแล้วเหมือนกัน เราก็เลยพากันไปส่งสิก่อน

พอกลับมาถึงห้อง แฟนเราก็บอกให้เราเล่าให้ฟังหน่อยว่าเห็นอะไรมา เราก็เลยตัดสินใจเล่าสิ่งที่เราเห็นทั้งหมดให้ฟังตอนนั้นเลย สิ่งที่เราเห็นคือ ตอนที่กำลังจะกลับรถวนออกไปหน้าวัด เราเห็นเหมือนคนตัวดำๆ นั่งยองๆ อยู่บนจอหนัง พอมันรู้ว่าเราเห็นมัน มันก็ยืนขึ้นแล้วหงายหลังลงมา ยืนห้อยหัวอยู่บนจอหนัง พอรถเริ่มขี่ออกมามันก็กระโดดลงมาพร้อมกับเหมือนเดินกึ่งวิ่งตรงมาหาเรา ตอนนั้นเราเลยถามแฟนเราว่าทางตรงหรือยัง?!! เพราะตอนนั้นมันเริ่มวิ่งตามเข้ามาใกล้รถพร้อมกับยื่นมือสองข้างมาข้างหน้า เหมือนจะพยายามคว้าตัวเราให้ได้ มันวิ่งตามจนเกือบจะถึงถนนใหญ่ เราเลยพูดว่าเรามาแค่สองคน แล้วพูดชื่อแฟนกับชื่อเรา มันหยุดตามรถเรา แต่วิ่งไปหาสิแทน เราเลยบอกให้สิพูดแบบที่เราพูด พอสิพูดจบ มันก็หยุดตาม แล้วค่อยๆ ทิ้งระยะห่าง และหายไปไว้ความมืดในที่สุด…

ขอขอบคุณที่มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า เห้ยย’ นกก