ร้านขายโลง

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นประสบการณ์ตรงจากคุณหมวย ซึ่งมีหลายๆ เหตุการณ์นำมาร้อยเรียงให้ท่านผู้ฟังได้รับฟังกัน

เหตุการณ์แรก ในสมัยเด็กๆ นั้นหมวยอาศัยอยู่กับยายเพียงแค่สองคน ในช่วงคืนวันพระจะรู้สึกตัวตื่นกลางดึกเป็นประจำ เนื่องจากได้ยินเสียง จาน ชาม ช้อน ดังกระทบกัน ลักษณะก็คือเหมือนกับกำลังมีคนหาจานชามเตรียมตัวทานข้าว จนกระทั่งทานข้าวเสร็จ แล้วก็เก็บเรียบร้อย หลังจากนั้นเสียงที่ว่าก็จะเงียบหายไป เป็นแบบนี้อยู่ตลอด พยายามมองไปที่ครัวก็ไม่เห็นอะไร มีแต่ความมืด

ลืมบอกไปอย่างหนึ่งว่าจุดที่หมวยนอนนั้นไม่มีผนังกั้น สามารถมองผ่านไปตรงครัวได้เลย เนื่องจากเป็นบ้านไม้หลังยาวสไตล์พื้นเมืองแบบภาคเหนือนั่นเอง เรื่องราวเหล่านี้หมวยไม่เคยถามคุณยาย แต่ว่าเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เขาเล่ากันว่าเป็นเรื่องปกติ บรรพบุรุษหรือว่าญาติของเราที่เสียชีวิตไปแล้ว วิญญาณเหล่านั้นมาหาอะไรกิน หรือไม่ก็มาทำอะไรเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง

เหตุการณ์ต่อมาเป็นช่วงที่หมวยเรียนอยู่ชั้น ป.5 ได้ย้ายไปอยู่ที่โคราชกับคุณแม่ ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นร้านขายหีบศพหรือโลงศพนั่นเอง บ้านหลังนี้อยู่ติดกับรั้วโรงพยาบาลเลย ขายพวกสังฆภัณฑ์ด้วย เป็นตึกแถว 2 ชั้น มี 2 ล็อค ล็อคหนึ่งมีเฉพาะหีบศพ เหลือทางเดินเพียงเดินผ่านได้แบบไหล่ชนกับหีบศพ นั่นก็คือทางเดินพอดีตัวเท่านั้น ส่วนอีกล็อคหนึ่งนั้นจะเอาไว้เก็บพวกของใช้ในพิธีต่างๆ

ตอนพี่หมวยมาอยู่ใหม่ๆ ยอมรับว่ากลัวมาก แต่โดยปกติแล้วหมวยเป็นคนที่เชื่ออยู่แล้วว่าวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง เวลาไปตามสถานที่หรือรู้สึกแปลกๆ ก็มักจะบอกกล่าวในใจหรือไม่ก็กราบไหว้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่เคยพบเหตุการณ์อะไรที่ร้ายๆ สักครั้ง ในช่วงแรกที่หมวยมาอยู่นั้นก็รู้สึกกลัวมาก เพราะทุกมุมของตึกจะมียันต์ติดอยู่หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นยันต์แบบเขียนหรือว่าเป็นแบบผ้า

เอาเรื่องที่พบกับตัวเองก่อน วันนั้นหมวยหยุดเรียน ที่ร้านก็มีหมวย แม่ แล้วก็อาอยู่ 3 คน แม่กับอานั้นนั่งอยู่อีกตึกหนึ่ง ส่วนหมวยก็มายืนส่องกระจกเล่นที่ตึกเก็บหีบศพ เวลาประมาณบ่ายแก่ๆ แสงสว่างมีไม่มากเพราะหีบศพมีจำนวนมากและก็บังแสงเอาไว้ ประกอบกับที่ไม่ได้เปิดไฟด้วย

หมวยเล่นอยู่หน้ากระจกได้พักหนึ่ง จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงมากระซิบเรียกชื่อหมวยที่ข้างหู ในความรู้สึกมันเหมือนเป็นลมแผ่วๆ ที่แว่วหูของหมวย เสียงนั้นหวานมาก แต่ว่าเย็นยะเยือก เรียกชื่อหมวยเบาๆ ช้าๆ แต่ให้ความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงที่ใจดีมากๆ วินาทีแรกนั้น หมวยยืนอึ้ง แบบว่าช็อคก็ไม่เชิง ขนลุกทั้งตัว นิ่งไป 2-3 นาที พอได้สติก็ถามกับตัวเองว่า

‘เฮ้ย! นี่มันเสียงใคร บ้านเราก็ไม่มีคนเสียงแบบนี้ด้วย และตอนนี้ก็อยู่คนเดียว แล้วเสียงใครกัน’

แล้วก็บอกได้เลยว่าความรู้สึกมันชัดเจนว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงของคนแน่นอน แต่ด้วยความที่รู้สึกว่าเขาใจดีก็เลยยืนส่องกระจกต่อ ไม่ถึง 5 นาทีเสียงเรียกชื่อครั้งที่ 2 ดังเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ว่าครั้งนี้หมวยไม่รออะไรอีกแล้ว รีบวิ่งออกมาจากตึก ไปเจอเข้ากับแม่นั่งดูทีวีอยู่กับอา แม่ก็มองเหมือนแบบงงๆ ว่าเป็นอะไร หมวยถามกับแม่ว่า

“แม่เรียกหมวยไหม?”

ถามย้ำๆ อยู่อย่างนั้น ในใจก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เสียงของแม่ แม่นั้นเป็นคนเสียงใหญ่ และก็ไม่เคยเรียกหมวยแบบนั้น แถมอยู่กันคนละตึกจึงเป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งแม่ปลอบหมวยก็ใจเย็นลง แต่ว่าในใจมันก็ค้านมาตลอด

เวลาผ่านไปเข้าสู่ช่วงวัยอายุ 17 ปี วันนั้นหมวยกลับมาจากที่เรียน ร่างกายเหนื่อยแล้วก็เพลียมาก ก็เลยขึ้นไปนอนที่ห้องบนชั้น 2 เวลาในขณะนั้นประมาณบ่ายสามโมง อากาศร้อนก็เลยเปิดประตูห้องนอนทิ้งเอาไว้ ห้องนอนของหมวยเป็นห้องเล็กอยู่ด้านหลังตึก หน้าห้องจะเป็นห้องน้ำและทางเดินไปห้องนอนใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหน้าของตึก

หมวยเลยเปิดประตูซึ่งเป็นกระจกบานเลื่อนตรงระเบียงของห้องใหญ่ แล้วก็เปิดประตูห้องนอนใหญ่ แล้วเปิดประตูห้องนอนของหมวย ตอนนั้นไม่ได้คิดเอะใจอะไร คือประตูทั้ง 3 บานนี้มันอยู่ตรงกันหมด แถมยังอยู่ตรงกับ
เตียงนอนของหมวยพอดีเลย ก่อนที่จะคิดอะไรหมวยก็นอนหลับไป จนกระทั่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย แล้วก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันไดมา เห็นเป็นเงาๆ เดินไปที่ระเบียง

ในตอนนั้นก็คิดว่าเป็นแม่ ก็เลยถามออกไปว่า

“แม่เหรอ จะออกไปเก็บผ้าห่มเหรอแม่ ไม่เป็นไรปล่อยทิ้งไว้ เดี๋ยวหมวยเก็บเอง”

พอหมวยพูดจบประโยค หมวยก็จะลุกจากที่นอน แต่ว่าลุกไม่ได้ จะลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น มันหนักมากๆ หมวยพยายามหรี่ตาดู มองเห็นพัดลมที่ปลายเตียงกำลังหมุน แล้วหมวยก็เริ่มได้ยินเสียง… เป็นเสียงเด็กน้อยกำลังหัวเราะ ความรู้สึกรอบเตียงนอนกำลังสั่น แต่ว่าไม่เห็นตัว เห็นเป็นเงาวิ่งไวๆ กำลังกระโดดขึ้นลงบนเตียงนอนพร้อมด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น

แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายเป็นเสียงใหญ่ๆ สบถด่าใส่หูหมวย เป็นภาษาอะไรก็ไม่ทราบแต่ว่าไม่ใช่ภาษาไทยแน่นอน ตอนนั้นก็พยายามที่จะดิ้นลุกขึ้นมาให้ได้ แต่ว่าขยับตัวไม่ได้เลย มองเห็นแต่พัดลมกำลังหมุนอยู่แบบนั้น พยายามที่จะพูดแต่ว่าเสียงไม่มี เหมือนกับจิตของเราเป็นคนพูดแทนออกมา ถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ต้องการอะไร แต่ว่าเสียงด่าและเสียงเด็กหัวเราะนั้นก็ไม่ยอมหยุด จนหมวยเริ่มที่จะโมโห ก็บอกเขาไปว่า ไม่กลัวหรอก เอาสิ จะทำอะไรก็เอาเลย!

สักพักเดียวก็สามารถขยับตัวได้ หมวยนั้นเหงื่อท่วมตัวเลย หอบมาก ตั้งสติ พยายามทบทวนว่าเมื่อสักครู่เป็นฝันหรือว่าเรื่องจริง มองไปที่พัดลมก็ยังคงหมุนอยู่เหมือนเดิม เหมือนตอนที่หมวยขยับตัวไม่ได้ เวลาในขณะนั้นตะวันกำลังจะตกดิน หมวยจึงรีบลงมาด้านล่าง ถามกับแม่ว่า “เมื่อกี้แม่ได้ขึ้นไปชั้นบนหรือเปล่า” คำตอบก็คือ “ไม่”

อยู่มาหลายปีไม่เคยเจออะไรแบบนี้ มานั่งนึกดูจะเกี่ยวไหมที่หมวยเปิดประตูเอาไว้ตรงกันตั้งแต่หน้าบ้านถึงถนนใหญ่ ทางผีผ่านอะไรประมาณนี้ ประกอบกับที่ร่างกายของหมวยนั้นเหนื่อยล้า และอีกอย่างห้องนอนของหมวยนั้นถัดไปด้านหลังจะเห็นหลังโรงพยาบาลเลย เป็นห้องเก็บศพพอดี เป็นป่าเป็นทุ่งนา จังหวะที่นอนนั้นอาจจะขวางทางของใครอยู่

แล้วก็มาถึงเหตุการณ์สุดท้าย ตอนนั้นหมวยย้ายมานอนอีกตึกหนึ่ง ห้องนอนใหญ่ ห้องนั้นนอนรวมกัน มีแม่แล้วก็น้อง คืนนั้นพ่อไม่อยู่บ้าน อาก็เลยมานอนเป็นเพื่อน เป็นเตียงนอน 6 ฟุตต่อกัน 2 เตียง หมวยนั้นนอนริมตรงระเบียง เอาจริงๆ แล้วตึกนี้หลอนกว่าตึกที่เก็บหีบศพอีก ความรู้สึกมันสัมผัสได้แบบนั้น

ตรงบริเวณมุมห้องที่ปลายเตียง ถ้าลองมองแล้วจินตนาการดีๆ เพดานห้องตรงนั้นเป็นรูปคล้ายหน้าผู้หญิงแววตาเศร้าๆ คิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นจากน้ำฝนที่ซึมลงมาจากแผ่นฝ้า แล้วบวกกับจินตนาการของหมวยเอง แต่นั่นก็ทำให้หมวยนั้นหลอนทุกครั้งก่อนที่จะหลับตานอน

คืนนั้นหมวยเข้านอนเป็นปกติ แล้วก็ต้องตกใจตื่นเนื่องจากได้ยินเสียงของแม่และอากำลังคุยกัน พอลองนอนฟังดีๆ เรื่องที่แม่กับอากำลังคุยกันนั้นก็คือเรื่องผี! หมวยไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมาดู กลัวว่าลืมตามาแล้วจะเห็นแม่กับอาหลับอยู่ ก็ได้แต่นอนฟังไปคิดไปสารพัด เรื่องผีที่กำลังคุยกันอยู่นั้นก็น่ากลัวมาก หมวยต้องจำใจฟังจนเผลอหลับไป

พอเช้าขึ้นหมวยก็ถามแม่กับอาว่า “คิดยังไงถึงตื่นมานั่งเล่าเรื่องผีกันกลางดึกตีหนึ่งตีสอง” แต่ว่าแม่หันกลับมาตอบว่า “ใคร? ใครจะลุกมานั่งเล่าเรื่องผีกันกลางดึกแบบนั้น ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย ตอนนั้นก็หลับกันหมดแล้ว” เท่านั้นเอง หมวยถึงกับนิ่งไปทันที

หลังจากนั้นก็มีคนอื่นมาเช่าตึกนี้ พี่ๆ ที่เช่าก็มักจะโดนอำกันอยู่บ่อยๆ พี่ผู้ชายคนนึงเคยโดนวิญญาณผู้หญิงมานอนกอดด้วย ส่วนพี่ผู้หญิงก็จะโดนอำอีกแบบหนึ่ง เคยเห็นผู้หญิงมานั่งอยู่ตรงระเบียงห้องที่หมวยเคยนอนด้วย ซึ่งร้านขายหีบศพนี้ จากเรื่องแรกที่เล่าก็คือจะมีวิญญาณผู้หญิง หมวยเข้าใจว่าเขาน่าจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางคอยปกป้องคุ้มครองที่ร้าน ทุกคนที่เข้ามาเล่นและลบหลู่ไม่สำรวมก็มักจะเจอกันหมด คิดได้ดังนั้นหมวยก็มักจะนำของมาถวายแทบทุกวันพระอีกด้วย

สำหรับที่ร้านนั้นบ่อยครั้งมากที่ก่อนจะขายหีบศพได้ หีบศพที่วางเรียงกันอยู่มักจะมีเสียงเคาะดังขึ้น ที่บ้านเรียกว่า โลงลั่น! เสียงที่ว่าจะเหมือนกับเสียงคนมาเคาะประตู ส่วนแม่ของหมวยนั้นก็มักจะเจอวิญญาณคนตายที่มาซื้อหีบศพ คนที่จะใช้หีบศพนั้น มักจะมาที่ร้านก่อนญาติของเขาจะมาถึงเพียงไม่กี่ชั่วโมงเสมอ…

เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้

ขอขอบคุณที่มา: พันทิปดอทคอม